ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน / ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 483 งานประลองฝีมือ
บทที่ 483 งานประลองฝีมือ
แล้วฉินหน่วนพวกเขาทั้งสองคนก็เดินออกมา เดิมทีรถของพวกเขานั้นจอดอยู่ข้างถนน
แต่ว่าตอนนี้กลับมีขบวนรถจอดอยู่กลางถนนเป็นขบวนยาว
พอเป็นแบบนี้รถที่ต้องการจะเลี่ยงออกจากขบวนรถนี้ไปก็ขยับผ่านไปไหนไม่ได้ ตอนนี้รถเลยติดอยู่ข้างหลัง
” คุณดูสิ ทั้งที่ไม่ใช่รถเราที่มีปัญหา รถขบวนนี้ขวางทางอยู่ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้เราย้ายรถนะ? ”
ทันใดนั้นฉินหน่วนพูดอย่างไม่พอใจ
เมื่อสักครู่นี้เพิ่งถูกพนักงานของที่นี่ทำท่าเหยียบหยาม ใครไม่โมโหก็ถือว่าแปลกแล้วหล่ะ
” รถอะไรของพวกคุณกันครับ จะเอามาเทียบกับขบวนรถ มาจากข้างนอกสินะ คงจะไม่เข้าใจกฎ ทางที่ดีฟังที่ผมเตือนจะดีกว่า รีบย้ายรถของพวกคุณ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณจะรับผิดชอบได้! ”
พนักงานยิ้มอย่างเย็นชา
” ว่ากันว่าคนที่สามารถเดินทางเป็นขบวนรถได้ ล้วนแต่เป็นคนมีอิทธิพลในเขตหมู่บ้านถาโกว สินะครับ!? ”
แฟนหนุ่มของฉินหน่วนพูด
” เข้าใจก็ดีแล้ว! ” พนักงานพูดจบก็เดินจากไป
“เสี่ยวหน่วน พวกเราไปย้ายรถกันเถอะ ถ้าเราไปรุกรานอำนาจของเจ้าถิ่น ต่อให้เป็นคุณลุงก็คงเอาไม่อยู่หรอก! ”
“ก็ได้!”
ฉินหน่วนแลบลิ้นออกมาล้อเลียน พลันมองไปที่ขบวนรถหรู พร้อมกับความอิจฉาในใจ
อันที่จริงก็ไม่ใช่ฉินหน่วน เพราะแม้แต่คนที่อยู่ตามถนน ก็ต่างแสดงสีหน้าอิจฉา
ใช่สิ มีใครที่ไม่อยากได้บรรยากาศสวยๆ แบบนี้ มีใครบ้างที่ไม่อยากเดินทางสะดวกสบาย
ให้ขบวนรถจอดอยู่กลางถนนก็ไม่มีใครมายุ่งด้วย
จะมีอำนาจขนาดไหนกันนะ แต่อย่างนั้นฉินหน่วนก็ได้เห็นกับตาแล้วจริงๆ
ในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออก ก็เห็นเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำลงมายืนเรียงแถวกันอย่างเคร่งขรึม ความเคร่งขรึมของพวกเขาราวกับว่ากำลังทำการต้อนรับกษัตริย์ของพวกเขาแบบนั้น ดูมีพลังอำนาจอันมหาศาล
“นี่คือผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านถาโกวของพวกเรางั้นหรอ? ”
” ดูไม่เหมือนเลย หมู่บ้านถาโกว ถึงแม้จะมีอิทธิพลในเทียนเฉิง แต่ก็ไม่เคยเห็นทีมที่ดูมีอำนาจขนาดนี้มาก่อน! ”
” อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาเป็นผู้มีอิทธิพลคนใหม่ของที่นี่? ”
“ดูแล้วรู้สึกถึงความแข็งแกร่งจริงๆ !”
พอบอดี้การ์ดออกมายืนก็ทำให้ผู้คนต่างพากันตกใจ
แล้วเหล่าหัวหน้าไม่กี่คนพร้อมกับผู้ติดตามก็เดินฝ่าฝูงชนมายังทางของพวกเขา
แล้วฉินหน่วนและแฟนหนุ่มก็ถึงกับอึ้ง ขนาดที่คำพูดสักคำก็ไม่กล้าพูดออกมา และก็ไม่กล้าที่จะเดินไปขับรถ ทั้งยังพากันกลืนน้ำลายลงคอไปด้วย
” คุณผู้ชาย เชิญขึ้นรถครับ! ”
หัวหน้าทั้งหลายเดินมาตรงหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งพร้อมกับกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
แล้วประตูรถก็ถูกเปิดออก
” นี่คุณ? อะไรกันหน่ะ? ลูกพี่ของพวกเขาอยู่ที่นี่จริงหรอ? ”
” ใช่หน่ะสิ ลูกพี่ของคนกลุ่มนี้ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลย! ”
ฝูงชนพูดคุยกันอย่างประหลาดใจ แล้วฉินหน่วนเองก็ยังคงตะลึงอยู่ เพราะคนที่พวกเขารอไม่ใช่ใครคนอื่น แต่กลับเป็นเฉินเกอเองงั้นหรอ?
“อืม ไปเถอะ!”
เฉินเกอพยักหน้ารับ
แต่ในตอนที่เดินผ่านฉินหน่วนพวกเขาสองคนนั้น เฉินเกอก็มองมายังฉินหน่วนอย่างเรียบเฉย
สีหน้าตกใจของฉินหน่วนนั้นเกินความบรรยาย และแฟนหนุ่มก็ปล่อยมือของฉินหน่วน
เพราะว่าฉินหน่วนเคยพุ่งเป้าหมายไปที่เฉินเกอมากกว่าหนึ่งครั้งแล้ว
แล้วเขาก็กลายเป็นคนทรงอิทธิพลของที่นี่? แถมยังมีลูกน้องเยอะขนาดนี้อีก? เพียงแต่ว่าเฉินเกอก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับฉินหน่วน จนถึงตอนนี้เฉินเกอก็ยังไม่เคยไปเกี่ยวพันกับผู้หญิงอ่อนแอเลยสักคน พอเขาขึ้นรถ รถก็สตาร์ทพร้อมกันแล้วเคลื่อนออกไป
เหลือเพียงฉินหน่วนที่กำลังตระหนกปนกับความซับซ้อน ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้จะทำอะไรต่อ!
และในขณะเดียวกัน ท่ามกลางวิลล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านถาโกว ก็กำลังมีการประชุมรวมตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง
ผู้นำของผู้มีอิทธิพลทั้งห้าฝ่าย รวมทั้งเหล่าพี่น้องทั้งหมดของพวกเขาที่ติดตามมาด้วย รวมๆ กันก็เกือบจะพันคน จนท่วมท้นในคฤหาสน์เต็มไปหมด
เสียงพูดคุยอึกทึกครึกโครม
แล้วด้านบนของคฤหาสน์ ก็ได้จัดแท่นสูงเอาไว้
เหล่าผู้นำต่างก็นั่งตามที่นั่งของตัวเอง
” พี่จินช่างเป็นคนมีไหวพริบจริงๆ ที่ใช้ประโยชน์จากงานประลองฝีมือครั้งนี้ในการสยบบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปที่เข้าเพิ่งมาใหม่ ฮ่าๆๆ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! ”
” ก็ใช่หน่ะสิ เดิมทีพืชสมุนไพรเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของพวกเรา ตอนนี้ดันถูกบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปกวาดซื้อไป ว่ากันว่าลูกพี่ของเทียนหลง เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง? ก็แค่เขา? ยังคิดอยากจะเป็นผู้นำในหมู่บ้านถาโกว รนหาที่ตาย! ”
” ในความคิดของผม เขาก็แค่เด็กไม่เอาไหนคนหนึ่งผมยังคิดอยู่เลยว่าการเชื้อเชิญครั้งนี้เขาคงไม่มาหรอก พูดตามตรงเลยนะถ้าเกิดเขาไม่มาผมยังพอมองเขาได้ พอมาตอนนี้เขาก็แค่คนโง่เท่านั้น! ”
ผู้นำต่างพากันหัวเราะ
ชายที่กเรียกว่าพี่จินนั้น เขามีชื่อว่าจินเตียว อายุสี่สิบกว่าปี เขามีฟันทองขนาดใหญ่คู่หนึ่ง ในหมู่บ้านถาโกว ถือเป็นคนที่มีชื่อเสียงและก็เป็นคนที่อิทธิพลแข็งแกร่งที่สุด
ในทันใดนั้น
” แต่ว่าทุกท่านงานประลองฝีมือของปีนี้ นอกจากปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือปัญหาเรื่องการแบ่งอำนาจใหม่ของพวกเราทั้งคนในหมู่บ้านถาโกว…. เมื่อถึงครั้งนี้ ผมไม่หวังว่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนจะเกิดขึ้นอีกครั้ง! ”
การเรียกงานประลองฝีมือ นั้นก็เป็นเพียงการขนานนามเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วก็เป็นประชุมในการแบ่งเขตฐานอำนาจของเหล่าผู้มีอิทธิพลไม่กี่คนอย่างพวกเขา
แล้วหลักในการแบ่งนั้นก็ง่ายแสนง่าย ใครที่มีความแข็งแกร่ง คนนั้นก็ได้ครองที่เยอะ
ซึ่งจะมีการดำเนินการทุกๆ สี่ปี
โดยการแข่งขันความแข็งแกร่งนั้นก็คือการที่ผู้นำทั้งห้าอย่างพวกเขาส่งลูกน้องของตัวเองเข้าร่วมแข่งขัน
แล้วผู้ชนะก็จะเป็นราชา ซึ่งหลังจากงานประชุมพวกเขาทั้งห้าคนก็จะทำข้อตกลง เมื่อทำการลงชื่อแล้ว ก็จะไปสามารถกลับใจได้แล้ว
เมื่อสี่ปีก่อน เพราะปกป้องเขตอำนาจของตัวเองในการถูกริดรอน ถึงได้มีการต่อสู้อย่างหนักหน่วง
สิ่งที่ต้องรู้ก็คือถึงแม้หมู่บ้านถาโกวถึงจะถูกเรียกว่าเป็นเมือง แต่ก็เป็นพื้นที่รวมหลายพื้นที่ของเมืองผิงอัน
ซึ่งเทียบเท่ากับเมืองทางตอนเหนือของจีน
แล้วในเวลานั้นเอง
” คุณเฉิน จากเทียนหลง ได้มาถึงแล้ว….”
มีคนตะโกนเรียกมาจากด้านนอกประตู
แล้วทุกคนที่กำลังครึกครื้นกันอยู่เงียบลงทันที เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็อยากเห็นลูกพี่ผู้สร้างบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปคนใหม่ ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่?
เฉินเกอเดินเข้ามาพร้อมกับบอรดี้การ์ดของตัวเอง โดยบอดี้การ์ดมีเพียงหกสิบกว่าคนเท่านั้น
แต่ละคนนั้นดูเคร่งขรึม มีกำลังที่แข็งแกร่ง จนทำให้เหล่าลูกน้องที่อยู่ในงานไม่น้อยต่างรู้สึกสันหลังเย็นวาบ
เฉินเกอเดินตรงมายังแท่นที่นั่งของเหล่าผู้นำ
” ท่านประธานใหญ่ทุกท่าน สวัสดีครับ! “เฉินเกอยิ้มบางๆ
” ประธานเฉินสวัสดี เชิญนั่ง! ”
ผู้นำทั้งหลายต่างมองหน้ากัน
ทั้งจงใจมองไปยังร่างเหล่าบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังของเฉินเกอ
ดูแล้วเจ้าเด็กสกุลเฉินคนนี้ จะมีที่มาที่ไม่ง่ายเลย
หลังจากการทักทายอันเรียบง่ายจบลง
จินเตียวหรี่ตาลงยิ้มพลันพูด
” เชื่อว่างานประลองฝีมือในหมู่บ้านถาโกวของพวกเรา ประธานเฉินจะได้ยินมาแล้ว อีกสักครู่การแข่งขันก็จะเริ่มแล้ว ผมดูลูกน้องของประธานเฉินแล้ว แต่ละคนล้วนดูมีพละกำลังดั่งเสือ ไม่รู้ว่าประธานเฉินสนใจจะเข้าร่วมหรือเปล่า ทั้งยังจะเป็นการให้พวกเราได้เห็นฝีมือกันสักหน่อย!? ”
ความหมายของจินเตียวนั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก ว่าบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปเทียบไม่ได้กับประธานใหญ่ของบริษัทเย่าฉายกรุ๊ปหรอก
ในเมื่อไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะปรากฏตัว ดังนั้นครั้งนี้จินเตียวก็อยากลองทดสอบขีดจำกัดของเทียนหลงเสียเลย
” อย่าดีกว่าครับ ลูกน้องของผม มีไว้แค่ดูใช้การใช้งานไม่ค่อยได้ จะไปสู้กับลูกน้องของพวกคุณได้อย่างไงกันครับ? ” เฉินเกอยิ้มฝืนพลางส่ายหน้า
” ประธานเฉินก็เจียมเนื้อเจียมตัวเกินไปแล้ว! ไม่แข่งจะรู้ได้ยังไงกัน? ” จินเตียวหัวเราะออกมา
” งั้นก็ได้ครับ ในเมื่อพวกท่านล้วนหมายถึงอย่างนั้น เช่นนั้นก็ได้ครับ ว่านชาน พวกนายไปบอกให้ลูกน้องของเหล่าท่านประธานใหญ่สอนพวกนายเรื่องกฎการแข่งขันนะ! ” เฉินเกอพูดพร้อมรอยยิ้ม
” ครับคุณผู้ชาย พี่น้องของเราไม่กี่คน ตอนนี้ก็กำลังเรียนเรื่องกฏการแข่งอยู่ครับ! ”
เฉินว่านชานยักไหล่ด้วยรอยยิ้มที่เรียบเฉย