ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่439 ฮือฮาทั้งงาน
บทที่439 ฮือฮาทั้งงาน
“ยังมีของขวัญชิ้นใหญ่อีกเหรอ?”
แม้แต่แขกผู้มีเกียรติที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างก็ตั้งตารอคอยในขณะนี้
เพราะสองพี่น้องแห่งตระกูลเฉินคู่นี้ ช่างสุดยอดและแข็งแกร่งมากเกินไป!
“ชิ้นที่สามนี้ คงต้องเป็นพี่สะใภ้ของน้องเป็นคนส่งให้น้องแล้ว!”
จากนั้น เฉินเสี่ยวหันกลับไปและมองไปด้านหลัง
ก็เห็น ที่ประตู ตามมาด้วยกลุ่มคนรับใช้กลุ่มหนึ่ง
และมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างสง่าราศี
หญิงสาวคนนี้มีความงามที่โดดเด่น และบุคลิกที่สง่าและอ่อนโยน จนทำให้บรรยากาศของงานนี้ราวกับว่าถูกแช่แข็งลงเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้สวยงามมากเหลือเกิน!
ทุกคนที่อยู่ในงานต่างร้องอุทาน
“พี่สะใภ้ของหนู?”
เสี่ยวเป้ยก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
แล้วมองไปที่เฉินเกอ
แน่นอนว่า คนที่มานั้นก็คือฉินหลานพี่หลาน
เฉินเกอก้มศีรษะลงและไม่ได้พูดอะไร เรื่องนี้ ไม่สามารถอธิบายได้ในเพียงเวลาแค่ชั่วขณะ!
“สวัสดีค่ะคุณย่า!”
ส่วนฉินหลานหลังจากที่เธอเดินเข้ามา ก็ยืนอยู่ที่ด้านข้างของเฉินเกอ และกล่าวทักทายคุณย่าพร้อมกับโค้งคำนับและยิ้มอย่างสุภาพ
คุณหญิงดีใจจนไม่สามารถหุบปากของตัวเองได้
และพยักหน้าอย่างหนัก
“ผู้หญิงที่โดดเด่นเช่นนี้ เป็นหลานสะใภ้ของฉัน ดีมาก ดีมาก!”
คุณหญิงพยักหน้าอย่างหนัก
ใช้ชีวิตมาเกือบทั้งชีวิต และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่คุณหญิงรู้สึกถึงความรุ่งโรจน์และความภาคภูมิใจอย่างมากที่ครอบครัวนำมาสู่เธอ
“น้องเสี่ยวเป้ย นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่พี่และพี่ชายของหนูรวมกันส่งให้หนู!”
พี่หลานมองไปที่เสี่ยวเป้ยแล้วยิ้ม
จากนั้นก็เห็นผู้ที่ติดต่อเธอมา ถือเอกสารสัญญาเข้ามาเพียงหนึ่งฉบับ
เสี่ยวเป้ยกะพริบตาและมอง
“เสี่ยวเป้ย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนูจะกลายเป็นประธานของเยี่ยนจิงบริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ป และในเวลาเดียวกัน ก็ดำรงตำแหน่งท่านชนชั้นใหญ่ของอุตสาหกรรมตระกูลเฉินทางเหนือด้วย!”
พี่หลานยิ้มเล็กน้อย
“ห๊ะ?”
เสี่ยวเป้ยตะลึงทันที
และคุณหญิงก็ตกตะลึงเช่นกัน
“บริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ปก็เป็นของตระกูลเฉินเหรอ?และต่อจากนี้เสี่ยวเป้ย ก็เป็นประธานใหญ่ของบริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ป?”
ต้องรู้ก่อนว่า ไม่พูดว่าอุตสาหกรรมทางเหนือยของทั้งตระกูลเฉินคืออะไร ลำพังเพียงแค่บริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ปอย่างเดียว ก็สามารถตบได้สามตระกูลแล้ว!
และเสี่ยวเป้ย ก็จะกลายเป็นประธานของบริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ป?
ทุกคนที่อยู่ในเหตการณ์ ต่างก็อ้าปากค้างอย่างหนัก และมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความไม่เชื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของโกวหรูมีอารมณ์ซับซ้อน และรู้สึกไม่ดีเลย
“เย้!เสี่ยวเป้ย!”
ส่วนเหม่ยเหม่ยพวกเธอก็เขย่าแขนของเสี่ยวเป้ยอย่างบ้าคลั่ง
และนี้ก็คงไม่แปลกแล้ว ว่าเพราะอะไรประธานจางพวกเขาถึงมาที่นี่เพื่อฉลองวันเกิดให้กับเสี่ยวเป้ย และยังให้เสี่ยวเป้ยช่วยดูแลและอุ้มชูธุรกิจของพวกเขาด้วย
ที่แท้เพราะอย่างนี้นี่เอง
คุณชายเฉินคิดไว้แต่แรกแล้วว่า จะส่งธุรกิจอุตสาหกรรมของบริษัทให้เสี่ยวเป้ย!
ส่วนคุณหญิงเองก็รู้สึกตื่นเต้นมาเช่นกัน
โดยประการแรกนั้นก็คือพี่น้องของตระกูลเฉินช่วยตัวเองคลายการปิดล้อมของตระกูลหลงวันนี้
และตอนนี้ ก็ส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้เยอะขนาดนี้ คุณหญิงทั้งรู้สึกตื่นเต้นและซาบซึ้ง
และในขณะเดียวกัน เธอก็มีความรู้สึกและอารมณ์อีกอย่างหนึ่งอยู่ภายในใจของเธอ
และในตอนนี้ ก็เห็นว่าส่งของขวัญเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เฉินเสี่ยวเลยเหลือบตามองไปที่หลงช่าวเหลยที่ยืนอยู่ด้านข้างและไม่กล้าขยับตัว
“วันนี้อีแม่อย่างฉันอารมณ์ดี ดังนั้นก็ไม่ทรมานแกละ เสี่ยวเหลย ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า แกลืมสภาพของพ่อแกเมื่อสมัยก่อนที่อยู่จินหลิงแล้วใช่หรือเปล่า?”
เฉินเสี่ยวกล่าวอย่างเห็นชา
“ไม่ลืมครับ พี่เสี่ยว!”
หลงช่าวเหลยพยักหน้าอย่างหนัก
สมัยก่อน บุคคลที่เฉินเสี่ยวเตะออกจินหลิงอย่างกับหมา ซึ่งคนคนนั้นก็คือหลงช่าวเหลยและพ่อของเขา และทั้งสองคนก็เป็นบุคคลที่โดนไล่โดยตรงในตอนนั้น
“ไม่ลืมก็ดี จำไว้ ต่อไปนี้ถ้าเจอคนของตระกูลหยาง ก็หลบๆไว้หน่อย ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เคยเตือนแก!กลิ้งออกไปให้พ้น!”
เฉินเสี่ยวกล่าว
“ครับ พี่เสี่ยว!”
หลงช่าวเหลยกำลังจะเดินออกไป
“กลับมา!ฉันบอกว่า กลิ้ง ออก ไป!”
เฉินเสี่ยวกล่าวอีกครั้ง
แก้มของหลงช่าวเหลยกระตุกเล็กน้อย
นี่มันต้องการให้เรื่องราวของเมื่อก่อนเกิดขึ้นอีกครั้งเลยนะเนี่ย
เพียงแต่ว่า ตอนนี้ อย่างน้อยหลงช่าวเหลยก็ไม่กล้าหายใจแรงๆเลยด้วยซ้ำ
แม่งเอ๊ย ไม่คาดคิดว่าหยางเสี่ยวเป้ยของตระกูลหยาง จะมีคนที่อยู่เบื้องหลังเช่นนี้
ช่วยไม่ได้ หลงช่าวเหลยทำได้เพียงแค่คลานลงบนพื้น แล้วกลิ้งออกไปจริง ๆ!
หลังจากที่งานเลี้ยงฉลองจบลง
โกวหรูและป้าสองพวกเขา ต่างก็ไม่รู้สึกตัวและไม่ตอบสนองเป็นเวลานาน
เมื่อกี้พวกเธอก็อยากจะประจบสอพอเฉินเสี่ยวเช่นกัน
แต่สิ่งที่ได้ กลับเป็นสายตาที่เยือกเย็นของเฉินเสี่ยว ทำให้พวกเขาแม้แต่คำพูดดี ๆที่จะประจบสอพอก็ไม่ได้พูดออกมา
ส่วนหยางเสี่ยวเป้ยนั้น กลับได้กลายเป็นหงส์ในบรรดาผู้คนมากมาย!
ตอนกลางคืน
ตระกูลหยาง ในห้องนอนของคุณหญิง
“ที่แท้ เฉินจิ้นตงมีพลังอำนาจมหาศาลขนาดนี้เลยเหรอ!”
เมื่อฟังคำแนะนำสั้นๆบางอย่างของเฉินเกอจบ
ใบหน้าของคุณหญิงก็มีความรู้สึกเหมือนมีบาดแผลในใจโผล่ขึ้นมา
“คุณย่าครับ ความคับแค้นใจในอดีตที่ผ่านมา ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ ก็คือครอบครัวของพวกเราได้มีโอกาสมารวมตัวกัน!”
เฉินเกอกล่าว
“ผ่านไปแล้ว?เหอะๆ เมื่อก่อนฉันทำกับยู่ผิงโหดร้ายขนาดนั้น และทำให้พ่อของเสี่ยวเป้ยต้องกลายเป็นสภาพแบบนั้น ยู่ผิงและพี่ห้ามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและดีมาก ยู่ผิงเธอต้องเกลียดย่าแน่นอน ต้องเกลียดแม่คนนี้มากแน่!”
คุณหญิงกล่าวทั้งน้ำตา
“ไม่เลยครับ ที่จริงช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้คุณแม่คิดถึงท่านตลอด ย่าอาจจะไม่รู้ คุณแม่ยังเคยมาเยี่ยมคุณย่าหลายครั้ง และมาทุกปี!”
เฉินเกอกล่าว
เมื่อคุณหญิงได้ยินเช่นนี้ ก็เงยหน้าขึ้น
ในใจของเธอรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
แต่ก็ต้องรู้สึกเสียใจที่เป็นเพราะตัวเองหัวโบราณ และจะทำตามประเพณีของสมัยโบราณ
ถ้าไม่เช่นนั้น ทั้งครอบครัวก็สามัคคีกัน คงจะดีมากขนาดไหน และก็คงไม่มีเรื่องที่ตระกูลหลงมาเยือนในวันนี้
“อีกอย่างคุณย่าคะ คุณป้าก็คิดถึงคุณพ่อมาโดยตลอด และยังเคยหาหมอที่ดีที่สุดให้คุณพ่อเยอะมาก อีกทั้งยังสนับสนุนให้เสี่ยวเป้ยเรียนหนังสือจนจบด้วยนะคะ!”
เสี่ยวเป้ยกล่าว
“สนับสนุนให้เสี่ยวเป้ยเรียนหนังสือ?”
เมื่อคุณหญิงได้ยินเช่นนี้ น้ำตาขอองเธอก็ไหลลงมาอีกครั้ง
นั่นสิ หลานสาวของตัวเองแท้ๆ และเป็นถึงคุณหนูของตระกูลหยาง ลำบากจนถึงขั้นหนังสือก็เกือบจะเรียนไม่จบ และคนที่เป็นย่าอย่างตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย!
เสือแม้มันจะร้ายแต่มันก็ไม่กินลูกของตัวเอง!
คุณหญิงมองย้อนกลับไปทั้งชีวิตของตัวเอง ที่ไล่ล่าชื่อเสียงและโชคลาภ แต่กลับลืมความอบอุ่นและความรักในครอบครัวไปอย่างสนิท!
“แม่ขอโทษยู่ผิงกับพ่อของหนู และก็ขอโทษเสี่ยวเป้ย และยิ่งไปกว่านั้นขอโทษสองพี่น้องเฉินเกอและเฉินเสี่ยวด้วย เฮ้อ!”
ค่ำคืนนี้ ทั้งครอบครัวได้พูดคุยกันจนดึกมาก
และในเวลาเดียวกัน ก็มีทั้งคนที่มีความสุขและคนที่มีความโศกเศร้า
ปัง!
“เหล้า ให้เหล้าฉัน!”
ในร้านเหล้า เสียงขวดเหล้าแตกเป็นเสี่ยงๆ
ชายหนุ่มที่มีอาการมึนเมาคนหนึ่ง ตะโกนลั่น
“คุณชายหยาง คุณดื่มไปเยอะมากแล้ว และไม่สามารถดื่มได้อีกแล้ว!กลับบ้านเถอะ!”
ผู้จัดการสาวร้านเหล้าคนหนึ่งกล่าว
“เพี๊ยะ!”
หยางเย่ยกมือขึ้นมาแล้วตบไปที่หน้าของเธอ:“แม่งเอ๊ย แม้แต่แกก็ดูถูกฉันเหรอ?ได้ ตอนนี้ใครต่อใครก็ดูถูกฉัน เอาเหล้ามาให้ฉัน!”
เขาตะคอก
ผู้จัดการสาวเอามือปิดที่แก้มของตัวเอง และมองไปที่หยางเย่ด้วยความไม่พอใจ
จากนั้นเธอก็ไปเอาเหล้า
หลังจากที่ได้เหล้าแล้วเธอก็เดินกลับมา
แต่มีผู้คนสองถึงสามคนคอยห้ามเธอไว้
“คุณ……คุณคือคุณชายหลง?”
ผู้จัดการสาวกล่าวอย่างไม่คาดคิด
“ให้ฉันเถอะ และถ้าไม่มีคำสั่งของฉัน ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามา!”
คุณชายหลงหยิบเหล้าจากมือของผู้จัดการสาว
แน่นอนว่ามีลูกน้องหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาแล้วโยนให้ผู้จัดการสาว
“ค่ะค่ะค่ะ!”
ผู้จัดการสาวพยักหน้าอย่างรีบร้อน
“คุณชายหยาง เหล้าของคุณ!”
หลงเช่าหยุนถือเหล้าแล้วเดินเข้าไป
หยางเย่กำลังจะหยิบเหล้ามา
จึงหรี่ตาลองและมองไปที่เขา:“ทำไมเป็นแก?”
“เหอะๆ สถานการณ์เช่นนี้ในตอนนี้ ก็มีแต่ฉันนี่แหละที่สามารถมาดูคุณได้!คุณดูสภาพของคุณในตอนนี้สิ คุณชายแห่งตระกูลหยาง ตกต่ำจนถึงขั้นนี้แล้ว!”
หลงช่าวเหลยยิ้มและกล่าวอย่างเย็นชา
“ฮึ คุณดีเหรอ?คุณแม่งอยู่ที่ตระกูลหยางของเรา ก็คลานออกไปเหมือนหมาตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ?ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
หยางเย่หัวเราะเยาะ
ดวงตาของหลงช่าวเหลยแข็งลง:“คุณชายหยาง ดูเหมือนว่าคุณต้องการทำความสะอาดสักหน่อยนะ!”
บูม!
ประตูถูกเตะออก
ผู้ชายสิบกว่าคนวิ่งพุ่งเข้ามาโดยตรง…