ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 167 ถึงตายก็ตายตาหลับ!
หลี่เนี่ยนฝานยิ้ม “ผู้เฒ่าเหยา ข้าต้องบอกว่าท่านมาได้จังหวะพอดีจริงๆ เมื่อวานข้าเพิ่งซื้อปลาหลี่ตัวใหญ่มาสองตัว ข้ากินไปแล้วตัวหนึ่ง อีกตัวหนึ่งที่แท้กลับได้เก็บไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ”
หลี่เนี่ยนฝานพูดจาหยอกล้อ ทว่าเหยาเมิ่งจีกลับคิดจริงจัง รีบเอ่ยด้วยความประหวั่นปนวิตก “ขอบคุณเมตตาของคุณชายหลี่ยิ่งนัก”
ที่แท้คุณชายหลี่ก็คาดไว้แล้วว่าตนจะมาหาในวันนี้ จึงตั้งใจจัดเลี้ยงอำลาตนโดยเฉพาะ!
ตอนนี้เสี่ยวไป๋เดินมาถึงส่วนกลางของเรือนแล้ว ลำธารที่นี่ถูกใช้เป็นบ่อเลี้ยงปลา สะดวกสบายอย่างยิ่ง
ภายในนั้นมีปลาตัวหนึ่งที่กำลังแหวกว่ายสะบัดครีบหางเอื่อยๆ ด้วยความเกียจคร้าน
ลำธารเชื่อมต่อกับสระน้ำในลานบ้านด้านหลัง แต่หลี่เนี่ยนฝานใช้ตาข่ายกั้นไว้ ไม่ให้ปลาว่ายเข้าไปได้
มันคือปลาเฉาฮื้ออวบอ้วนตัวหนึ่ง ซึ่งดูทรงพลังอย่างมาก อย่ามองว่าภายนอกดูเกียจคร้าน เพราะทันทีที่มีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย มันก็พร้อมจะสะบัดครีบหางหลบหนีไปด้วยความเร็ว คล่องแคล่วว่องไวเป็นเลิศ
ทว่าต่อให้คล่องแคล่วว่องไวเพียงใดก็ไร้ประโยชน์ยามอยู่ต่อหน้าเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นจวกลงในน้ำ ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ลงแรงมากมายก็สามารถจับปลาเฉาฮื้อมาไว้ในกำมือ
“ผลับๆๆ!”
ปลาดิ้นอยู่ในมือของเขาอย่างรุนแรง ทว่ากลับไม่อาจหลุดพ้นไปได้
มือของเสี่ยวไป๋ดั่งคีมหนีบที่จับตัวปลาไว้ ไม่นานปลาก็เริ่มเหนื่อย ดิ้นรนอย่างไร้เรี่ยวแรงลงทุกที และกลายเป็นเนื้อปลาที่ถูกหั่นวางบนเขียง
“ตุบ!”
เสี่ยวไป๋หยิบมีดทำครัวขึ้นมา ทุบไปที่หัวปลาเฉาฮื้อ จากเดิมที่อาการย่ำแย่อยู่แล้วก็แน่นิ่งไปในที่สุด เช่นนี้จึงจะสามารถเดินทางไปอย่างสงบขึ้นมาหน่อย
ขูดเกล็ด แหวกท้อง
เมฆาเหินธาราไหล เคลื่อนไหวอย่างชำนาญ
ไม่นานปลาก็ถูกจัดการจนเสร็จ
ยกมือขึ้นตัดหัวปลา วางส่วนลำตัวไว้ข้างๆ เริ่มทำแกงเต้าหู้หัวปลาอย่างเป็นทางการ
การทำเต้าหู้ก็ไม่ยากเย็น หลี่เนี่ยนฝานมีถั่วเหลืองอยู่ในลานด้านหลัง เพียบพร้อมทั้งวัตถุดิบและวิธีการ หากอยากกินเต้าหู้ย่อมได้กิน
หยิบเต้าหู้ขาวผุดผ่องดั่งคริสตัลออกจากตู้เย็นข้างลำธาร จากนั้นก็ลงมือทำอาหาร
ผู้เฒ่าเหยานั่งตาลอยอยู่บนเก้าอี้
แม้จะได้รับความกระจ่างจากหลี่เนี่ยนฝานแล้ว แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะหลุดพ้นจากมันในทันที บางครั้งเขาก็จิตใจล่องลอยไร้สติ ทอดถอนใจออกมา
ถ้วยชาที่วางอยู่ข้างๆ ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวก็เย็นเสียแล้ว
สถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่ควรทำหาใช่ไขความกระจ่าง แต่คือการอยู่เป็นเพื่อนข้างๆ
หลี่เนี่ยนฝานไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่รอให้เสี่ยวไป๋ทำอาหารอยู่เงียบๆ หวังว่าอาหารจะทำให้ผู้เฒ่าเหยารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
ในโลกบำเพ็ญเซียนแห่งนี้ ตนไม่ได้มีมิตรสหายมากมาย หากเสียไปคนหนึ่งก็น้อยลงไปคนหนึ่ง หวังว่าผู้เฒ่าเหยาจะไม่เป็นอะไร
ทั่วทั้งเรือนแห่งนี้ มีเพียงหลี่เนี่ยนฝานที่นั่งเป็นเพื่อนเหยาเมิ่งจีอย่างล่องลอย ต๋าจี่กำลังศึกษาหมากรุก ต้าเฮยก็นอนหูลู่อยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัย มีเพียงเสี่ยวไป๋ที่ยังคงตั้งใจทำอาหารอย่างขะมักเขม้น
“ปุดๆๆ”
ไม่ทันไร ควันหอมก็พวยพุ่งขึ้นมาที่ฝาหม้อจนเกิดเสียงดังชัด
ทันทีที่เปิดฝาออก ควันหนาก่อตัวกลิ้งหมุน
กลิ่นหอมเข้มข้นแผ่กระจายปกคลุมลานบ้านจนมืดฟ้ามัวดิน ลอดผ่านโพรงจมูกเข้าสู่ทุกอวัยวะในร่างกาย ชวนให้อดไม่ได้ต้องสูดดม ทั่วทั้งสรรพางค์กายสัมผัสถึงความสุขใจไร้กังวล
หือ?
เหยาเมิ่งจี ผู้ซึ่งเดิมทียังตกอยู่ในภวังค์จิตใจล่องลอยถึงกับผงะ สูดจมูกดมกลิ่นอย่างห้ามไม่อยู่ ม่านตาเบิกโพลง
หอมจัง!
กลิ่นหอมนั้นลอดเข้าปากลงสู่ช่องท้อง ทว่าเพราะมีเพียงกลิ่นหอมจึงทำให้ท้องไม่พึงพอใจ เริ่มบีบตัวเองอย่างช่วยไม่ได้
“จ๊อกๆๆ!”
เมื่อความหิวโหยเข้าครอบงำ เสียงท้องร้องก็ดังออกมา
ทันใดนั้น ใบหน้าของเหยาเมิ่งจีก็เปลี่ยนเป็นสีแดง อับอายจนแทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่ตนลืมเลือนความรู้สึกหิวกระหายไป บัดนี้ไม่เพียงแต่รู้สึกอีกครั้ง ท้องยังร้องออกมาด้วย
ทั้งที่เมื่อครู่ ข้ายังเป็นคนที่อ้อนวอนร้องขอความตายหนักหนา วินาทีถัดมากลับท้องร้อง นี่มัน…น่าอับอายเกินไปแล้ว!
ไม่ได้การ สวรรค์ ให้ข้าตายไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวทีเถอะ ไม่มีหน้าพบผู้ใดแล้ว!
เขาลอบมองตามกลิ่นไป กลับเห็นว่าเสี่ยวไป๋กำลังยกแกงเต้าหู้หัวปลาเดินเข้ามา
เหนือหม้อยังคงมีไอควันหลงเหลือ
เมื่อมองผ่านควันนั้นไป สายตาก็ถูกน้ำแกงปลาสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนมดึงดูด น้ำแกงปลาบริสุทธิ์หมดจด ไม่มีวงน้ำมันบนผิวน้ำ เป็นการผสมผสานระหว่างหัวปลาแสนอร่อยกับเต้าหู้ที่เรียบง่ายที่สุด
น้ำแกงสะท้อนแสงระยิบระยับภายใต้แสงแดด คล้ายกำลังเปล่งแสงสว่างไสว
ในน้ำแกงเข้มข้น หัวปลาอวบอ้วนยื่นออกมาครึ่งหนึ่ง ถัดจากหัวปลามีเต้าหู้ผุดผ่องดุจคริสตัลสองสามชิ้นวางประดับประดา เป็นส่วนผสมชั้นเลิศ
กลิ่นหอมของแกงเข้มข้นไม่แรงไป แต่ยังทิ้งรสชาติโอชาค้างไว้ในลำคอเนิ่นนาน
มองดูแกงปลาในหม้อ พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมคละคลุ้ง ฉุดให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นจนคนน้ำลายสอ
“อึก”
เหยาเมิ่งจีกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง จ้องมองหม้อแกงปลาตาไม่กะพริบ ความกระหายท่วมท้นขึ้นในใจ
เดิมทีเขาคิดว่าตนเองหัวใจด้านชาดุจเถ้าถ่าน ไม่มีสิ่งใดในโลกล่อหลอกเขาได้ ทว่าบัดนี้เขาพบว่าตนคิดผิด แถมยังผิดมหันต์
ที่แท้ความเย้ายวนของอาหารรสเลิศ ก็สามารถเอาชนะความหดหู่สิ้นหวังแห่งความตายได้จริงๆ
เมื่อเห็นท่าทีของเหยาเมิ่งจี มุมปากของหลี่เนี่ยนฝานยกยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แน่นอนว่าไม่มีปัญหาใดที่อาหารรสเลิศแก้ไขไม่ได้
เสี่ยวไป๋ตักแกงปลาใส่ชามแล้วยื่นให้เหยาเมิ่งจี “เชิญรับประทานให้อร่อยขอรับ”
“ขอบ ขอบคุณมาก”
เหยาเมิ่งจีรับแกงปลามา แล้วยกขึ้นสูดดมตรงหน้าอย่างอดใจไม่อยู่
กลิ่นหอมหวนอันอบอุ่นชุ่มฉ่ำ ทำให้จิตวิญญาณของเขาตื่นตัวขึ้นทันที นอกจากน้ำแกงเข้มข้นแล้ว ยังมีปลาอวบอ้วนเนื้อนุ่มชิ้นหนึ่ง และเต้าหู้ขาวนุ่มละมุนผุดผ่องอีกสองชิ้น
ลูกกระเดือกของเขาเคลื่อนไหวไปมา แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะยกชามกระเบื้องขึ้น แนบริมฝีปากลิ้มรสอึกหนึ่ง
แกงปลาขาวข้นไหลเข้าปาก สัมผัสกลมกล่อมทำให้เขารู้สึกสบาย ที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นหอมอันโอชะที่ผลิบานอยู่ในปาก น้ำแกงพันรอบคอ ราวกับผ้าไหมชั้นดีที่ห่อหุ้มผิวหนัง ทำให้เขาต้องกลืนลงไป
เขาอดไม่ได้ที่จะใช้ลิ้นหยอกเย้าแกงปลา กลืนลงคออย่างช้าๆ ราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย
“น่ะ นี่…จะอร่อยเกินไปแล้วกระมัง!”
ดวงตาเหยาเมิ่งจีเบิกโพลง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นประหลาดใจ รู้สึกเพียงเซลล์ทุกเซลล์เปิดออก ทั่วทั้งร่างกายผ่อนคลายอย่างสุดจะพรรณนา
เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงดื่มอีกครั้ง
“ซู้ด!”
คราวนี้กระทั่งเต้าหู้ชิ้นหนึ่งก็ถูกเขาสูดเข้าปากด้วย
เต้าหู้ที่สุดแสนจะนุ่มละมุนลิ้น เข้ากันได้ดีกับน้ำแกง ไม่ทันเคี้ยวก็ละลายในปาก กลิ่นหอมของเต้าหู้ผสมผสานกับน้ำแกงปลาที่อยู่รายล้อมได้อย่างลงตัว ยิ่งเพิ่มรสชาติเลิศล้ำขึ้นไปอีกขั้น
“อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่ข้าเคยกินเลย!”
“ซู้ดๆๆ!”
เหยาเมิ่งจีลืมตัว ยิ่งดื่มยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนชามเกือบจะครอบทั้งหน้า
ทว่าภายใต้ชามที่ครอบหน้านั้น น้ำตาชราสองสายหลั่งไหลออกมา
ข้าไม่เคยคิดเลยว่าก่อนตายจะได้กินของอร่อยๆ เช่นนี้ ชีวิตถูกเติมด้วยคำว่าสมบูรณ์แล้ว ถึงตายก็ตายตาหลับ!
“คุณชายหลี่ ทำให้ท่านขำขันแล้ว” เหยาเมิ่งจีรีบปาดน้ำตา “ขออีกชามได้หรือไม่?”
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ย “ไม่มีปัญหา อยากกินเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา”
………………………………………………