ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2682 ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่
คนที่รู้ว่าพวกเขามายังสถานที่แห่งนี้มีเพียงโยวเยี่ยจี๋เท่านั้น ดูเหมือนว่าโยวเยี่ยจี๋จะวางกับดักเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว และรอให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โยวเยี่ยจี๋ฉลาดกว่าคนอื่น ๆ มากนัก เขาฆ่าคนโดยอาศัยมีดของคนอื่น และทำให้พวกเราตายอยู่ที่นี่โดยไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ”
“พลังของโครงกระดูกดำนั้นถูกผนึกไปแล้ว หากต้องการที่จะคลายผนึกเพื่อทำสิ่งนี้ได้ ว่ากันตามหลักเหตุผล คนของแดนวิญญาณไม่มีทางทำได้แน่นอน คนที่สามารถคลายผนึกได้มีเพียงแค่สองประเภทเท่านั้น ประเภทแรกคือใช้พลังแห่งความตาย ส่วนอีกประเภทใช้พลังแห่งเทพ! และไม่ว่าโยวเยี่ยจี๋จะควบคุมพลังชนิดไหนอยู่ก็ตาม ล้วนเป็นอันตรายอย่างยิ่ง” นิรันดร์กล่าว
มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่คนในแดนวิญญาณคนหนึ่งจะสามารถควบคุมพลังเหล่านี้ได้ และในเวลานี้ก็มีพลังแห่งความตายที่แข็งแกร่งมากพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน
นั่นคือโครงกระดูกขนาดใหญ่ร่างหนึ่ง แม้ว่ามันจะมีขนาดที่เล็กกว่าเทือกเขาลูกนี้มากนัก แต่มันจะต้องเป็นเจ้านายที่จัดการได้ยากของสถานที่แห่งนี้แน่นอน!
ปังงง!
มังกรร้ายเผชิญหน้ากับมันตัวต่อตัว และก็ถูกมันโจมตีจนลอยกระเด็นออกมาโดยตรง
แกร่ก!
มังกรร้ายคือสัตว์ร้าย ซึ่งมีเนื้อหนังที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ฉะนั้นอาการบาดเจ็บนี้จึงไม่ร้ายแรงถึงชีวิต และมันก็รู้ดีว่าระหว่างมันกับเจ้าโครงกระดูกยักษ์นี้มีพลังที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมากเลยทีเดียว
“เจ้าสิ่งนี้แข็งแกร่งมากเกินไป! ให้ตายเถอะ!” มังกรร้ายก่นด่าออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ
นิรันดร์กล่าวว่า “พวกเจ้าทั้งหมดถอยไปก่อน! ให้ข้าจัดการเอง!”
ร่างเงาสีขาวพุ่งทะยานออกไป และแล้วสายลมที่แข็งแกร่งก็ได้ระเบิดโครงกระดูกสีแดงนั้นจนลอยกระเด็นออกไปโดยตรง
ตูมมม โครมม!
จากนั้นโครงกระดูกนี้ก็แตกสลายหายไปในพริบตาเดียว
พลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แม้ว่าจะอยู่นอกเทือกเขากระดูกดำก็สามารถสัมผัสถึงมันได้เช่นกัน
โยวเยี่ยจี๋กำลังนั่งอยู่บนแท่นสูง เขามองไปยังทิศทางนั้นพลางกล่าวว่า “เป็นอย่างที่คาดไว้ โยวเยี่ยอวู่ซวงมีผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่ข้างกาย ช่างรับมือได้ยากจริง ๆ! แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้คือเขากระดูกดำ ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใดเจ้าจะสามารถปกป้องไปได้กี่คนกัน”
หลังจากที่นิรันดร์ทำลายโครงกระดูกดำที่แข็งแกร่งนั้นไปแล้ว พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แผ่กระจายออกไป นางกล่าวว่า “นิรันดร์!”
ปัง ปัง ปัง!
โล่วายุเป็นเกราะป้องกันทั้งสี่ทิศทาง มันได้สกัดกั้นโครงกระดูกดำอันทรงพลังที่พุ่งจู่โจมเข้ามาจากรอบทิศทาง ซึ่งทำให้โครงกระดูกเหล่านี้พุ่งชนอย่างบ้าคลั่ง และพลังแห่งความตายอันไร้ขีดจำกัดของเทือกเขานี้ก็ทำให้พวกมันทั้งหมดมีพลังในการต่อสู้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด
นิรันดร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ไสหัวไปซะ!”
เจ้าพวกนี้แข็งแกร่งเกินไป และมีเพียงนิรันดร์เท่านั้นที่สามารถสู้กับพวกมันได้ แต่เพราะที่นี่คืออาณาเขตของพวกมัน จึงทำให้ฆ่าอย่างไรก็ฆ่าไม่หมดเสียที
หากปล่อยให้เจ้าพวกนี้เข้าใกล้พวกของมู่เฉียนซี ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะถูกฆ่าตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
นิรันดร์สามารถปกป้องเจ้านายของตนเองให้ปลอดภัยได้ แต่ทว่าคนอื่น ๆ อาจจะต้องตกอยู่ในอันตราย
ตูมมม โครมมม!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ พวกเราลงไปที่ก้นเหมืองนั่นกันเถอะ”
“ตกลง!”
“เจ้าผลไม้น้อย เจ้ากลับไปที่มิติของเจ้า มังกรร้ายกลับไปอยู่ในหอคอยนิรันดร์ เร็วเข้า!”
นิรันดร์กำลังขวางโครงกระดูกดำที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นเพียงลำพัง เขากล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ที่รัก เจ้าลงไปเดินเล่นข้างล่างก่อนเถอะ ข้าจะอยู่เล่นกับเจ้าพวกนี้ก่อน จะได้ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
“เช่นนั้นเจ้าก็ระวังด้วย!” มู่เฉียนซีวางใจเรื่องความสามารถของนิรันดร์เป็นอย่างมาก
ครืนนนน!
หลังจากที่เข้ามาภายในเหมือง ก็เกิดเสียงสั่นสะเทือนขึ้นมาบนพื้น และทันใดนั้นก็มีหินกรวดจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากกลางอากาศอย่างกะทันหัน
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า “ซีเอ๋อร์…”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบกลับไปว่า “อาเล็ก ไม่เป็นไร ท่านไม่ต้องกังวล! พวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถอะ”
“สุ่ยจิงอิ๋ง!”
ทันใดนั้น ลำแสงสีฟ้าอ่อนก็ได้ห่อหุ้มพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ จากนั้นก็หายไปจากสถานที่แห่งนั้นทันที
ปัง ปัง ปัง!
ในเวลานี้ มีโครงกระดูกดำพุ่งทะยานออกมาจากใต้เหมือง แต่ทว่ามันกลับหาเป้าหมายที่ตนเองต้องการโจมตีไม่ได้อีก เพราะมู่เฉียนซีได้หายสาบสูญไปแล้วนั่นเอง
ตูมมม โครมมม!
พลังที่ระเบิดออกมาได้ทำให้อากาศฉีกขาด และโครงกระดูกเหล่านั้นก็ได้ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น
นิรันดร์ยืนอยู่บนเกราะวายุ และเดินไปในอากาศ ราวกับว่าเวลาโดยรอบถูกหยุดเอาไว้ก็มิปาน
เขาบ่นพึมพำว่า “หวังว่าที่รักจะได้รับสมบัติอะไรมาบ้าง ส่วนพวกเจ้าก็จงตายไปให้หมดเสียเถอะ!”
หลังจากนั้นการต่อสู้ของที่นี่ก็ได้ระเบิดขึ้น จนมันสะเทือนไปทั่วเขากระดูกดำเลยทีเดียว
พลังอันน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักออกมา และพลังแห่งความตายอันแข็งแกร่งก็ถูกผนึกไว้ในที่สุด
“องค์รัชทายาท คนผู้นั้นแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ เขาเป็นใครกันแน่ ข้ารู้สึกว่าเขาต้องไม่ใช่คนในแดนวิญญาณของพวกเราอย่างแน่นอน” ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างกายโยวเยี่ยจี๋กล่าวขึ้น
การเคลื่อนไหวของเขากระดูกดำแห่งนั้น มีคนคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าสถานการณ์ของมันกลับเหนือความคาดหมายของพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
โยวเยี่ยจี๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แข็งแกร่งรึ ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไรก็ยิ่งดีมิใช่หรือ หวังว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ อย่าตายเร็วเกินไปก็แล้วกัน”
พวกของมู่เฉียนซีเข้าไปในมิติที่ว่างเปล่าภายในหินแร่ ซึ่งภายในมิติแห่งนั้นก็มีสิ่งของที่คล้ายกับมุกภูตวิญญาณกำลังลอยอยู่กลางอากาศ และภายในมุกภูตวิญญาณสีดำอันโปร่งใสนั้นก็มีของเหลวบางอย่างอยู่อีกด้วย
นอกจากนั้นพวกเขายังเจอผลึกสีดำโปร่งใส และภายในผลึกนั้นก็มีจุดสีดำเล็ก ๆ อยู่ ซึ่งภายในจุดเล็ก ๆ สีดำเหล่านั้นเหมือนกับว่ากำลังแช่แข็งและผนึกอะไรบางอย่างอยู่ก็มิปาน
“ของสิ่งนั้น…” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่คือแก่นแท้หัวใจภูตวิญญาณ แม้ว่ามันจะไม่แข็งแกร่งเท่าหัวใจแห่งภูตวิญญาณ แต่ก็ถือว่ามีประโยชน์เช่นกัน! และสิ่งเหล่านั้นเหมือนว่าจะถูกผนึกเอาไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ของอะไรบางอย่าง ซึ่งมิติแห่งนี้ก็คือมิติผนึก การมีอยู่ของมันน่าจะผนึกพลังแห่งความตายทั่วทั้งเทือกเขาแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีกระดูกดำนั่น…”
ลำแสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้น และสุ่ยจิงอิ๋งก็ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของมู่เฉียนซี
เส้นผมสีฟ้าอ่อนของนางยาวสลวยตกลงมาราวกับน้ำตกก็มิปาน อีกทั้งน้ำเสียงของนางยังอ่อนโยนราวกับสายน้ำอีกด้วย
เมื่อเห็นสาวงามที่ทั้งสมบูรณ์แบบและอ่อนโยนเช่นนี้ ก็ได้ทำให้มู่อวู่ซวงผงะไปเล็กน้อยทันที
เห็นได้ชัดว่าเพศสภาพนั้นแตกต่างกัน ฉะนั้นมู่อวู่ซวงจึงไม่ได้ปฏิบัติต่อสุ่ยจิงอิ๋งเหมือนกับนิรันดร์ หรือต่อต้านนางตามสัญชาตญาณ
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็แนะนำให้มู่อวู่ซวงรู้จัก “อาเล็ก นี่คือสุ่ยจิงอิ๋ง”
“คุณชายอวู่ซวง ข้าคือผู้พิทักษ์ของซีเอ๋อร์ ดอกบัวหงส์เก้ากลีบแห่งผู้พิทักษ์นิรันดร์เจ้าค่ะ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างสุภาพอ่อนโยน
ผู้พิทักษ์นิรันดร์ เป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ควบคุมมิติที่ทรงพลังมากที่สุด คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำเช่นนี้ ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่อวู่ซวงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ต้องขอบคุณเจ้าที่คอยปกป้องซีเอ๋อร์ ปกป้องครอบครัวที่สำคัญที่สุดของข้ามาโดยตลอด”
มู่อวู่ซวงย่อมรู้ดีว่า ที่ซีเอ๋อร์มีความสามารถในการป้องกันอันสมบูรณ์นั้น เป็นเพราะการมีอยู่ของผู้พิทักษ์นิรันดร์อยู่แล้ว
“นี่คือภารกิจของข้า มันเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่วันที่ซีเอ๋อร์ผูกพันธสัญญากับข้าแล้วเจ้าค่ะ ท่านอย่าได้เกรงใจไปเลย” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว
“พวกเรามาเก็บรวบรวมแก่นแท้กันก่อนเถอะ!” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวกับพวกเขา
“ตกลง!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ทั้งสองคนพุ่งทะยานไปในมิติแห่งนี้ และเริ่มเก็บรวบรวมแก่นแท้หัวใจภูตวิญญาณทันที
พวกเขาได้เก็บรวบรวมทั้งหมดไปโดยที่ไม่เหลือทิ้งไว้เลยแม้แต่อันเดียว
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของมู่เฉียนซีเป็นกำแพงของผลึกใส นางได้เอามือไปวางไว้ข้างบนนั้น พลางกล่าวว่า “สิ่งนี้คือเมล็ดพันธุ์อะไร”
“เมล็ดพันธุ์นี้คงถูกผนึกเอาไว้เนิ่นนานมาก ซึ่งทำให้รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้! แต่มันน่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เป็นสื่อนำของค่ายกลผนึกแห่งนี้ หากนำมันออกมาอาจจะทำให้ถูกทำลายได้ และคาดว่าโครงกระดูกดำทั้งหมดที่อยู่ที่นี่น่าจะตื่นขึ้น” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวกับเฉียนซี
เพียงแค่โครงกระดูกเล็ก ๆ ยังยากที่จะจัดการได้แล้ว หากมีโครงกระดูกใหญ่โผล่ขึ้นมาแล้วละก็ มีหวังได้เจอกับปัญหาใหญ่ยิ่งกว่านี้แน่
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะอยากรู้อยากเห็น แต่นางก็ไม่มีทางปล่อยให้ผนึกนี้ถูกทำลายได้เด็ดขาด
ในเวลานี้มู่อวู่ซวงได้จ้องเขม็งไปที่เมล็ดพันธุ์นั้น จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างเหม่อลอยเล็กน้อยว่า “นี่คือเมล็ดพันธุ์ของพลับพลึงแดงแห่งแดนวิญญาณ หนึ่งในดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของเผ่าภูตวิญญาณ ตอนนี้มันได้หายสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว และที่นี่ก็เหลือเพียงเมล็ดพันธุ์เท่านั้น”
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที “หนึ่งในดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของเผ่าภูตวิญญาณอย่างนั้นหรือ! คิดไม่ถึงเลยว่าอาเล็กจะรู้เรื่องนี้ด้วย”
.
.