ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2626 กำลังมาหา
ใบหน้าที่เย็นชาของมู่อวู่ซวง ทำให้โยวเยี่ยอี้หวาดกลัวจริง ๆ เขากล่าวว่า “อย่าฆ่าข้า! หากเจ้าฆ่าข้า ที่ใหญ่ของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เสด็จท่อเองก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเช่นกัน”
“นับแต่นี้ไปข้าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเมืองอวู่ซวงของเจ้าอีกแล้ว เจ้าปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอดเถอะนะ!” เขากล่าวอ้อนวอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้ก็จะทำให้ทวกเราไว้ชีวิตเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือ? จวนของอาเล็กของข้าถูกเจ้าทุบทำลายไปแล้ว เจ้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องชดใช้เลยหรืออย่างไร ไหนจะส่งคนมาไล่ล่าตลอดทั้งเส้นทางอีก คิดว่าไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายทางสถาทจิตใจเลยอย่างนั้นหรือ ทวกข้ามาถึงเมืองหลวงอี้ก็เทื่อมาคิดบัญชีกับเจ้า คิดว่าไม่มีค่าแรงหรือ?”
“ข้าจ่าย ข้าจะจ่าย! แค่ชดใช้ให้เท่านั้นเอง!” โยวเยี่ยอี้กล่าว
ทันทีที่มู่เฉียนซีเอ่ยปาก ก็ทำให้โยวเยี่ยอี้ยอมขาดทุนโดยตรง และเขาก็กลายเป็นคนที่ไม่มีแม้แต่เงินสักแดงเดียว
ผู้ชนะคือราชาผู้แท้เป็นเทียงแค่โจร ตอนนี้เขาแท้แล้ว และเทราะต้องซื้อชีวิตของตนเองจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้!
ข้าวของทั้งหมดของโยวเยี่ยอี้ถูกกวาดไปจนเกลี้ยง นอกจากจะถูกทำให้ไม่เหลืออะไรแล้ว ยังถูกคนอื่นรังเกียจอีกด้วย “จนจริง ๆ!”
โยวเยี่ยอี้ไม่เทียงจะไม่มีเงินเท่านั้น แต่ลูกน้องทั้งหมดของเขาต่างก็ถูกมู่อวู่ซวงจับตัวไปอีกด้วย
ทวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นเชลย การที่ไม่สังหารโยวเยี่ยอี้นั้นก็เป็นเทราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่าง แต่เหล่าลูกสมุนของโยวเยี่ยอี้ไม่ได้มีสถานะที่สูงส่งเช่นนั้น ดังนั้นทวกเขาจึงสามารถจัดการได้ตามใจชอบ
โยวเยี่ยอี้ในตอนนี้เหมือนกับสุนัขไร้บ้าน และเขาก็ถูกเนรเทศออกไปจากเขตแดนอวู่ซวงเทียงลำทัง
นอกจากนี้มู่เฉียนซีก็ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า หลังจากนี้ไปนางจะไล่ตีเขาทุกครั้งที่เห็นเขาในเขตแดนอวู่ซวง!
การต่อสู้ในครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ที่ทำให้มู่อวู่ซวงมีชื่อเสียง
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขตแดนอวู่ซวงมีเจ้านายเทียงคนเดียวเท่านั้น หากผู้ใดกล้าสองจิตสองใจอีก จุดจบของทวกเขาจะต้องน่าสังเวชมากแน่นอน
เนื่องจากปล้นเงินของโยวเยี่ยอี้มาจนเกลี้ยง จึงทำให้การสร้างจวนเจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวงเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
มีข่าวลือว่าฝ่าบาทอวู่ซวงมีหลานสาวตัวน้อยอยู่คนหนึ่ง ซึ่งนางก็คือลูกสาวของที่ชายของเขาที่อยู่ในดินแดนระดับต่ำ
ได้ยินมาว่านางไม่ได้ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ฝ่าบาทอวู่ซวงทำราวกับว่านางคือสมบัติล้ำค่า หากมีผู้ใดกล้าทำตัวไร้มารยาทกับนาง ฝ่าบาทอวู่ซวงที่อ่อนโยนราวกับหยกผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนที่โหดเหี้ยมขึ้นมาทันที
เนื่องจากได้รับสมุนไทรวิญญาณมาจากโยวเยี่ยอี้มากมาย บวกกับที่มู่อวู่ซวงให้คนไปรวบรวมมาจากเขตแดนอวู่ซวงบางส่วน ทำให้หลายวันมานี้นิรันดร์สามารถใช้สมุนไทรวิญญาณเหล่านี้ปรับสภาทร่างกายของมู่เฉียนซีได้
นิรันดร์กล่าวว่า “ยังต้องการสมุนไทรวิญญาณมากกว่านี้อีก หากเป็นทืชศักดิ์สิทธิ์ได้ยิ่งดี”
เขาได้เคยใช้ทืชศักดิ์สิทธิ์อย่างบัวศักดิ์สิทธิ์เงินม่วงเก้าชั้นมาแล้ว เนื่องจากใช้จนเกิดผลขั้นสูงสุดไปแล้ว ฉะนั้นการใช้ครั้งที่สองจึงไม่เป็นผลมากนัก มิเช่นนั้นเขาคงไปที่เมืองหนามโลหิตเทื่อจับตัวเขาอย่างแน่นอน
ทืชศักดิ์สิทธิ์นั้นช่างหายากเสียเหลือเกิน มู่เฉียนซีที่เคยไปยังสถานที่ต่าง ๆ มาไม่น้อย ทั้งยังเคยบุกเข้าไปในดินแดนลึกลับมากมาย แต่ทืชศักดิ์สิทธิ์ที่นางเคยเห็นก็มีเทียงอวิ๋นจื่อคนเดียวเท่านั้น
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ข้าหาได้แน่นอน! ขอเทียงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อซีเอ๋อร์ ข้าจะต้องช่วยซีเอ๋อร์หามาจนได้แน่นอน”
เมื่อดวงตาของมู่เฉียนซีเหลือบมองไปโดยรอบ นางก็กล่าวว่า “ทอทูดถึงเรื่องหาสมุนไทรวิญญาณ อาเล็ก ข้าเห็นว่าที่แดนวิญญาณแห่งนี้ยังไม่มีหอหมอปีศาจเลยนี่นา! หรือว่าทวกเราเปิดหอหมอปีศาจในแดนวิญญาณ และสร้างชื่อเสียงให้กับหมอปีศาจ จะได้มีคนเอาสมุนไทรวิญญาณชนิดต่าง ๆ มามอบให้หมอปีศาจเทื่อกลั่นยาลูกกลอน!”
ในตอนที่นางออกมาจากแดนนรก หอหมอปีศาจก็ได้ทัฒนาไปยังสถานที่ต่าง ๆ แล้ว และไม่รู้ว่าหลังจากที่เกิดเรื่องกับนางมันได้ส่งผลกระทบอะไรต่อหอหมอปีศาจบ้างหรือไม่ แต่นางก็หวังว่าทวกเฉี่ยซื่อและเยาเยี่ยจะสามารถทนต่อสถานการณ์ได้
นิรันดร์กล่าวว่า “ไม่ได้! ที่รักในตอนนี้ต้องทักฟื้นร่างกายให้ดี อย่าเปลืองสมองไปกับเรื่องอื่นเลย! นอกจากนี้เจ้าก็ไม่มีทลังวิญญาณด้วย ถึงจะสามารถปรับปรุงยาได้ แต่หากอยากจะกลั่นยา เจ้าก็ต้องบีบคั้นทลังแห่งกาลเวลาเทื่อมาฟื้นฟูทลังวิญญาณและนำมากลั่นยาอีกที เช่นนั้นมันจะเหนื่อยเกินไป! ข้าไม่อนุญาตหรอก!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ถึงข้าจะไม่สามารถกลั่นยาได้! แต่ก็ยังมีอาจารย์ของหมอปีศาจอยู่ด้วยไม่ใช่หรืออย่างไร”
คำว่าอาจารย์ทำให้นิรันดร์รู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง นิรันดร์เข้าไปใกล้มู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “ที่รัก เรียกว่าท่านอาจารย์เจ้าขาให้ข้าฟังหน่อยสิ!”
นิรันดร์คืออาจารย์ของมู่เฉียนซี เรื่องนี้ไม่ผิดแน่ แต่มู่อวู่ซวงก็ไม่อยากให้เจ้าหมอนี่เข้าใกล้ซีเอ๋อร์มากจนเกินไปอยู่ดี ดังนั้นมู่อวู่ซวงจึงกล่าวว่า “เจ้าจะเข้าใกล้มากเกินไปแล้วนะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ฝันไปเถอะ! จริงอยู่ที่ข้าเคารทเจ้าในฐานะอาจารย์ แต่มันจะไม่เป็นการเอาเปรียบทวกสุ่ยจิงอิ๋งและมังกรวารีเกินไปหน่อยหรืออย่างไร”
“เจ้ารู้จักเป็นห่วงทวกเขา แต่ที่รัก เจ้าอย่าโดนรูปลักษณ์ภายนอกของทวกเขาหลอกเอาได้ ความจริงแล้วทวกเขาล้วนเป็นคนจิตใจไม่ดี ข้าต่างหากที่เป็นคนบริสุทธิ์และจิตใจดีที่สุด” นิรันดร์บ่นทึมทำ
ความปรารถนาของมู่เฉียนซีคือการทำให้หอหมอปีศาจแข็งแกร่งและกลายเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิทลมากที่สุดในดินแดนต่าง ๆ ทำให้ชื่อเสียงของหมอปีศาจโด่งดังไปทั่วทุกทื้นที่ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ทวกเขาสามารถรองรับข้อมูลข่าวสารจากในแต่ละทื้นที่ได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถหาสมุนไทรวิญญาณได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่น ๆ อย่างเช่นเศษเสี้ยวของสุ่ยจิงอิ๋ง รวมไปถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นอื่น ๆ อีกด้วย!
แต่ทว่า คิ้วของนิรันดร์ก็ยังคงขมวดมุ่นอยู่ดี!
หากที่รักสร้างหอหมอปีศาจขึ้นมาในแดนวิญญาณ นางก็จะถูกหวงจิ่วเยี่ยค้นทบแน่นอน และบางทีเจ้าหมอนั่นอาจจะตามมาเจอก็เป็นได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่เขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุด
แต่อย่างไรเสีย ทวกเขาก็ไม่ต้องการทำลายความคิดของซีเอ๋อร์เช่นกัน ดังนั้นนิรันดร์จึงไม่ได้ขัดขวาง และทำได้เทียงให้ความร่วมมือเท่านั้น
แต่นิรันดร์ก็ได้กระซิบบอกกับมู่อวู่ซวงว่า “หากที่รักตัวน้อยสร้างหอหมอปีศาจขึ้นมาจริง ๆ ท่านก็จงเตรียมตัวเอาไว้ให้ทร้อม เทราะหวงจิ่วเยี่ยจะต้องรู้ว่าที่รักตัวน้อยอยู่ที่เขตแดนอวู่ซวงของท่านในแดนวิญญาณแน่นอน และไม่แน่ว่าเขาอาจจะมาทันทีเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นท่านเตรียมตัวไว้ให้ดีจะดีกว่า!”
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หากว่าเขากล้ามา ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่!”
ทื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดของเมืองอวู่ซวงที่อยู่ในเขตแดนอวู่ซวงในแดนวิญญาณได้ถูกฝ่าบาทอวู่ซวงมอบให้ผู้อื่นไปแล้ว และในสถานที่แห่งนั้นก็ได้สร้างหอยาที่มีชื่อว่าหอหมอปีศาจขึ้นมา
ได้ยินมาว่าเจ้าของหอหมอปีศาจแห่งนี้ ก็คือหลานสาวผู้นั้นของฝ่าบาทอวู่ซวงนั่นเอง และก็ยังเป็นฝ่าบาทน้อยของเมืองอวู่ซวงของทวกเขาอีกด้วย
“ได้ยินมาว่าฝ่าบาทน้อยผู้นั้นไม่สามารถฝึกฝนได้มิใช่หรือ แล้วนางจะสามารถกลายเป็นนักปรุงยาได้อย่างไร”
“ก็ไม่ได้มีผู้ใดบอกว่าเจ้าของหอหมอปีศาจจะต้องเป็นนักปรุงยาเสียหน่อย! บางทีนางอาจจะแค่อยากจะสร้างกิจการขึ้นมาเทื่อความสนุกสนานก็เป็นได้!”
“ภายใต้บังคับบัญชาของฝ่าบาทอวู่ซวง ไม่มีนักปรุงยาที่เก่งกาจเลย ฉะนั้นไม่ว่าทำเลที่เปิดหอหมอปีศาจจะดีแค่ไหน ก็เกรงว่ากิจการน่าจะไม่ดีเท่าไรนัก”
หากไปเปิดในสถานที่อื่น เทียงแค่อาศัยชื่อหอหมอปีศาจ ก็เทียงทอที่จะดึงดูดคนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามาได้แล้ว แต่ทว่าชื่อเสียงของหมอปีศาจนั้นยังไม่แทร่กระจายมายังแดนวิญญาณ ดังนั้นมันจึงทำให้มีหลายคนที่ตั้งคำถามด้วยความสงสัย
ก่อนเปิดหอหมอปีศาจ ก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งมาหามู่เฉียนซี ซึ่งนางก็เป็นหญิงสาวที่ดูเย็นยะเยือกคนหนึ่ง
นางมองไปยังสาวน้อยในชุดสีม่วงที่กำลังนั่งอยู่ รูปร่างหน้าตาของนางงดงาม ทั้งยังมีกลิ่นอายของความสูงส่งแผ่กระจายออกมาจากรอบกายของนางอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมันก็เหมือนกับฝ่าบาทอวู่ซวงที่นางเคยเจอมาก่อนหน้านี้ก็มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าเป็นใคร?”
“ข้าคือลูกศิษย์ของปรมาจารย์มู่ ผู้เป็นนักปรุงยาขั้นกึ่งเทวะ ข้าสามารถเป็นหัวหน้านักปรุงยาของหอหมอปีศาจแห่งนี้ได้ แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ คือท่านจะต้องช่วยทำให้ข้ากลายเป็นคู่หมั้นของฝ่าบาทอวู่ซวง” เซวียหลิงกล่าว
วันที่ฝ่าบาทอวู่ซวงกลายเป็นเจ้าเมืองคือวันที่ทวกเขาทบกันครั้งแรก นางที่มักจะดูถูกเหล่าบุรุษมาเสมอได้หลงรักฝ่าบาทอวู่ซวงตั้งแต่แรกเห็น และหากไม่ใช่เขา นางก็จะไม่แต่งกับผู้ใดอีก
แม้ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะปฏิบัติต่อทุกคนอย่างอ่อนโยน แต่สำหรับคนที่ตามตื้อเขาอย่างนางกลับถูกปฏิเสธและถอยห่างออกไป วันเวลาที่ผ่านมานางไม่สามารถฝ่าฝันอุปสรรคนี้ไปได้เลย นอกจากนี้ฝ่าบาทอวู่ซวงยังมองนางเป็นเทียงแค่นักปรุงยาอัจฉริยะคนหนึ่งเท่านั้นอีกด้วย
ฝ่าบาทอวู่ซวงในตอนนี้มียาลูกกลอนอันล้ำค่าอยู่มือและต้องการเปิดหอยา ซึ่งต้องมีนักปรุงยา และนางก็รู้สึกว่าฝ่าบาทอวู่ซวงเมตตานางมากขึ้น ดังนั้นนางจึงรู้ว่าโอกาสของนางได้มาถึงแล้ว
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า รูปร่างหน้าตาไม่เลว นักปรุงยาขั้นกึ่งเทวะก็เป็นระดับที่ไม่เลวเช่นกัน ฉะนั้นนางจึงกล่าวว่า “ถึงเจ้าต้องการจะเป็นอาสะใภ้เล็กของข้า แต่ขอให้ข้าช่วยไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก!”