ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 209 วางใจเถอะ ข้าเป็นมืออาชีพ
โหว่งๆๆ!
พลังปราณมหึมา ราวกับภูผาถล่มสึนามิกระหน่ำปะทุขึ้นในฉับพลัน กลืนกินเกือบทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเซียน
มากเกินไป เข้มข้นเกินไป!
ผู้คนแทบจะหายใจไม่ออก
ความจริงหลังจากเส้นทางเซียนปุถุชนถูกตัดขาดในคราวก่อน ระดับความเข้มข้นของพลังปราณในโลกบำเพ็ญเซียนก็ลดฮวบ บวกกับการได้รับการถ่ายทอดถูกตัดขาด ไร้ความหวังที่จะกลายเป็นเซียน แทบจะเข้าสู่ยุคสิ้นสุด
แต่แล้วตอนนี้พลังปราณ...ได้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง!
โดยเฉพาะทั่วทั้งราชวงศ์เซียนเฉียนหลง เห็นได้เด่นชัดที่สุด พลังปราณแทบจะรวมตัวกันเป็นร่างมังกร เหาะเหินไปทั่วทุกมุม
แม้แต่ทางเหนือของราชวงศ์เซียน ที่แห่งนี้แห้งแล้ง เขาสูงดินเหลือง รกร้างไร้ผู้คน ทว่าเส้นทางที่มังกรพลังปราณนั้นบินผ่าน ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉากลับเขียวชะอุ่ม ภูเขาแห้งแล้งเกิดต้นหญ้า แม่น้ำทะเลสาบซัดเกลียวคลื่น!
จินเหลียนเหมิน
เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังฝึกฝนบำเพ็ญพลันลืมตาขึ้นถามด้วยความสงสัย “เหตุใดจู่ๆ ถึงมีพลังปราณมากมายเช่นนี้? แม้แต่สถานการณ์คอขวดบนร่างกายก็คล้ายกับคลายออก ช่างเถอะ คอยดู ข้าจะกลืนพวกมันให้หมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว!”
ท่ามกลางป่าเขาหลายแห่งในเขตราชวงศ์เซียนเฉียนหลง ผู้เฒ่าชรามากมายที่ปิดตัวบำเพ็ญไม่ออกมา เวลานี้กลับค่อยๆ ออกจากการปิดตัวบำเพ็ญมาทีละคน มองอากาศบนท้องฟ้าด้วยสายตาที่ตกตะลึงพรึงเพริด แววตาตื่นตระหนกสุดขีด
ทว่าหลังจากนั้นกลับกลายเป็นความบ้าคลั่งที่ไม่อาจหาที่ใดเปรียบ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? พลังปราณเข้มข้นขึ้นเกือบสิบ…สิบเท่า!?”
“ใครกัน มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ กระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้”
“นี่เป็นพรแห่งการบำเพ็ญเซียนในชั่วอายุของข้าเลย เป็นพรของทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเซียน!”
“มีคนกวนกระดานหมากแล้ว! กระดานหมากของโลกปั่นป่วนแล้ว ฮ่าๆๆ เหินหาวมีหวังอีกครั้ง เหินหาวมีหวังอีกครั้งแล้ว!”
ครืน!
ในสำนักแห่งหนึ่งซึ่งสืบทอดมาเนิ่นนานไม่รู้จบ ประตูหินบานหนึ่งได้เปิดออก
ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมา
ผิวหนังของชายชราผู้นี้เหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ ผมขาวโพลน กระทั่งปลายผมก็เริ่มแห้งเฉา เบ้าตาลึกโบ๋ ผอมแห้งเหมือนไม้ฟืน
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า น้ำเสียงแหบพร่าสุดขีดเอ่ยอย่างเนิบช้า “น่ะ…นี่มัน…โชคชะตาวิถีฟ้างั้นหรือ!”
ทันใดนั้น ชายชราหลายคนก็กรูเข้ามา ชายชราคนหนึ่งพูดด้วยความตกใจ “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านออกจากด่านปิดตัวบำเพ็ญ? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“เจ้ามองไปทางนั้นสิ นั่นคือกลิ่นอายโชคชะตาวิถีฟ้า! ใครกันที่สามารถนำโชคชะตามาสู่โลก นี่มันโชคชะตาของเผ่ามนุษย์เลยนะ! เป็นพรแก่ทั้งโลกบำเพ็ญเซียน” ชายชราพึมพำกับตัวเอง ตื่นเต้นถึงขีดสุด “ฝีมือประพันธ์ช่างยิ่งใหญ่ ฝีมือประพันธ์ช่างยิ่งใหญ่!”
มีคนถามว่า “ท่านอาจารย์ โชคชะตาคืออะไรหรือ?”
“เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าไม่เข้าใจ”
ชายชราสติหลุดเล็กน้อย เขาจ้องมองท้องฟ้าอย่างล่องลอย ยกขาขึ้น หายตัวไปอยู่บนท้องฟ้า “ข้ารู้สึกได้ถึงไอเซียน ประตูสวรรค์กำลังจะเปิด ข้าต้องไป ข้าต้องไปเหยียบประตูสวรรค์!”
ทิศใต้ของโลกบำเพ็ญเซียน
มนุษย์ที่นี่ชาติกำเนิดสูงส่ง กล้าหาญชาญชัย แต่รูปร่างแปลกประหลาด บนร่างกายมีขนขึ้นหนา แม้ว่าพวกเขาจะเกิดมาไม่อาจบำเพ็ญเซียน แต่ก็เกิดมาพร้อมกับพลังวิเศษ ถูกเรียกว่าอนารยชนแดนใต้
ที่นี่มีทหารม้าที่น่าเกรงขามกลุ่มหนึ่ง เวลานี้ชายซึ่งเป็นผู้นำมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ห่างไกล หัวใจเต้นแรง
ม่านตาพลันหดเกร็ง ร่องรอยของความบ้าคลั่งวาบผ่านบนใบหน้า “กลิ่นอายเหรินหวง? เหตุใดอยู่ๆ ก็มีกลิ่นอายเหรินหวงขึ้นมาได้? ก็ดี ฆ่าเหรินหวงผู้นี้ ข้าจะได้เป็นเหรินหวงคนใหม่!” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เพื่อท่านเทพมาร ฆ่ามัน!” พวกเขาจิตกระเหี้ยนกระหือรือ มุ่งหน้าโจมตีเมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
โลกมาร
เหนือบัลลังก์ ร่างกำยำร่างหนึ่งลืมตาขึ้นในทันที
ดวงตาสองข้างแดงฉานดุจแสงไฟที่ส่องประกายในความมืด ทว่าแววตาไม่อ่อนโยน กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นน่าเกรงขาม
เวลานี้ ดวงตามีความประหลาดใจและตื่นกลัวเพิ่มขึ้นมาอีกส่วน
“เกิดอะไรขึ้น? เป็นไปได้อย่างไร?”
เขาผุดลุกขึ้น รอบตัวแผ่กลิ่นอายโอหัง ความว่างเปล่ารอบๆ แทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เปลวเพลิงสีดำลุกโชนขึ้นจากร่าง ดวงตาสีแดงฉายแววอาฆาต
“ทำไมกัน? ท่านเทพมารไม่ได้บอกแล้วหรือ? ครานี้เผ่ามารของเราจะเป็นตัวหลักของฟ้าดิน พวกเราสามารถควบคุมโลกมนุษย์ ข้าสามารถพิชิตโลกเซียน แล้วเหตุใดจู่ๆ จึงปรากฏเหรินหวง? มีเหตุผลอะไรที่อยู่ๆ โชคชะตาของเผ่ามนุษย์ต้องเฟื่องฟูขึ้นมา? ผู้ใดเขียนแนวโน้มของฟ้าดินกัน?!”
เขาเสียสติเล็กน้อย จู่ๆ ดวงตาก็เหลือบไปหาหญิงเผ่ามารที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เยว่ถู เจ้ามีความเกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เยว่ถูคล้ายกับสติหลุดเล็กน้อย เมื่อได้ยินเขาพูดก็ผงะตัวเกร็ง รีบเอ่ยว่า “เรียนท่านจอมมาร เยว่ถูเพิ่งเข้าสู่โลกมนุษย์ก็ถูกพลังที่ไม่รู้จักบางอย่างควบคุมไว้ รู้เพียงว่า โลกมนุษย์คล้าย…ปรากฏผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานผู้หนึ่ง”
“ผู้ยิ่งใหญ่?”
จอมมารเยาะเย้ย “การมาของจุดจบคือแนวโน้มของฟ้าดิน ผู้ใดจะหยุดมันได้? แม้แต่เทพยังตกจากฟ้า จะมีผู้ยิ่งใหญ่ที่ใดอีก? หรือจะเป็นปลาลอดตาข่ายมาจากยุคโบราณ? ไม่ยอมแพ้ เตรียมทุบกระดานหมาก? เช่นนั้นก็ตาย!”
เยว่ถูขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความกังวล “ท่านจอมมาร ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเลย ต้องปลุกเทพมารหรือไม่…”
“อะไรนะ!” นัยน์ตาสีแดงพลันเบิกกว้างกลายเป็นดวงไฟสีแดงขนาดใหญ่สองดวง พูดอย่างตกตะลึง “เทพมารอยู่ระดับใด? เจ้ากล้าดีอย่างไรจะปลุกเขาด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้? เจ้ามันโง่เขลาเบาปัญญา! สมองแบบเจ้า ต่อไปพูดให้น้อย ทำให้มากก็พอ”
เยว่ถูถอนหายใจเบาๆ “เยว่ถูเข้าใจแล้ว”
จอมมารเอ่ย “เอาล่ะ ไปได้แล้ว ดูเหมือนประตูสวรรค์กำลังจะเปิด ทางเข้าสู่โลกมารก็จะคลายออกด้วย ไปตรวจสอบโลกมนุษย์ให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“รับคำสั่ง” เยว่ถูหันตัวจากไป
เพียงแต่ใบหน้าของนางดูย่ำแย่อย่างมาก ดวงตาทั้งสองค่อยๆ หม่นลง
ในความคิดของนาง มีเยว่ถูที่กำลังนั่งอยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์
นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น “ดูเหมือนว่าความฉลาดของเจ้าจะถูกละทิ้งเสียแล้ว นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเจ้าไม่ใช่แก่นที่กลายเป็นมาร แต่กลับยึดโยงกับพระพุทธองค์ มิสู้หลีกภัยพึ่งพระพุทธองค์ เรียนรู้มังกรศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยกันดีกว่าหรือ”
เยว่ถูดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสีแดงเลือด ฟันเขี้ยวสองซี่โผล่ออกมา ใกล้จะเสียสติเต็มที “ไปให้พ้น! วันๆ เอาแต่สวดพระคัมภีร์ในหัวข้า ไม่รำคาญบ้างหรือ? เจ้าก็แค่ร่างแยกเล็กๆ ของข้า ข้าไม่ต้องการแล้วยังไม่ไปอีก?”
ใบหน้าร่างแยกเอ่ยอย่างจริงใจ “ไม่ เจ้าคือร่างกายของข้า ข้าไปไม่ได้ ตอนนี้ข้าได้เปลี่ยนเป็นนายที่ดีกว่าเดิมแล้ว ย่อมต้องพาเจ้าไปเปลี่ยนงาน”
เยว่ถูเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้น “ข้าเหมือนเคยได้ยินเจ้าพูดว่า ศาสนาพุทธไม่รับสตรีเพศ เราเป็นสตรี จะเข้าศาสนาพุทธได้อย่างไร?”
“ข้าคิดเรื่องนี้มานานแล้ว”
ทันใดนั้นร่างแยกก็เกิดจิตวิญญาณ พูดขึ้นว่า “ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงพยายามคิดได้แผนสาม แผนแรกฆ่าตัวตายกลับชาติมาเกิด ติดสินบนเจ้าพ่อสักคน ให้ชาติหน้าปั้นร่างบุรุษ ราคาต่อรองได้ แผนที่สองขโมยร่างบุรุษดีๆ มาสักร่าง วิธีนี้ง่ายที่สุด เท่ากับว่าไม่เสียอะไรเลย แผนที่สามหากไม่อยากทิ้งร่างนี้ไป ก็หาหมอสักคนมาทำการผ่าตัด เติมเนื้อให้พวกเราสักก้อน แต่ได้ยินมาว่าประเภทนี้ราคาค่อนข้างแพง ไว้มีโอกาสข้าจะไต่ถามราคามาให้เจ้า”
เยว่ถูแทบจะผ่าสมองตัวเองออกมา พลางโอดครวญ “เจ้าไสหัวไปเลย!”
“ไม่พอใจหรือ?” ร่างแยกผงะไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ไม่เป็นไร หากไม่ได้ข้าก็จะคิดวิธีอื่นอีกที วางใจเถอะ ข้าเป็นมืออาชีพ”
………………………………………………