ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 529 เขามาแล้ว
บทที่ 529 เขามาแล้ว
“คุณทำอะไร? ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
หยางเสว่รีบตะโกน
แต่ผ้าขนหนูสีขาวผืนหนึ่งปิดปากของหยางเสว่เอาไว้ จากนั้น ดวงตาของหยางเสว่ก็เริ่มพร่ามัวทันที หยุดดิ้นรน!
และในขณะเดียวกัน
ในคุกใต้ดิน
เฉินเกอที่หลับลึก ทันใดนั้นหูก็กระดิกเล็กน้อย
จากนั้น ก็ลืมตาทั้งสองขึ้น
ทันใดนั้น มีแสงคริสทัลสีเขียวเข้มเป็นประกาย สว่างวาบในดวงตาครู่หนึ่ง
จากนั้นกลับสู่ปกติ
แต่ ในความประหลาดนั้น อำพรางไม่ได้เลยสักนิด
เพราะเฉินเกอพบว่า คุกใต้ดินนี้มีแสงไฟสลัว แต่คู่ดวงตาของตัวเอง สามารถมองเห็นทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
และในหู เพียงแต่ตัวเองต้องการ ดูเหมือนว่าก็จะสามารถได้ยินเสียงที่อยู่ไกลๆ
“หู้!”
ร่างกายของเฉินเกอสั่นเล็กน้อย ทั้งร่างของเขาก็ลอยขึ้นไปในอากาศได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้เฉินเกอดูผิวของตนเอง บนผิว มีคราบสีดำและสิ่งสกปรกบางสิ่งจำนวนมากบนผิว
สิ่งเหล่านี้ น่าจะเป็นของเสียในร่างกายของตัวเอง
“เลือดทิพย์ก็คือเลือดทิพย์ ไม่เพียงทำให้จิตใจของตัวเองนิ่ง ยังสามารถพัฒนาปรับปรุงอารมณ์ร้ายของร่างกายได้ดีขึ้นอีกด้วย!”
เฉินเกอดีใจมาก
ตอนนี้ ตอนนี้เขารู้สึกว่ากำลังภายในของเขา เพิ่มขึ้นเท่าตัว เมื่อเทียบกับสามวันที่ผ่านมา
“เดิมยังอยากได้เลือดทิพย์ มาคิดบัญชีกับตระกูลโม่ด้วยตัวเอง แต่คิดไม่ถึง พวกเขาดันพาตัวเองมาซะแล้ว!”
เฉินเกอยิ้มเยาะเย้ยในใจ
ใช่แล้ว! หยางเสว่!
ทันใดนั้น เฉินเกอนิ่งไป
เมื่อกี้ในที่มืด ตัวเองเหมือนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหยางเสว่
สามวันนี้ แม้ว่าเฉินเกอจะเข้าสู่สภาวะหลับใหลอย่างลึก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เขารับรู้ได้
สติของเขายังไม่หลับ
คืนหนึ่งสามวันก่อนหน้านี้ หยางเสว่พูดกับตัวเองมากมาย
ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกหวั่นไหวก็เป็นเรื่องโกหก
หยางเสว่เคยช่วยชีวิตเขามาก่อน และยอมเสี่ยงตายเพื่อมาเยี่ยมตัวเอง
เฉินเกอรู้ดี ความกรุณานี้ เกรงว่าจะยากที่ชดใช้หมด
ตอนนี้เหมือนเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย!
เฉินเกอย่นหา
ตรงหน้าตนเอง คือประตูเหล็ก
แต่ เมื่อเฉินเกอเอื้อมมือดึง
พรึ๊บ!
เสียงดังขึ้น ประตูเหล็กพร้อมกับกำแพงโดยรอบ พังลงทันที
เฉินเกอเดินออก
และขณะนี้ เห็นคนหนึ่งเดินลงไปในคุกใต้ดินพอดี
“เฉิน……เฉินเกอ? นาย……นายตื่นแล้วงั้นเหรอ?”
โม่หลินเอาโจ๊กมาให้พอดี
“ใครก็ได้ ใครก็ได้!”
โม่หลินเคยไปที่เกิดเหตุตระกูลลู่ เห็นศพของแปดคนที่ถูกเฉินเกอฆ่าตาย เฉินเกอสำหรับเขาแล้ว มีความกลัวบางอย่างเกิดขึ้นโดยปริยาย
ทักษะของเขาอ่อนแอมาก รีบต้องการวิ่งออกจากคุกใต้ดินเพื่อขอความช่วยเหลือ
ฉึ๊บ!
เสียงฉีกขาดที่น่าขยะแขยงดังขึ้น
ถูกฉีกเป็นสองส่วน!
เฉินเกอก้าวขึ้นไป ออกจากคุกใต้ดินอย่างช้าๆ ฟังเสียง ตัดสินตำแหน่งของหยางเสว่อย่างรวดเร็ว
คนของตระกูลโม่ เวลานี้อยู่สวนหลังบ้านกัน
ส่วนน้อยมากที่อยู่ในพื้นที่ห้องพัก
อาจจะบังเอิญพบไม่กี่คน ก็ถูกเฉินเกอฟันแทงอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้า เฉินเกอก็มาที่หน้าประตูห้องของหยางเสว่
ผลักประตูเปิดออก
“ใคร?”
โม่เฉียงกำลังถอดเสื้อผ้าของหยางเสว่
ประตูห้องถูกพัง เขาตกใจ
โดยเฉพาะ ผู้มาเยือนถูกปกคลุมไปด้วยโคลนและสิ่งสกปรก ราวกับว่าคลานออกมาจากดิน
แต่หยางเสว่ที่อ่อนแรง ขณะนี้รู้ว่าคนคนนั้นคือใคร
“เฉิน……เฉินเกอ รีบ……รีบช่วยฉันเร็ว!”
หยางเสว่รีบขอความช่วยเหลือ
“เฉินเกอ? เขา……เขาหนีออกมาแล้วงั้นเหรอ?”
โม่เฉียงประหลาดใจ
ตกใจจนขาอ่อนแรง พิงอยู่ที่กำแพง คิดจะวิ่งออกไปตามมุมห้อง
“หืม?”
ถูกเฉินเกอคว้าคอเอาไว้ และยกขึ้นทันที
“ไว้ชีวิตฉันด้วย อย่าฆ่าฉัน!”
“คนของตระกูลโม่ สมควรตายทุกคน!”
ฉึบ!
ใช้แรงเล็กน้อย ก็จบชีวิตโม่เฉียง
“เฉินเกอ นายไม่เป็นไรแล้วเหรอ?”
หยางเสว่ลุกขึ้นนั่งอย่าอ่อนแรง รีบถาม
“อืม!”
เฉินเกอผงกหัว มองเธอ
“ฉันจะยืมที่ของเธออาบน้ำสักหน่อย!”
……
“หึ เศษสวะ เศษสวะทั้งนั้น แค่หมาเพียงไม่กี่ตัวก็ดูแลไม่ได้ ไอ้พวกหมอไม่ได้เรื่อง!”
ห้องโถงใหญ่ของตระกูลโม่ สมาชิกทั้งหมดของตระกูลโม่อยู่กันครบ
โม่หยู กำลังหงุดหงิด
สุนัขบ้านของโม่หยู แต่ละตัวสำคัญมาก โม่หยูใช้ความพยายามอย่างมาก ฝึกจนสำเร็จ
ดังนั้น สมาชิกทุกคนของตระกูลโม่ จึงให้ความสำคัญกับมันมากเช่นกัน
“ไสหัวไปให้หมด!”
โม่หยูด่าอีกครั้ง
สัตวแพทย์กลุ่มหนึ่ง กระเจิดกระเจิงด้วยความอับอาย!
“มีบางอย่างผิดปกติ!”
ชายชราข้างกายโม่หยูคนนั้น เอ่ยขึ้นขณะนี้
เขามีนามว่าโม่หยุนซาน เป็นพ่อบ้านของตระกูลโม่ในตอนนี้ และยังเป็นหนึ่งในคนที่มีอำนาจมากที่สุดในตระกูลโม่แห่งมณฑลหลงเจียง
มีประสบการณ์มากมาย
“มีอะไรผิดปกติอีก?”
โม่หยูอยู่ในอารมณ์พูดด้วยยาก
“ตั้งแต่กลับมาจากเทือกเขาอันหลิง ในใจกระผม ก็รู้สึกไม่สงบอยู่ตลอดเวลา และติดต่อกันสามวัน สุนัขบ้านตายด้วยอาการคลุ้มคลั่งไปเป็นส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นลางร้ายอีกด้วย ไม่ทราบว่ามีคำคำหนึ่ง ควรหรือไม่ควรพูด?”
โม่หยุนซานกล่าว
“มีอะไรก็รีบพูดเถอะ?”
โม่หยูโบกมือ
“ผมมักจะรู้สึกว่า ตระกูลของพวกเราเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเฉินเกอคนนั้น เมื่อคิดถึงเขา ผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับหลายวันนี้คนรับใช้ป้อนโจ๊กให้เขา ผมให้คนผสมโป๋หลิงซ่านในนั้นด้วย……”
ชายชราพูดอยู่ ถูกโม่หยูขัดจังหวะ
“พ่อบ้านโม่ ผมว่าคุณตกใจเพราะเฉินเกอจนโง่แล้วหรือเปล่า ผู้อาวุโสโม่หยุนไห่พวกเขาตายอย่างอนาถก็จริง แต่ก็ไม่สามารถอาศัยแค่คำพูดของตระกูลลู่ ว่าเป็นความจริง คุณคิดดู ผู้อวุโสโม่หยุนไห่ฝึกมาเป็นเวลานานแค่ไหน ตอนยังเป็นหนุ่ม ต่อให้อยู่ในระดับปรมาจารย์ของตระกูลโม่ก็ตาม เฉินเกอนั่นจะมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ฆ่าโม่หยุนไห่ได้อย่างง่ายดายได้ยังไง ผมเดาว่า เป็นตระกูลโม่ที่สมรู้ร่วมคิดกับเฉินเกอ หลอกผู้อาวุโสม่อหยุนไห่และคนอื่นๆ แค่นั้นแหละ!”
โม่หยูส่ายหน้า
โม่หยุนซานถอนหายใจ: “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น ก่อนที่นายใหญ่จะกลับมา สงบสุขไม่ประสบปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ก็จะเป็นการดีที่สุด!”
“แย่แล้ว! แย่แล้ว!”
ขณะนี้ ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างล้มลุกคลุกคลาน
“มีอะไรอีก? หรือว่าสุนัขบ้านจะตายอีกแล้ว?”
โม่หยูตบโต๊ะ
“ไม่! ไม่ใช่สุนัขบ้าน! เป็นคน! ในคุกใต้ดิน โม่หลินถูกฆ่าตายอย่างโหด โซนVIPของตระกูลโม่ มีสาวกทั้งหมดเจ็ดคนถูกฆ่า กระผมดูแล้ว ทั้งหมดถูกฆ่าตายในคราเดียว! และในคุกใต้ดิน ก็ว่างเปล่า!”
“อะไรนะ!”
คราวนี้ สมาชิกทุกคนของตระกูลโม่ ต่างตื่นตระหนก
ส่วนโม่หยุนซาน ก็ตัวสั่นเล็กน้อย กลั้นหายใจ ไม่พูดอะไร
แต่เหงื่อเย็นที่หน้าผาก ได้ทรยศต่อความกังวลทั้งหมดของเขาในหลายวันนี้
“มีคนกล้าก่ออาชญากรรมในตระกูลโม่งั้นเหรอ แล้วเฉินเกอล่ะ?”
โม่หยูกังวล
“เฉินเกอหายไปแล้ว!”
“ฉึบ!”
ทุกคนต่างพากันอยู่ในความแตกตื่น
ตอนนี้ ฟ้าก็มืดแล้ว
ด้านนอกยังมีลมเย็นพัดอยู่
เห็นใบไม้ร่วงในสนามถูกพัดปลิว โดยไม่มีหวนคืน
“โฮ่งๆๆ!”
และในขณะนี้ สุนัขบ้านในสวนหลังบ้านเห่าอย่างรุนแรงมากขึ้น
เห่าจนทำให้คนรู้สึกจิตใจสับสนวุ่นวาย
ตระกูลโง่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน
คนของตระกูลโม่ มีชีวิตของคนอยู่ในมือ
พวกเขาไม่กลัวศพเลย
แต่ศพเหล่านี้มาจากตระกูลโม่ และเสียชีวิตในตระกูลโม่อีกด้วย
สิ่งนี้จึงทำให้ตระกูลโม่แตกตื่นไม่เป็นสุข
พันปีมาแล้ว ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน!
มีคนแอบคิดในใจ
“ทุกคนระดมกำลังเดี๋ยวนี้ ใช้ทุกวิถีทาง ตามตัวฆาตกรให้เจอ จับเฉินเกอไว้!”
เมื่อโม่หยูโกรธ ทุบโต๊ะแตกละเอียดทันที
และโมหยุนซานยังคงมองไปที่ด้านนอกห้องโถง วิวกลางคืนอันมืดมิด
เวลานี้ เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ :
“คุณชายรอง เขา……เหมือนจะมาแล้ว!”