ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2648 ถึงตาข้าทรมานเจ้าแล้ว
โยวเยี่ยเสียไม่รู้ว่านี่คือพืชศักดิ์สิทธิ์ต้นภูตวิญญาณจันทรา แต่ทว่าต้นไม้วิญญาณนี้กลับสามารถพูดได้ หากไม่ใช่ขั้นเทวะอย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นกึ่งเทวะ ฉะนั้นผลของมันย ย่อมต้องล้ำค่าเป็นอย่างยิ่งแน่นอน
โยวเยี่ยเสียกล่าวถามว่า “มู่เฉียนซี เจ้าเป็นนักปรุงยาสินะ! เจ้าสิ่งนี้คืออะไร บอกข้าหน่อยสิ”
ยังไม่ทันที่จะจัดการต้นภูตวิญญาณจันทราได้สำเร็จ คิดไม่ถึงว่าจะมีเจ้าคนรกหูรกตาโผล่มาถึงสองคนเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเหลืออดว่า “เจ้าเมืองเสีย ในฐานะที่เจ้าเป็นถึงเจ้าเมืองเมืองหนึ่ง แม้แต่ลำดับก่อนหลังเจ้าก็ยังไม่รู้อีกอย่างนั้นหรือ ข้าชอบเจ้าสิ่งนี้ ฉะนั้นเจ้ารีบออกไ ไปเสียเถอะ”
“สมบัติเช่นนี้มีไว้สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น เฉียนซีเอ๋ย การที่เจ้าคิดจะฮุบมันไว้คนเดียวดูจะมากเกินไปสักหน่อย! ในเมื่อน้องอวู่ซวงที่เป็นอาของเจ้าไม่สั่งสอนเจ้าให้ดี เช ช่นนั้นข้าจะแนะนำเจ้าเอง! น้องอวู่ซวง เจ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่” เมื่อพูดจบ โยวเยี่ยเสียก็พุ่งทะยานไปทางมู่อวู่ซวงทันที
หากฉวยโอกาสตอนนี้ เขาก็จะสามารถกำจัดโยวเยี่ยอวู่ซวงได้แล้ว!
ตูมมม!
โยวเยี่ยอวู่ซวงเริ่มต่อสู้กับโยวเยี่ยเสียทันที
ความสามารถของโยวเยี่ยเสียถึงระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับเก้าแล้ว ส่วนความสามารถของอาเล็กเพียงแค่มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามเท่านั้นเอง
ด้วยความแตกต่างถึงหกระดับ ทำให้โยวเยี่ยเสียสามารถกดดันมู่อวู่ซวงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่โจมตี
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าเอาผลไม้นั้นมาแล้วออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ”
นัยน์ตาสีม่วงเงินคู่นั้นของมู่อวู่ซวงฉายแววเย็นยะเยือกออกมา แม้ว่าจะต่างกันถึงหกระดับ แต่เขาก็จะพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง เพื่อปกป้องซีเอ๋อร์ให้ปลอดภัย
“ไม่เจียมตัวเสียเลยสินะ!” โยวเยี่ยเสียกล่าวอย่างเย็นชา
สำหรับความสามารถของโยวเยี่ยอวู่ซวงที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้โยวเยี่ยเสียเองรู้สึกหวาดกลัวเช่นกัน
ภายในระยะเวลาเพียงสามปีเขาสามารถบรรลุมาถึงขั้นที่เขาต้องใช้เวลาถึงร้อยปีกว่าจะสามารถบรรลุได้ สมกับที่เสด็จพ่อกล่าวเอาไว้ว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์และสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุด ดในบรรดาพี่น้องของพวกเขาในตอนนี้
ในตอนที่ไม่มีกำลังเสริมเช่นนี้ เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงใช้พลังจิตวิญญาณส่งกระแสจิตไปที่ต้นภูตวิญญาณจันทราโดยตรง “เจ้าผลไม้น้อย ช่วยข้าหน่อย! ใช้พลังจิตวิ ญญาณโจมตีเจ้าสองคนนั้นสักหน่อย!”
“ทำไมข้าต้องช่วยเจ้าด้วยล่ะ เจ้าก็เป็นคนชั่วที่อยากเก็บผลของข้าเช่นกัน ปล่อยให้พวกเจ้าฆ่าฟันกันเองไม่ดีกว่าหรืออย่างไร พวกเจ้าตายกันไปให้หมดเสียเลย จะได้ไม่มีคนมาเก็บผล ลของข้าอีก”
“เจ้านี่ช่างอัจฉริยะจริง ๆ ความสามารถของข้าและศัตรูแตกต่างกันมาก หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกข้า และเจ้าต้องตกอยู่ในกำมือของเขา เจ้าคิดว่าพวกเขาจะทำเช่นไรบ้างล่ะ เขาไม่รู จักว่าเจ้าคืออะไรด้วยซ้ำ แม้ว่าเจ้าจะข่มขู่พวกเขาด้วยการระเบิดตนเอง บางทีเขาก็อาจจะไม่ฟังเจ้าเลยก็ได้! เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าคงจะถูกถอนรากถอนโคน หรือไม่พวกเขาก็อาจจะทรมานเจ้าด ด้วยการดึงจิตวิญญาณของต้นไม้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง เกรงว่าตอนนั้นถึงเจ้าอยากจะร้องไห้ก็คงร้องไม่ออกเป็นแน่! เจ้าผลไม้น้อย”
เรื่องที่มู่เฉียนซีกล่าวมาทำให้มันกลัวมากจริง ๆ เจ้าผลไม้น้อยตัวสั่นเทาเล็กน้อย มนุษย์น่ากลัวขนาดนี้เลยหรือ
เมื่อเทียบกับคนที่สามารถข่มขู่ได้ด้วยการทำลายตนเองแล้ว เจ้าผลไม้น้อยรู้สึกว่าพวกของโยวเยี่ยเสียนั้นอันตรายยิ่งกว่าเสียอีก
มันกล่าวว่า “ข้าสามารถช่วยเจ้าต่อสู้กับคนเลวเหล่านี้ได้ แต่เจ้าไม่เก็บผลของข้าได้หรือไม่! เพราะผลของข้ามีความสำคัญต่อข้ามากจริง ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เรื่องนี้! ค่อยเจรจากันอีกครั้งเมื่อถึงเวลา”
“เจ้า…”
“เลิกโอ้เอ้ได้แล้ว หากอาเล็กของข้าเป็นอะไรไปละก็ คนแรกที่ดึงจิตวิญญาณต้นไม้ของเจ้าออกมาจะเป็นข้าเอง!”
“ฮืออออ! เจ้าขู่ข้า!” เจ้าผลไม้น้อยร้องไห้ออกมายกใหญ่
“มู่เฉียนซี เจ้าตายเสียเถอะ!” ในขณะที่เจ้าสิ่งนี้กำลังเป็นทุกข์ ก็มีเสียงร้องเสียงหนึ่งตะโกนออกมา
ซึ่งมันก็คือเสียงของโยวเยี่ยอี้นั่นเอง เจ้าสองพี่น้องนี่ช่างมาได้ถูกเวลาจริง ๆ
เมื่อเขาเห็นว่าเสด็จพี่กำลังจัดการกับโยวเยี่ยอวู่ซวง เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับโยวเยี่ยอวู่ซวงและไม่สามารถจัดการเขาได้
เช่นนั้นเขาก็จะเป็นคนฆ่าคนสำคัญของโยวเยี่ยอวู่ซวง เพื่อทำให้เขาทุกข์ทรมาน ทำให้พวกเขาลอบโจมตีเขาได้ และสามารถทำร้ายเขา…
ทันใดนั้นพลังจิตวิญญาณก็ได้ระเบิดออกมา แม้ว่าโยวเยี่ยอี้จะเป็นคนที่ธรรมดาที่สุดในหมู่พี่น้องของพวกเขาก็ตาม
แต่อย่างน้อยโยวเยี่ยอี้ก็อยู่ในระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณคนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งมันก็มากเกินพอที่จะจัดการกับมู่เฉียนซีได้แล้ว
เมื่อย้อนเวลากลับไป มันก็ทำให้มู่เฉียนซีมีความสามารถในระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดอีกครั้ง
ทั้งความรวดเร็วและพลังกายภาพที่นางเคยมี เพียงพอที่จะทำให้นางสามารถสกัดกั้นการโจมตีนี้ของโยวเยี่ยอี้ได้
ปังงง!
หลังจากมู่เฉียนซีเปลี่ยนจากคนไร้ค่าที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อยมาเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้า มันไม่เพียงไม่ทำให้นางได้รับอันตรายถึงชีวิตเท่านั้น แต่ย ยังทำให้มู่เฉียนซีไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยอีกด้วย
เหมือนกับว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับแม่สาวน้อยผู้นี้ เพราะการปรากฏตัวของนาง ทำให้มู่อวู่ซวงยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มแข็งแกร่งพอที่จะตอบโต้พวกเขาได้
“ตายซะเถอะ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีของข้าได้ทุกครั้ง!” มุมปากของโยวเยี่ยอี้แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!
นับตั้งแต่เขาถูกคลื่นอสูรนั้นทำให้พิการ โยวเยี่ยอี้ก็เปลี่ยนกลายเป็นคนที่บ้าคลั่งยิ่งขึ้น อย่างไรเสียการที่ผู้ชายได้รับบาดเจ็บตรงส่วนนั้น หากไม่บ้าก็คงจะโรคจิตเป็นแน่
ปัง ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาเพื่อหลบหลีก และนางก็สามารถหลบการโจมตีของโยวเยี่ยอี้ได้อีกครั้ง เมื่อนางหยิบเอากระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมา พลังธาตุอัคคีที แท้จริงก็ระเบิดขึ้น
“เพลิงนภาพิฆาต!”
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
เนื่องจากว่าการย้อนเวลานั้นมีขีดจำกัด มู่เฉียนซีจึงได้ปล่อยกระบวนท่าเพื่อโจมตีในทันที และนางก็โจมตีโยวเยี่ยอี้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ตูมมม โครมมม!
“อยากทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!” โยวเยี่ยอี้ไล่ตามโจมตีมู่เฉียนซีอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ปัง! ปัง! ปัง!
และมู่เฉียนซีก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของเขาได้อีกครั้ง สำหรับโยวเยี่ยอี้แล้ว มู่เฉียนซีไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรนางได้!
สิ่งที่มู่เฉียนซีเป็นกังวลก็คืออาเล็กของนาง เนื่องจากกระบวนท่าที่โหดร้ายของโยวเยี่ยเสีย ทำให้อาเล็กของนางถูกบีบจนไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว
ด้วยความแตกต่างที่ต่างกันถึงหกระดับ ดังนั้นการที่อาเล็กสามารถยืนหยัดมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็ถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
“ลงมือสิ! มิเช่นนั้นข้าจะเผาเจ้าเสีย” มู่เฉียนซีเริ่มข่มขู่เจ้าผลไม้น้อยนั่น
และเปลวเพลิงราชันย์ที่มู่เฉียนซีระเบิดออกมาเมื่อครู่นี้ ก็ทำให้มันตื่นกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
เปลวเพลิงที่อันตรายเช่นนี้ มีกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยการทำลายล้างและความกระหายเลือด
แต่ทว่าพลังวิญญาณธาตุวารีของมู่เฉียนซี กลับทำให้มันรู้สึกเหมือนปรารถนาที่จะได้รับการรดน้ำก็มิปาน
ยากที่จะจินตนาการว่าพลังสุดขั้วทั้งสองชนิดนี้ จะสามารถปรากฏออกมาจากร่างกายของมนุษย์คนหนึ่งได้
“อย่าเร่งนักสิ! ข้าจะปลดปล่อยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งเดี๋ยวนี้แหละ!” ในที่สุดเจ้าผลไม้น้อยนี้ก็ยอมแพ้ และเตรียมที่จะช่วยเหลือมู่เฉียนซี
การโจมตีด้วยจิตวิญญาณ เป็นการใช้จิตวิญญาณโจมตีแบบกำหนดเป้าหมาย ที่ใช้เพื่อจัดการโยวเยี่ยอี้และโยวเยี่ยเสียเท่านั้น
ในฐานะพืชศักดิ์สิทธิ์ต้นหนึ่ง ต้นภูตวิญญาณจันทราถือว่าค่อนข้างเรียบง่ายเลยทีเดียว
ในแง่ของรูปลักษณ์ มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงดูเหมือนว่าจะเป็นคนดี ส่วนกลิ่นอายที่ดูชั่วร้ายของโยวเยี่ยอี้และโยวเยี่ยเสียเหมือนว่าจะเป็นคนเลวมากกว่า
นอกจากนี้มู่เฉียนซียังมีพลังวิญญาณธาตุวารีอันบริสุทธิ์ที่ทำให้มันรู้สึกปรารถนาเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้ว มันจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือมู่เฉียนซี
“ฟู่วว!” ทันใดนั้นการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ ก็โจมตีใส่สองพี่น้องนั้นอย่างยากที่จะรับมือได้ทัน และพวกเขาก็ต้องอ้าปากค้างไปทันที
อย่ามองแค่การโจมตีของเจ้าผลไม้น้อยที่ไม่มีผลต่อมู่เฉียนซีก่อนหน้านี้เท่านั้น เนื่องจากว่านั่นเป็นเพราะมู่เฉียนซีวิปลาสเกินไป แต่ไม่ใช่เพราะการโจมตีทางจิตวิญญาณของเจ้าผลไม้น้อ อยไม่ได้เรื่อง และการโจมตีทางจิตวิญญาณของมันก็ได้ผลกับทั้งสองคนนี้เป็นอย่างดีอีกด้วย
มันทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาไม่สงบ และเจ็บปวดอย่างรุนแรง ในระหว่างการต่อสู้การเคลื่อนไหวของพวกเขากลับเปลี่ยนเป็นช้าลง พลังวิญญาณไหลเวียนอย่างไม่ราบรื่น แต่ทว่าการตอบสนองและการร รับรู้กลับเปลี่ยนเป็นหนาแน่นขึ้น
ฉวยโอกาสขณะที่เจ็บปวด โจมตีเพื่อคร่าชีวิตของเขา!
ในเวลานี้ หากมู่เฉียนซียังไม่รีบคว้าโอกาสในการโต้กลับ แล้วจะต้องรอไปถึงเมื่อไรล่ะ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “โยวเยี่ยอี้ ก่อนหน้านี้เจ้าสนุกมากเลยสินะ จากนี้ไป ถึงตาข้าแล้ว”
“เจ้า!” โยวเยี่ยอี้ตื่นตกใจที่ร่างกายของตนเองเกิดปัญหาบางอย่าง
ส่วนสีหน้าของโยวเยี่ยเสียก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้นมาทันที เขากล่าวว่า “นี่คือการโจมตีทางจิตวิญญาณ ผู้ใดเป็นคนใช้การโจมตีทางจิตวิญญาณโจมตีข้ากันแน่ บัดซบเอ้ย!”
เขาคิดว่ายังมีคนอื่นที่แอบลอบโจมตีพวกเขา ซึ่งสาหตุก็เป็นเพราะว่าเขาไม่รู้จักต้นภูตวิญญาณจันทรา หากรู้จักแล้วละก็ จะไม่มีทางถามคำถามนี้ออกมาอย่างแน่นอน