ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน / ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่480 ชายหนุ่มที่ใกล้ตาย
บทที่480 ชายหนุ่มที่ใกล้ตาย
“ส่ง….ส่งพวกเธอกลับบ้าน?”
เหลียงซานเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง
“ไม่ได้ยินที่คุณเขาบอกหรือ?”
เฉินว่านชานเอ่ยพูดเสียงดัง
“ครับครับ ส่งกลับเดี๋ยวเลยครับ เจ้านาย!”
เหลียงซานพยักหน้าติดต่อกัน
ส่วนผู้หญิงทุกคนเหล่านั้นก็พยักหน้าให้กับเฉินเกออย่างขอบคุณ : “ขอบคุณนะคะเจ้านาย ขอบคุณค่ะ!”
“อืม พวกเธอรีบกลับบ้านไปกันเถอะ!”
เฉินเกอยิ้มเล็กน้อย พลางเอ่ยขึ้น
เดิมทีเฉินเกอก็ไม่ใช่คนที่ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่อะไรอยู่แล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกของการจากบ้านมาเฉินเกอเองก็รับรู้มาก่อน ความรู้สึกเป็นทุกข์ยากลำบากเช่นนั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วๆไปจะเข้าใจได้
และยิ่งไปกว่านั้น พวกเธอถูกซื้อมาเป็นสาวใช้ ก็นับว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามมากพอแล้ว
กลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นออกไปหมดแล้ว
แต่สุดท้ายกลับยังเหลืออยู่สองคน ยืนอยู่ตรงที่เดิม น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
“ทำไมพวกเธอไม่ไปล่ะ?”
เฉินเกอเอ่ยถาม
“ฉัน….พ่อแม่ของฉันถูกคนร้ายฆ่าตายที่นี่ ฉัน….ฉันไม่มีบ้านแล้วค่ะ เจ้านาย!”
ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยพูดออกมาเบาๆ
“เจ้านาย ให้พวกเราอยู่ที่นี่เถอะค่ะ พวกเราจะปรนนิบัติรับใช้เจ้านายเป็นอย่างดี ขอเพียงแค่เจ้านายให้ข้าวพวกเรากินแค่นั้น!”
ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ก็ได้ ในเมื่อพวกเธอยินยอมที่จะอยู่ต่อ ฉันก็จะไม่ไล่พวกเธอไป แต่พวกเธอวางใจได้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครมารังแกพวกเธอได้อีก!”
เฉินเกอยิ้มออกมา
“ยู่เอ๋อขอบคุณเจ้านาย!”
“หลานเอ๋อขอบคุณเจ้านาย!”
ทั้งสองคนเอ่ยขอบคุณ
โดยเฉพาะผู้หญิงคนที่ชื่อยู่เอ๋อ เวลานี้เองเธอเงยหน้าขึ้นมามองเฉินเกอเล็กน้อย
ใบหน้าอันหล่อเหลาของเฉินเกอ ทำให้ยู่เอ๋ออดที่จะใจเต้นรัวไม่ได้
อยู่ที่นี่ยู่เอ๋อพบเจอกับคนอัปลักษณ์ใจดำมามากมายเหลือเกิน แต่ เจ้านายคนใหม่คนนี้ ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกับคนอื่นๆเลยแม้แต่นิดเดียว
เขามีจิตใจดี
เช่นนี้แล้ว เฉินเกอนับว่าจัดการที่นี่ได้อย่างเรียบร้อยเป็นอย่างมาก
อีกทั้ง เงินที่เหลืออยู่ ก็ให้เฉินว่านชานรับสมัครคนที่มีคุณสมบัติทางร่างกายที่ดีนับร้อยคน อีกทั้งคนวัยหนุ่มสาวที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเข้ามา
ให้มาเป็นบอร์ดี้การ์ดให้กับบริษัทเทียนหลงกรุ๊ป
ในช่วงแรก เฉินว่านชานเป็นผู้ฝึกฝนเอง
ในสองสัปดาห์หลัง กลับเป็นเฉินเกอที่เป็นคนมาฝึกพวกเขาด้วยตัวเอง
ระยะเวลาสั้นๆไม่ถึงหนึ่งเดือน คุณสมบัติทางความสามารถของพวกเขานั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่แพ้พวกทีมบอร์ดี้การ์ดของตระกูลเฉินเลย
วันนี้
ในคฤหาสน์
“ยู่เอ๋อ เธอคัดเลือกเห็นหูหนูมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว ไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือ?”
หลานเอ๋อนอนอยู่บนเตียง อดที่จะมองดูยู่เอ๋อที่กำลังเลือกอย่างตั้งใจนี้ไม่ได้
เวลาไม่ถึงเดือนได้ผ่านไปแล้ว สีหน้าของทั้งสองคนนั้นดูแล้วไม่รู้ว่าดีกว่าเมื่อก่อนตั้งเท่าไหร่
โดยเฉพาะยู่เอ๋อ หลังจากที่สีหน้าในตอนนี้ดีขึ้นมามากแล้วนั้น ยิ่งปรากฏให้เห็นถึงใบหน้าที่งดงามของเธออีกด้วย เห็นแล้วทำให้รู้สึกสงสารและเห็นใจยิ่งนัก
“ไม่เหนื่อย ช่วงไม่กี่วันนี้คุณผู้ชายเขาฝึกฝนบอร์ดี้การ์ดกันหนักขนาดนั้น ไหนจะยังต้องบริหารดูแลบริษัทอีก ฉันจะทำซุปเห็ดหูหนูขาวให้เขาน่ะ!”
ยู่เอ๋อยิ้มหวานออกมา
“ใช่ คุณผู้ชายเขาเป็นคนดีมากจริงๆ แต่เธอนี่ดียิ่งกว่าอีกนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่คิดแทนคุณเขาได้เธอก็ทำให้เขาเรียบร้อยแล้ว! หึหึ!”
หลานเอ๋อยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
ช่วงเวลานี้ ยู่เอ๋อคอยติดตามเฉินเกออยู่ตลอด
ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน ที่พัก เสื้อผ้าการแต่งกาย ยู่เอ๋อก็เป็นคนดูแลทุกอย่าง
“ใช่แล้วยู่เอ๋อ!”
ราวกับหลานเอ๋อนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลุกขึ้นมานั่งแล้วเอ่ยขึ้น :
“หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ คุณเขาเคยบอกว่าจะปล่อยพวกเราไป ทั้งยังให้เงินพวกเราอีกก้อนนึงด้วย ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเธออยากจะกลับไปประเทศของเธอ บ้านเกิดของเธอหรอกหรือ ถึงแม้ว่าคุณลุงกับคุณป้าเธอจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอก็น่าจะมีญาติคนอื่นๆอีกหรือเปล่า? ทำไมเธอถึงไม่ไปล่ะ?”
“คงจะไม่ใช่ว่าเธอชอบคุณผู้ชายของพวกเราหรอกใช่ไหม?”
หลานเอ๋อปิดปากพลางหัวเราะ
“หลานเอ๋อ เธอพูดเหลวไหลอีกแล้ว ฉัน…..ฉันมีญาติอะไรที่ไหนล่ะ เพียงแต่ ตอนที่เห็นคุณผู้ชาย ฉันก็รู้สึกได้ถึงความปลอดภัย ดังนั้นจึงอยากจะอยู่ต่อ ฉันจะมีสิทธิ์ไปชอบเขาได้อย่างไรกัน!”
ยู่เอ๋อหน้าแดงแล้วรีบพูดขึ้น
“ว่าแต่เธอเถอะ เธออยากกลับบ้านมากกว่าฉันอีก ทำไมเธอเองถึงไม่ไปล่ะ?”
ยู่เอ๋อย้อมถาม
“ฉันมีสองสาเหตุ สาเหตุแรกคือ คุณผู้ชายเป็นคนดี ไม่เหมือนกับเจ้านายคนอื่นๆที่ปฏิบัติกับพวกเราอย่างโหดร้าย เขาเคารพพวกเรา อยู่กับเขาแล้ว รู้สึกสงบสุข! ส่วนสาเหตุที่สอง ที่สำคัญที่สุดก็คือ พี่หู่รับปากว่าฉันว่าไม่เกินหนึ่งเดือนจะมารับฉันไป ฉันไม่อยากไปไหนไปทั่ว ฉันอยากจะรอให้พี่หู่มารับฉันไป พี่หู่จะช่วยพี่ชายของเขาออกมาด้วย เขาบอกแล้ว ว่าจะพาฉันออกไปจากที่นี่ แล้วพวกเราจะแต่งงานกัน!”
หลานเอ๋อเอ่ยพูดออกมาด้วยความเชื่อมั่นและมีความสุข
“แต่หลานเอ๋อ คำพูดของผู้ชายพวกนั้นเธอเชื่อจริงๆหรือ? ไม่ผิด ที่พี่หู่เขาเคยช่วยพวกเราจริงๆ แต่ ฉันกลับไม่เชื่อว่าเขาจะมาพาเธอออกไป! เธอจะต้องเตรียมใจไว้บ้างนะ! แน่นอนว่าพี่หู่ช่วยพวกเราไว้ ฉันเชื่อเขา แต่……”
ยู่เอ๋ออยากจะเตือนหลานเอ๋อว่าไม่ต้องหวังเอาไว้มากจนเกินไป จะได้ไม่เสียใจ
“ฉันรู้ยู่เอ๋อ ว่าเธอต้องการจะพูดอะไร แต่ ฉันเชื่อพี่หู่ เขาช่วยพี่ชายของเขาแล้ว จะต้องมาหาฉันอย่างแน่นอน พวกเราสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานกัน สรุปแล้ว หนึ่งวันรอไม่ได้ หนึ่งปีก็จะรอ หรือจะตลอดชีวิตฉันก็จะรอเขา!”
มือทั้งสองข้างของหลานเอ๋อจับแก้มตัวเองแล้วยิ้ม
“เอาล่ะ เธอดูหลงใหลขนาดนี้เป็นเรื่องที่เห็นได้ยากมากเลยนะ ไปกันเถอะ เราไปทำซุปกัน แล้วค่อยเอาไปส่งให้คุณผู้ชาย!”
ทั้งสองคนว่าเช่นนั้นแล้วจึงเดินออกไป
เวลานี้ ทางด้านเหนือของบริษัทเทียนหลง
ใกล้กับภูเขาลูกใหญ่
บนภูเขา
กำลังมีกลุ่มคนกำลังเดินผ่านป่า
คนกว่าร้อยคน แบ่งเป็นห้ากลุ่ม นำโดยห้าพี่น้องของเฉินว่านชาน
ยู่เอ๋อและหลานเอ๋อเดินถือกล่องเก็บอุณหภูมิเข้ามา
เห็นจากไกลๆแล้ว ว่าคุณผู้ชายนั้นกำลังนั่งดื่มชาอยู่ตรงเก้าอี้เอน
ทางด้านหลัง มีบอร์ดี้การ์ดที่ใส่ชุดสูทและสวมแว่นกันแดดยืนอยู่สองคน
คนหนึ่งยืนเอามือไพล่หลังเอาไว้
ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นกำลังถือร่มให้คุณผู้ชายอยู่
“คุณผู้ชาย ฉันทำซุปเห็ดหูหนูมาให้! ลองชิมดูนะคะ!”
“ครั้งต่อไป ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้!”
เฉินเกอวางแก้วชาลง แล้วเอ่ยพูดพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย
เห็นเฉินเกอแล้ว ยู่เอ๋อจึงยิ้มหวานออกมา
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม สุขภาพร่างกายของคุณผู้ชายนั้นเหมือนกับจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆวัน
จากช่วงก่อนหน้านี้ กล้ามเนื้อของเขาก็ยังไม่ได้ดูแข็งแรงขนาดนี้
แต่ก่อนหน้านี้สองสามวัน จู่ๆก็เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
และในช่วงนี้ รูปร่างของเขาถึงได้ฟื้นฟูกลับเป็นแบบเดิม
สถานการณ์เช่นนี้ ยู่เอ๋อเห็นกับตาตัวเองมาถึงสองครั้งแล้ว
และเวลานี้เอง
จู่ๆเสียงฝีเท้าที่ดูรีบร้อนนั้นก็ดังขึ้นมา
เห็นเฉินว่านชานกำลังพากลุ่มคนของเขาวิ่งมาทางนี้
คนที่อยู่ทางด้านหลัง กำลังแบกคนหนึ่งคนเอาไว้
“คุณผู้ชายครับ พวกเราพบคนๆนี้อยู่บนภูเขา ดูท่าทางแล้ว น่าจะสลบไปหลายวันแล้ว บาดแผลบนร่างกายสาหัสมาก แต่ยังมีลมหายใจอยู่ ผมเลยแบกเขากลับมาครับ!”
เฉินว่านชานเอ่ยพูดขึ้น
ว่าแล้วนั้น ก็วางร่างของชายหนุ่มที่หายใจแผ่วเบาลงบนพื้น
และเมื่อเห็นชายหนุ่มคนนี้แล้วนั้น
เฉินเกอจึงขมวดคิ้วขึ้น และหัวใจเต้นแรงมากขึ้นด้วย
“ปึง!”
หลานเอ๋อที่ถือถาดอยู่นั้น จู่ๆก็สั่นเทาไปทั้งร่างกาย ถาดใบนั้นล่วงลงพื้น
“ตี้หู?”
“พี่หู!”
เฉินเกอลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ส่วนหลานเอ๋อนั้นร้องไห้ออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเขา
ชายหนุ่มที่หายใจแผ่วเบาอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือตี้หูที่เป็นสองพี่น้องบอดิการด์เทียนหลงตี้หูนั่นเอง
ส่วนเฉินเกอนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปข้างๆตี้หูด้วยเช่นกัน…..