ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 505 วิชานรกโลกันตร์
บทที่ 505 วิชานรกโลกันตร์
สูงกว่าท่านอีกเหรอ?
เฉินเกอประหลาดใจ
เฉินเตี๋ยนชางยิ้มแล้วพยักหน้า
“และไม่ว่าเขาจะเป็นศัตรูหรือเป็นมิตร แต่ว่า เขาช่วยแก และได้ถ่ายทอดวิชาให้กับแก ให้แกมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้น ปู่ก็คงจะไม่เจอแกเร็วขนาดนี้!”
“เพราะปู่อยากจะปูพื้นฐานแบบนี้ให้แกก่อน เพื่อให้แกมีโอกาสเข้าสู่การฝึกวิชานรกโลกันตร์ โดยปกติต้องใช้เวลาสามปีในการเตรียมตัว แต่ตอนนี้ ทักษะร่างกายที่แข็งแกร่งของแก บวกกับโสมพันปีนี้ และในหนึ่งเดือนนี้ที่บำรุงกล้ามเนื้อและเลือด เเกมีความเเข็งแกร่งพอที่จะต้านทานความทรมานทรหดในการฝึกวิชานรกโลกันตร์ครั้งนี้ได้อยู่เเล้ว!”
เฉินเตี๋ยนชางกล่าว
“วิชานรกโลกันตร์?”
เฉินเกอสงสัยอีกครั้ง
“อืม นี่คือสิ่งที่ปู่ทำความเข้าใจมาจากภาพสุริยันของตระกูลเรา ปู่ก็พึ่งสิ่งนี้ จึงได้รับความแข็งแกร่งที่คนธรรมดาไม่มี ก้าวสู่การเป็นปรมาจารย์! พูดก็พูดเถอะ คุณสมบัติของแก ดีกว่าของปู่มาก !”
“ขั้นปรมาจารย์? ฉินโป๋เคยบอกผม ผู้ฝึกวิชา เมื่อร่างกายถึงระดับหนึ่ง ก็จะกลายเป็นผู้ที่มีวิชากำลังภายใน เหนือวิชากำลังภายใน ก็คือขั้นของปรมาจารย์ แต่ว่าผู้ที่สามารถจะฝึกวิชากำลังภายในนั้นจะมีแค่หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้น ขั้นปรมาจารย์นั้นเป็นดินแดนที่ลึกลับ คุณปู่ ท่านถึงขึ้นปรมาจารย์แล้วเหรอ?”
เฉินเกอประหลาดใจ
เขาได้รับการบำรุงหล่อเลี้ยงร่างกายด้วยวิธีเฉพาะ ถึงวันนี้โสมพันปีได้ถูกหลอมละลายจนหมดแล้ว จึงถือว่าเป็นผู้มีกำลังภายในอย่างแท้จริง แต่ว่าคุณปู่นั้นกลับเป็นถึงปรมาจารย์ผู้ลึกลับ?
“อืม ยี่สิบกว่าปีก่อน ปู่มาถึงที่นี่ ก็ให้คนที่นี่ ผ่านการฝึกวิชานรกโลกันตร์ในขั้นแรก จนกลายเป็นผู้มีกำลังภายในระดับกลางจนถึงระดับสูง ความแข็งแกร่งของแกในตอนนี้ ก็แค่กำลังภายในระดับที่เริ่มต้นเท่านั้น!”
เฉินเตี๋ยนชางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถึงว่าละ ลูกน้องของคุณปู่ ความเก่งกาจของแต่เราคนนั้นคาดเดาไม่ได้เลย ที่แท้พวกเขาเป็นผู้ที่มีกำลังภายใน!”
“เห่อๆ ที่ปู่ตรงนี้ แค่เลือกสุ่มมาคนใดคนหนึ่ง ก็สามารถจัดการคนอย่างแกได้ถึงสิบคน แต่แกไม่ต้องกังวล ปู่จะเอาวิชานรกโลกันตร์ทั้งหมดนี้มาใช้ฝึกฝนแก และจะชี้แนะวิธีให้แก เสี่ยวเกอ จากนี้ไป แกก็คือความหวังของตระกูลเฉิน!”
“ที่แท้จุดประสงค์ของคุณปู่คือแบบนี้นี่เอง!”
เฉินเกอเข้าใจแล้ว
“เพียงแต่ว่า……….”
เฉินเตี๋ยนชางสีหน้ากังวล เหมือนมีความลังเล
“เป็นอะไรครับคุณปู่?!
“เพียงแต่หลังจากการฝึกวิชานรกโลกันตร์นี้แล้ว พลังของแกจะเพิ่งขึ้นมหาศาล มีพลังของมังกรช้าง ร่างกายก็จะไม่เหมือนของคนปกติทั่วไปอีก มันก็จะมีผลข้างเคียงตามมา นั่นก็คือจิตใจของแก จะแตกต่างจากตอนนี้อย่างมาก หลังจากที่ปู่ฝึกแล้ว ใช้เวลาหลายสิบปี จิตใจถึงจะมั่นคง!”
“นี่ยังเป็นเพราะปู่มีสมาธิที่ดีมาก ถึงได้ควบคุมมันได้ แต่สิ่งที่ปู่กังวล หากแกควบคุมพลังมังกรช้างที่ในภายในร่างกายไม่ได้ แกก็จะกลายเป็น………”
เฉินเตี๋ยนชางนิ่งไปสักพักแล้วกล่าว: “แกก็จะกลายเป็นปีศาจกระหายเลือด! ถึงตอนนั้น แกก็จะไม่เห็นชีวิตคนอยู่ในสายตา!”
“แต่แกไม่ต้องกลัว ตอนที่แกยังเด็ก ปู่ได้เคยสังเกตพฤติกรรมแก แกเกิดมาก็เป็นคนที่จิตใจมีเมตตา เหมือนแม่ของแก ไม่ชอบแก่งแย่งชิงดี ปู่ฟันธง แกจะสามารถควบคุมพลังอันนี้ได้อย่างแน่นอน!”
เฉินเตี๋ยนชางตบไหล่ของเฉินเกอเบาๆ
ตอนนี้สิ่งที่เฉินเกอต้องการนั้นก็คือพลัง พลังที่แข็งแกร่ง
เขาได้เข้าใจแล้ว เพียงแค่มีเงิน ไม่สามารถที่จะปกป้องคนรักคนในครอบครัวได้ พลังเท่านั้น ที่จะสามารถบดขยี้ทุกสิ่งได้
“เดิมที อารองผิงอันของแก ก็เป็นคนที่เหมาะกับการฝึกวิชาที่นรกโลกันตร์นี้ แต่น่าเสียดาย……..”
เฉินเตี๋ยนชางกล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย
“ถือว่ายังดี ตอนนี้ที่ตระกูลเฉินมีเสี่ยวเกอแก ตระกูลเฉินของเรา ก็มีความหวังใหม่แล้ว แกอยู่เกาะคงหมิง ให้คุ้นชินสักสัปดาห์ก่อน หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ก็จะเริ่มฝึกวิชานรกโลกันตร์นี้เป็นเวลาครึ่งปี สัปดาห์นี้ ปู่จะเตรียมสถาที่ที่ฝึกวิชานรกโลกันตร์นี้ให้กับแกเอง เสี่ยวแก…..ถึงแม้แกจะต้องทนรับความทรมานความทรหดที่ใหญ่หลวง แต่นี่……ไม่ใช่สิ่งที่แกอยากจะหนีก็หนีได้ แกเป็นลูกหลานของตระกูลเฉิน แกต้องมีความรับผิดชอบนี้ แกกลัวมั้ย?”
“ไม่กลัวครับ!”
การสนทนาของปู่หลาน ล่วงเลยไปถึงกลางดึก
เจ็ดวันให้หลัง เฉินเตี๋ยนชางท่านประมุขแห่งตำหนักวิญญาณ ได้พาหลานชายเข้าไปห้องฝึกที่ลึกลับ
คำสั่งท่านประมุข การปิดครั้งนี้ เป็นเวลาครึ่งปี ไม่ว่าใครก็ห้ามรบกวนเด็ดขาด
……
ครึ่งปีให้หลัง
เขตสามเหลี่ยมเทียนเฉิงขบวนรถที่ยาวเหยียดได้จอดอยู่ถนนแห่งหนึ่ง
ร่วมๆหลายร้อยคน
ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอ เหมือนกำลังต้อนรับวีรบุรุษของพวกเขากลับมา
โวงโวงโวง…….
ไม่นานนัก เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง ค่อยๆใกล้เข้ามา
จอดลงตรงด้านหน้าของผู้คน
จากนั้นประตูเฮลิคอปเตอร์ได้เปิดออก
ชายหัวโล้นคนหนึ่ง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่รายล้อม ได้เดินลงมา
ชายหนุ่มหัวโล้นคนนี้ บนหัวมีแผลที่เด่นชัด หน้าตาดุร้ายน่ากลัว
“ประธานเหวิน ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว!”
มีคนกล่าวอย่างตื้นตัน
“เหวินเซิน!เหวินเซิน!”
ทุกคนต่างตะโกน อารมณ์ที่ถูกเก็บกดไว้นานเหมือนกับว่าได้ปลดปล่อยออกมาเสียที ประมุขของพวกเขา ประมุขของเทียนเฉิง หายไปครึ่งปี ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
“ประธานเหวินคุณออกไปฝึกวิชากับอาจารย์มาครึ่งปี ตอนนี้ เทียนเฉิง ได้กลายเป็นสวรรค์ไปแล้ว! พี่ใหญ่………”
และคนคนนี้ ไม่ใช่เหวินเซินแล้วจะเป็นใคร
เขายกมือขึ้นอย่างเยือกเย็น แสดงให้ทุกคนไม่ต้องพูดพร่ำ: “เรื่องราวทั้งหมด ฉันรู้แล้ว เหวินหลินถูกฆ่า โดนแย่งอาณาเขต โสมพันปีถูกชิงไป ฉันรู้หมดแล้ว!”
“บริษัทเทียนหลงกรุ๊ป? คิดว่าตระกูลเหวินแห่งเทียนเฉิงรังแกง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ดวงตาคู่นั้นของเหวินเซิน กะพริบอย่างเย็นชา
บริษัทเทียนหลงกรุ๊ป
“คุณผู้ชายไปไหนกันแน่? ยังไม่ได้เบาะแสอีกเหรอ?”
“รู้เพียงแต่ว่าไปทางทิศเหนือ แต่ในประเทศจีน หรือแม้แต่รัสเซียก็ได้ส่งคนไปตามหา ก็ไม่ได้ข่าวคราวแม้แต่น้อย?”
“หาต่อไป!”
จางหลงกล่าวอย่างโกรธเคือง
จางหลง จางหู่ตามด้วยเฉินว่านชาน เดินไปมาอย่างร้อนใจในออฟฟิศ
ครึ่งปีต่อมา บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปกลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดในเขตสามเหลี่ยม อาณาเขตที่ยิ่งใหญ่ โดดเด่นเป็นพิเศษ
แต่ว่า เรื่องที่คุณผู้ชายหายไป สุดท้ายกระดาษก็ห่อไฟไม่ได้ ค่อยๆถูกเปิดเผย
ทำให้อำนาจที่มีอยู่ต่างถูกคนอื่นสนใจอยากได้
“ประธานจาง,ประธานเฉินแย่แล้ว!”
ลูกน้องวิ่งเข้ามา พูดอย่างตื่นตระหนก
“มีเรื่องอะไรที่ทำให้ร้อนรนเช่นนี้?”
“เหวินเซินครับ เหวินเซินกลับมาแล้ว และได้พาลูกน้อง มาถึงที่หน้าประตูวิลล่าแล้ว!”
ลูกน้องกล่าว
“อะไรนะ?”
ทั้งสามต่างมองหน้ากัน
รีบร้อนวิ่งออกไป
ที่หน้าประตู ทั้งสองฝ่ายได้ลงมือกันแล้ว
คนของเทียนหลง ล้มกองอยู่บนพื้นไม่น้อย
พอดีเห็นลูกน้องสองคน มือได้ถือมีด จะเข้าไปฟันลูกพี่อย่างเหวินเซินโดยตรง
แต่เหวินเซินนั้น กลับไม่หลบไม่หลีก
บูมทีเดียว
ด้านมีดที่อยู่บนตัวของเหวินเซิน หักลงทันที
ลูกน้องทั้งสอง ทันใดนั้นถูกรุกจนต้องถอย
“วันนั้นที่บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปมีอะไรที่แตกต่างไปจากคนอื่น ตอนนี้ดูแล้ว ก็มีแค่ลูกน้องเหล่านี้ ที่พอจะโดดเด่นบ้างก็เท่านั้น!”
เหวินเซินอย่างเยือกเย็น
“อ้อ? ยังมีลูกน้องที่กระจอกสองคนนี้ ฉันดูพวกแก เหมือนไม่อยากจะมีชีวิตต่อแล้ว!”
เหวินเซินพูดอย่างไม่แยแส
จางหลงคำรามด้วยความโกรธ: “ลุยพร้อมกัน!”
ทั้งสามพุ่งไปที่เหวินเซิน
ปังปังปัง!
ตู๊มๆๆๆ
เพียงแค่สามหมัด
ทั้งสามต่างล้มไปกองที่พื้น
เหวินเซินเช็ดเลือดที่อยู่บนมือ พูดอย่างไม่แยแส: “พาพวกมันไป ยึดอาณาเขตคืนทั้งหมด……….”
ทุกอย่างดูเหมือนง่ายดาย
ทั้งสามถูกพาตัวไป บนพื้นได้มีรอยลากรอยเลือดที่ยาว……….