ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2622 ส่งคนมาให้
ชายชราผู้นี้เหลือบมองไปยังคนที่พูดคำนี้ออกมา ซึ่งก็คือสาวน้อยในชุดสีม่วงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างมากผู้หนึ่ง
และสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือ ถึงเขาจะอยู่ต่อหน้าแม่สาวน้อยผู้นี้ แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงการไหลเวียนของพลังวิญญาณใด ๆ อยู่เลย
ชายชรากล่าวอย่างเย็นชาว่า “คิดไม่ถึงเลยว่านางเด็กน้อยไร้ประโยชน์อย่างเจ้าจะกล้าพูดจาโอหังเช่นนี้ ช่างกล้าหาญเสียจริง ๆ!”
แววตาของมู่อวู่ซวงเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที “เจ้านี่มันรนหาที่ตายนัก!”
แต่ทว่าความเร็วของนิรันดร์เร็วยิ่งกว่าเขาเสียอีก “ตาแก่ เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ สินะ!”
“คนหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้บ้าคลั่งขึ้นทุกวันจริง ๆ!” ชายชราบ่นพึมพำพลางเหลือบมองไปทางนิรันดร์ที่กำลังใกล้เข้ามา
ภายในดวงตาของเขาฉายแววดุร้ายออกมา จากนั้นเขาก็ได้เหวี่ยงดาบไปทางนิรันดร์โดยตรง!
ปังงง!
แต่ทว่าดาบเล่มนั้นของเขากลับหยุดชะงักอยู่ที่กลางอากาศ ซึ่งเขาก็เห็นว่ามือที่เรียวบางคู่นั้นได้ประสานกับคมดาบของเขา และดาบของเขาก็ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของชายชราแข็งทื่อไปทันที เขามองไปยังปีศาจหนุ่มในชุดสีขาวด้วยความรู้สึกยากที่จะเชื่อได้
ยื่นมือออกมาจับดาบของเขาด้วยมือเปล่า ชายผู้นี้บำเพ็ญถึงขั้นไหนกันแน่ ราชันย์วิญญาณขั้นสูงหรือ! หรือกล่าวได้ว่าไปถึงระดับราชันย์วิญญาณเหมือนองค์จักรพรรดิอย่างนั้นหรือ!
ทันใดนั้นพลังธาตุวายุที่ทรงพลังก็ได้ออกมาจากปลายนิ้วของนิรันดร์ และชายชราผู้นั้นก็ถูกควบคุมทันที
มีเสียง แกร่ก! ดังขึ้น และดาบหยกที่เป็นคู่หูของเขามานานนับพันปีเล่มนั้นก็ได้ถูกอีกฝ่ายบดขยี้จนหักไปในที่สุด
หลังจากนั้นคมดาบที่ถูกสายลมเปลี่ยนทิศทาง ก็ได้พุ่งทะยานไปยังชายชราที่มีความสามารถระดับราชันย์วิญญาณคนนั้น
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที และถึงเขาอยากจะหลบหลีกด้วยความรวดเร็ว แต่กลับช้ากว่าดาบเล่มนั้นอยู่ดี!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
“อ๊ากกกกก!”
เขาที่อยู่กลางอากาศ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีอันรุนแรงของดาบหักที่รวดเร็วราวกับสายลมก็มิปาน ทุกบาดแผลนั้นล้วนลึกจนเห็นกระดูก และเลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักลงมาราวกับสายฝน นอย่างไรอย่างนั้น
คนที่เคยเห็นนิรันดร์ต่อสู้ในเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าท่านนิรันดร์น่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก
ส่วนคนที่มาทีหลังที่ไม่เคยเห็นฝีมือของนิรันดร์มาก่อน ล้วนถูกทำให้ตื่นตระหนก ฝ่าบาทอวู่ซวงไปผูกสัมพันธ์กับผู้แข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
นิรันดร์บ่นพึมพำด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า “เพราะตัวเองรนหาที่ตายด้วยการพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด มิเช่นนั้นคงไม่น่าสมเพชขนาดนี้หรอก แต่ถึงอย่างไรข้าก็ลงมือได้ไม่นองเลือดเท่าเจ้า าพิฆาตวิญญาณนั่นหรอก”
เหตุผลที่นิรันดร์ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเขาโมโหอย่างมาก คิดไม่ถึงว่าตาแก่นี่จะบังอาจพูดว่าที่รักของเขาเป็นคนไร้ประโยชน์!
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่เป็นห่วงของนิรันดร์และอาเล็ก มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็ก นิรันดร์ ข้าไม่สนใจคำพูดของคนที่ไม่สำคัญคนหนึ่งหรอก”
ตอนนี้นางไม่สามารถบำเพ็ญ ไม่มีพลังวิญญาณ แต่นางก็ไม่ได้คิดว่าตนเองจะเป็นคนที่ไร้ประโยชน์
รอหลังจากที่ร่างกายของนางฟื้นตัว และมีพลังป้องกันทางกายภาพที่พอจะเทียบเคียงกับระดับขั้นราชันวิญญาณได้ ถึงแม้ว่านางจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่คนที่สามารถทำร้ายนางได้ก็มีไม่มากนั ก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่นางสามารถใช้พลังแห่งกาลเวลา เพื่อเปลี่ยนเวลาให้กลับไปยังตอนที่ตนเองเคยมีความสามารถของผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดได้เลย ย
ตึงง!
นิรันดร์เรียกพลังของตนเองกลับคืนมา และเมื่อตาแก่คนนั้นร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ก็ได้มีหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่งปรากฏขึ้น
อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณ หากอยู่ในแดนซวนเทียนก็ถือได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นเทพวิญญาณในตำนานเลยทีเดียว และแม้ว่าจะถูกนิร รันดร์โจมตีอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ไม่ทำให้เขาตายอยู่ดี
“อย่า…อย่าฆ่าข้า!” เขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหมือนในตอนแรกอีกแล้ว นอกจากนี้ยังถูกความแข็งแกร่งของนิรันดร์ทำให้หวาดกลัวจนตัวสั่นเทาอีกด้วย
ทั้งชีวิตนี้ของเขาไม่เคยเจอใครที่ทรงพลังถึงเพียงนี้มาก่อน หากรู้แต่แรกเขาคงจะไม่รับภารกิจนี้จากฝ่าบาทอี้เพียงเพราะกำไรเล็กน้อยแค่นี้แน่นอน
“ฝ่าบาทอี้เป็นคนสั่งให้ข้าทำ ข้าจะทำทุกอย่างที่พวกท่านต้องการ อย่าฆ่าข้าเลยขอรับ” ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะฝึกฝนมาจนถึงระดับนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้จิตวิญญาณของเขาต้อง แตกดับไปเพราะความโชคร้ายเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จะทำอะไรก็ได้ทุกอย่างจริง ๆ หรือ?”
“ใช่แล้วขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าวกับมู่อวู่ซวงว่า “อาเล็ก ในบรรดาลูกน้องของท่านไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณสินะ ในเมื่อโยวเยี่ยอี้ส่งคนมาให้ท่านด้วยความเต็มใจขนาดนี้ เช่นนั้นพวกเราก ก็รับเอาไว้เถอะ”
คนผู้นั้นตะลึงงันไปทันที “เจ้า…เจ้าต้องการให้ข้าเป็นลูกน้องของฝ่าบาทอวู่ซวงอย่างนั้นหรือ!”
อย่างที่รู้กันว่าฝ่าบาทอวู่ซวงนั้นเป็นคนที่มีความสามารถอ่อนแอที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งหมดของแดนวิญญาณ อีกทั้งยังเป็นคนที่มีภูมิหลังและรากฐานน้อยมากที่สุด และยังมีศัตรู นับไม่ถ้วนอีกด้วย
เขาคือผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณที่น่าเกรงขามคนหนึ่ง หากต้องติดตามองค์ชายเช่นนี้ เกรงว่าอนาคตของเขาจะต้องมืดมนเป็นแน่!
นิรันดร์กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ที่รัก ดูท่าทางแล้วเขาคงไม่ยอมแน่นอน ข้าว่าน่าจะฆ่าไปเลยดีกว่า”
“อย่า…อย่าฆ่าข้า! แน่นอนว่าข้าต้องยอมอยู่แล้ว เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ดีใจเท่านั้น เพราะนอกจากองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว ฝ่าบาทอวู่ซวงก็ถือได้ว่ามีพรสวรรค์และสายเลือดที่ แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนวิญญาณ หากตอนแรกไม่เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ฝ่าบาทอวู่ซวงต้องออกจากแดนวิญญาณและไปเติบโตในดินแดนระดับต่ำ ตอนนี้ฝ่าบาทอวู่ซวงจะต้องกลายเป็น องค์ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาองค์ชายของแดนวิญญาณแน่นอน” ตาแก่ผู้นี้กล่าวพลางคลี่ยิ้มอย่างประจบประแจง หลังจากนั้นก็เริ่มคุยโวเรื่องของมู่อวู่ซวงอีกด้วย
ตาแก่ผู้นี้ถือได้ว่าเป็นคนที่รู้ทันสถานการณ์คนหนึ่ง และแน่นอนว่าพิษของมู่เฉียนซีก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน หลังจากที่เขาถูกนิรันดร์ทรมานมาอย่างหนักหน่วง ตาแก่ตายยากระด ดับราชันย์วิญญาณผู้นี้ยังถูกพิษที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าตายของหมอปีศาจอีกด้วย
เขาร้องไห้อย่างหนัก และเสียใจในสิ่งที่ทำไปจริง ๆ นี่เขาทำอะไรให้ดาวร้ายทั้งสองนี้ขุ่นเคืองใจกันแน่
หากฝ่าบาทอวู่ซวงมีผู้ช่วยที่วิปลาสทั้งสองคนนี้ การที่องค์ชายคนอื่น ๆ ต้องการจะจัดการฝ่าบาทอวู่ซวง ก็คงไม่ง่ายเหมือนอย่างที่พวกเขาจิตนาการเอาไว้แน่
ภายในตำหนักเจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวงในเวลานี้ โยวเยี่ยอี้ได้รับข่าว ที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อมากข่าวหนึ่ง!
“อะไรนะ คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ตาแก่นั่นก็พ่ายแพ้อย่างนั้นหรือ แค่พ่ายแพ้ยังไม่พอ แต่ยังถูกจับเป็นอีกด้วย! คาดไม่ถึงเลยว่าขนาดระดับราชันย์วิญญาณก็ยังทำอะไรมู่อวู่ซวงไม่ได้ หรือว่าเสด็จพ่อให้ความสำคัญกับมู่อวู่ซวง ถึงขนาดส่งยอดฝีมือไปปกป้องเขาเลยอย่างนั้นหรือ!” ภายในแววตาของโยวเยี่ยอี้ลุกโชนไปด้วยความเดือดดาล เป็นแบบนี้ก็กำจัดเจ้าหนูนั่นไม่ไ ได้น่ะสิ
“ฝ่าบาทอี้ อีกไม่นานฝ่าบาทอวู่ซวงก็จะกลับมาแล้ว พวกเรา…พวกเราจะรีบส่งคนไปอีก หรือว่าจะรีบออกไปจากที่นี่ดีขอรับ” ลูกน้องของโยวเยี่ยอี้กล่าวถาม
“ถึงจะส่งคนไปอีก คาดว่าผลลัพธ์ก็น่าจะเป็นเช่นเดิมอยู่ดี ถึงอย่างไรเสียพวกเราก็ส่งแม้แต่คนระดับราชันย์วิญญาณไปแล้ว หากยังเคลื่อนไหวให้วุ่นวายยิ่งกว่านี้ เกรงว่าจะทำให้เสร็จ พ่อพิโรธเอาได้! พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ!”
เขามองไปยังจวนที่ยิ่งใหญ่ราวพระราชวังแห่งนี้ ก่อนหน้านี้มันเป็นอาณาเขตของเขา โยวเยี่ยอี้รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นก่อนที่เขาจะไปจึงได้สั่งให้คนทำลายจวนเจ้าเมืองของ เมืองอวู่ซวงให้พังพินาศไปเสีย
ตูมมม โครมม!
หลังจากที่พวกเขาทำลายจวนของเจ้าเมืองอย่างป่าเถื่อน พวกเขาก็ได้จากไป
“หากโยวเยี่ยอวู่ซวงถาม ก็ให้บอกเขาไปว่า จวนของเจ้าเมืองถูกปล้นก็แล้วกัน” โยวเยี่ยอี้กล่าว
จวนของเจ้าเมือง จะมีใครหน้าไหนกล้ามาปล้น หรือกล้ามาทำลายอย่างหยิ่งผยองเช่นนี้กัน
วิธีการเช่นนี้ของโยวเยี่ยอี้ เป็นการไม่เห็นมู่อวู่ซวงอยู่ในสายตาอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นการท้าทายมู่อวู่ซวงอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย
นับตั้งแต่จับยอดฝีมือระดับราชันย์วิญญาณผู้นี้ได้ เส้นทางกลับไปยังเมืองอวู่ซวงที่มักจะเต็มไปด้วยนักฆ่าเสมอก็ได้เปลี่ยนเป็นสงบเงียบขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีบ่นพึมพำว่า “อาเล็ก! ทำไมโยวเยี่ยอี้ผู้นั้นถึงได้ยอมแพ้รวดเร็วเช่นนี้ เดิมทีข้าคิดว่าหากเขาส่งราชันย์วิญญาณมาอีก อาเล็กก็จะได้มีลูกน้องที่เป็นราชันย์วิญญาณเพิ่ มอีกสักสองสามคนแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะดูสิว่าใครยังคิดว่าอาเล็กไม่มีราชันย์วิญญาณเป็นลูกน้อง และปล่อยให้พวกเขาส่งผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณมารังแกท่านอีก”