ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 574 ความลับของกู่หยูเซียว
บทที่574 ความลับของกู่หยูเซียว
รอบตัวมันมีแสงเรืองรอง
ถึงจะอยู่อีกไกล เฉินเกอก็สามารถรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากหินปี้สุ่ย นี้
“ของดีจริง ๆ เลย!”
เฉินเกอเปรมปรีดิ์อยู่ในใจ
“เอ๊ะ?”
กำลังจะหยิบแต่เฉินเกอกลับได้ยินเสียง มีการเคลื่อนไหวจากอุโมงค์ที่อยู่ด้านบน
เป็นคน!
มีคนหนึ่งคนอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็มีเชือกหย่อนลงมา
เฉินเกอเขยิบตัวไปด้านข้างและหาที่ซ่อนตัวและแวบเข้าไปซ่อนตัว
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกระโดดลงมา
เธอตบมือและจ้องไปที่หินปี้สุ่ย นั้น
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยที่แสนจะสวยงาม
“ที่แท้ก็อยู่นี่เอง มีหินปี้สุ่ย ฉันก็ออกเดินทางได้แล้ว!”
หญิงสาวพูดขึ้นเบา ๆ
“เธอเองเหรอ?”
เฉินเกอที่ซ่อนตัวอยู่อีกด้านนั้นกลับเห็นได้อย่างชัดเจน ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือกู่หยูเซียว
ฉันว่านะ หลังจากที่ตัวเองกลับจากเทือกเขาผานหลง นั้น เขากลับไปที่จวนหยาง ก่อน และคุณธุระบางอย่างกับหยางเว่ยในตอนนั้นได้ยินสาวใช้พูดว่ากู่หยูเซียว ได้จากไปนานแล้ว
เขารู้มานานแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีวิทยายุทธ
แต่คิดไม่ถึงว่าเธอเองก็มาตามหา หินปี้สุ่ย
ยิ่งกว่านั้นผู้หญิงนี้กลับรู้ที่อยู่ของ หินปี้สุ่ย อยู่แล้วด้วย
เฉินเกออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ โดยไม่เจตนา เขากลับช่วยคู่แข่งของตัวเองเสียได้!
ในขณะที่กำลังคิดหาวิธีที่จะเข้าไปเจอกู่หยูเซียว อยู่นั้น
ทางด้านกู่หยูเซียว นั้นเหมือนจะเกิดเรื่องขึ้น
แควก! ! !
เสียงร้องน่ากลัวดังขึ้น กู่หยูเซียว ที่กำลังจะหยิบ หินปี้สุ่ย ขึ้นมา เกิดมีเงามืดที่ทอดตัวลงมาจากด้านบน มันร้องเสียงประหลาดและตรงมาทางกู่หยูเซียว
มือของยังแตะไม่โดน แต่ก็ต้องรีบถอยและกลิ้งไปอีกด้าน
เงามืดนั้นก็ปรากฏใบหน้าที่แท้จริงในเวลานี้เอง
มันคือค้างคาวตัวหนึ่ง
จะพูดให้ถูกคือ มันคือค้างคาวยักษ์ตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวมนุษย์เสียอีก
หน้าอกของมันมีขนาดพอ ๆ กับของมนุษย์ ที่น่าเกลียดน่ากลัวคือขนยาวเฟื้อยสีแดงบวกกับเขี้ยวที่งอกออกมาเกือบจะเหมือนใบหน้าคนที่มีใบหน้าบูดบึ้ง
น้ำลายของมันไหลออกมาจากปากของค้างคาว
มันแยกเขียงด้วยแววตาดุร้าย
แควก! ! !
และส่งเสียงร้องประหลาดออกมาอีกครั้ง ค้างคาวยักษ์กระโจนเข้าหา กู่หยูเซียว
มันรวดเร็วและทรงพลัง
ถึงแม้กู่หยูเซียว จะหลบพ้นการโจมตีแรกของมันได้ แต่กลับไม่รอดพ้นจากการโจมตีของปีกหาง เธอโดนกวาดไปที่หน้าอก มันบินออกไปและตกลงสู่พื้นอย่างแรง
และในตอนนี้ กู่หยูเซียว ก็เกิดเจ็บแผลขึ้นอีกครั้ง
มีรอยเลือดไหลออกมาจากช่องท้องของเธอ
และเจ้าค้างคาวยักษ์ก็ไม่ได้มีความคิดจะหยุดเล่นงานเธอเลย มันพุ่งเข้าหากู่หยูเซียว เพื่ออาหารมื้อโอชะมื้อใหญ่
“หรือว่าฉัน จะต้องตายอยู่ที่นี่ กู่หยูเซียว ไอ้นักพรตเฒ่านั่น เมื่อกี้ไม่น่าจะเชื่อเขาเลย น่าจะเผาสำนักทิ้งไปเสีย จะได้ไม่ต้องไปหลอกลวงใครอีก ยังจะบอกว่าบุพเพของเรา ไม่คิดว่าจะ…”
กู่หยูเซียว พูดในใจ
ตั้งแต่ลงมาจากเทือกเขาผานหลง เธอไม่รอช้า เธอตรงมาที่หลังบ้านซึ่งเป็นเหมืองของ ตระกูลหมิง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอจะมาเอา หินปี้สุ่ย
แต่ในตอนนี้ คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะต้องมาตายอยู่ที่นี่ แถมยังถูกเจ้าสัตว์ร้ายนี่กัดกิน
คิดดูแล้ว กู่หยูเซียว ได้แต่รู้สึกสะอิดสะเอียน
เธอหยิบกริชออกมาจากอกของเธอหลับตาและกำลังจะจบชีวิตตัวเอง
“ขอโทษนะคะ ย่าทวด หนูไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ ขอโทษค่ะ หนูคงไปไม่ถึงวังราชาสมุทร!”
พูดแล้วเธอก็จะจบชีวิตตัวเอง
แต่ในเวลานีเอง
เสียงร้องน่าเกลียดน่ากลัวก็ดังออกมาจากค้างคาวยักษ์ตัวนั้น
และตามมาด้วยเสียงของสิ่งของหนัก ๆ ล้มลงกับพื้นเสียงดัง
กู่หยูเซียว ลืมตาขึ้น
ภาพตรงหน้านั้นทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตา เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้จู่ ๆ ก็ตาย
เป็นไปได้ยังไง?
แต่ในเวลานี้ เฉินเกอก็เดินออกมา
“คนสวย ฉันช่วยเธอไว้อีกแล้วนะ!”
เฉินเกอมองไปที่กู่หยูเซียว และยิ้ม
“เป็นนาย!”
เพียงแต่ว่าเมื่อ กู่หยูเซียว ได้เห็นเฉินเกอ ใบหน้าซีดเซียวของเธอที่เกิดจากความตื่นตระหนกก็ถูกแทนที่ด้วยหน้าแดงทันที
นอกจากนี้ยังมีความเกลียดชังที่อธิบายไม่ได้และแม้กระทั่งอาฆาตแค้นก็เกิดขึ้นในดวงตา
“พวกเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เธอก็อยากจะไปที่วังราชาสมุทร เหรอ?”
เฉินเกอถามขึ้น
เมื่อครู่ตอนที่หญิงสาวพูดถึง วังราชาสมุทร นั้น ทำให้เฉินเกอเกิดความประหลาดใจขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“ฉันไม่รู้ นายไม่ต้องมาพูดกับฉัน!”
กู่หยูเซียว พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นและหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
เพราะคำทำนายเกี่ยวกับบุพเพสันนิวาสของ ท่านซินแสกุ่ย ในช่วงเวลานั้น มันผุดขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง
… …
“คุณกู่ จากคำทำนายของหินบุพเพสันนิวาส คุณได้พบกับคนที่อยู่ในใจคุณแล้ว ยิ่งกว่านั้น พวกคุณเพิ่งจะแยกจากกันเมื่อไม่นานนี้!”
ท่านซินแสกุ่ย พูดขึ้น
คนที่อยู่ในใจ? เป็นใครกัน?
หรือว่า…เป็นเขา! คนคนนั้นที่ผู้คนเรียกเขาว่าคุณชายเฉิน?
“น่าเสียดาย…”
ท่านซินแสกุ่ย ส่ายหน้า
“น่าเสียดายอะไร?”
“น่าเสียดายคุณกู่ ถึงแม้คุณจะรักเขา แต่เขาก็ไม่ได้รักคุณ พวกคุณสองคน ไม่มีบทสรุป! ถือเป็นความรักที่เจ็บปวด!”
ท่านซินแสกุ่ย ถอนหายใจ
“ตาแก่ พูดจาเหลวไหล ฉันไม่คิดจะรักคนที่ไม่รักฉันหรอกนะ แกพูดมั่วแล้ว! ฉันไม่เชื่อหรอก!”
กู่หยูเซียว พูดขึ้นด้วยความโมโห
“เรื่องจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละ ก็แล้วแต่คุณนะ!”
“เรื่องจริง? หึ ๆ หากมีความจริงเช่นนี้ฉันจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ฉันจะฆ่าเขา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต จากนั้น ฉันจะกลับมาสำนักของแก แล้วเผามันให้วอด!”
กู่หยูเซียว พูดจบ พูดจบเขาก็ลงจากภูเขาอย่างโกรธเกรี้ยวและตรงไปที่ภูเขาด้านหลังของตระกูลหมิง
เธอรู้ว่านักพรตนั่นพูดถึงเฉินเกอ
แต่กู่หยูเซียว คิด แม้ว่าเขาจะดูหล่อ แต่เขาก็ช่วยตัวเอง แต่แล้วเขามีคุณสมบัติอะไรให้เธอจะรักเข้าได้ล่ะ?
นี่มันไร้สาระสิ้นดี
อย่างไรเสียก็คงไม่ได้เจอกันอีก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะช่วยชีวิตเธอไว้อีกครั้ง ยิ่งกว่านั้นยังปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
“คุณได้รับบาดเจ็บนะ อย่าขยับตัวเยอะ หินปี้สุ่ย นี่ ก็มีประโยชน์สำหรับผมเหมือนกัน ผมไม่รังเกียจที่จะแบ่งให้สักนิดหรอกนะ!”
เฉินเกอยิ้มแล้วพูดและอยากจะเข้าไปพยุงเธอ
สุดท้ายกลับโดน กู่หยูเซียว สลัดออกอย่างแรง
“อย่าถูกตัวฉัน!”
“ขี้โมโหจัง ไม่ว่าจะพูดยังไง เจ้าหินปี้สุ่ย นี่ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นของของตระกูลเฉิน คุณมาขโมยของต่อหน้าเจ้าของ ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกสำนึกผิดสักนิด!”
เฉินเกอพูดอย่างเหลือทน
เขายื่นมือออกไปแล้ว หินปี้สุ่ย ก็ตงอยู่ในมือเขา
จากนั้น เฉินเกอก็หลันหลังและคิดจะจากไป
“รอก่อน!”
“ทำไมเหรอ?”
“นายบอกว่า จะแบ่งหินปี้สุ่ย ให้ฉัน!” กู่หยูเซียว ถามขึ้นเบา ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เธออยากจะฆ่าเฉินเกออยู่บ้าง แต่เธอรู้ว่าเธอฆ่าเขาไม่ได้
แต่ว่า ตัวเองจะรักเขางั้นเหรอ?
“ได้ แบ่งให้เธอก้อนหนึ่ง!”
หินปี้สุ่ย มีลักษณะคล้ายกับอัญมณีพวกนั้น ดูเหมือนจะประกอบจากหินก้อนเล็ก ๆ รวมกัน
หินปี้สุ่ย ถึงนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่การเอาออกมาพันชิ้นก็ไม่ใช่ปัญหา
เฉินเกอแบ่งให้ กู่หยูเซียว สามก้อน
“ผมเชื่อว่าเดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก แถมผมเองก็ต้องการจะไป วังราชาสมุทร อยากไปด้วยกันไหม?”
เฉินเกอรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้นั้นน่าสงสัยเป็นอย่างมาก
ในเรื่องของวังราชาสมุทร นั้น เขาค่อย ๆ ตรวจสอบมันด้วยตัวเอง
และจากที่เธอพูด เหมือนว่าการไปหลุมศพนั้นก็ไม่ใช่ง่ายดาย เธอเหมือนจะได้รับคำสั่งจากใครมา ย่าทวด คือใครกันนะ? หรือย่าทวดของเธอจะรู้ข้อเท็จจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่? ดังนั้นเฉินเกอจึงอยากจะรู้
“ฉันไม่ไปกับนายหรอก นายไม่ต้องห่วง!”
พูดจบหญิงสาวก็ใช้มือุมหน้าท้องของตัวเองแล้วเดินเซออกไป
ในตอนนี้เฉินเกอได้กลิ่นบางอย่าง
คิ้วขมวดขึ้นเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้: “ไม่ได้การ! รีบกลับบมา!”