ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2684 ความตื่นตระหนกของแดนวิญญาญ
หลังจากที่รอให้มู่อวู่ซวงจัดการภารกิจทั้งหมดของแดนวิญญาณเสร็จแล้ว และเพราะมีคนที่น่าไว้วางใจยิ่งอย่างมังกรวารีคอยดูแลซีเอ๋อร์ มันจึงทำให้มู่อวู่ซวงเลือกที่จะเก็บตัว เพื่อดูดซับพลังของแก่นแท้หัวใจภูตวิญญาณ
ซึ่งการเดินทางไปยังเขากระดูกดำในครั้งนี้ พวกเขาได้ถูกวางแผนร้ายโดยโยวเยี่ยจี๋
หากไม่ใช่เพราะความสามารถของนิรันดร์ที่แข็งแกร่งเพียงพอ เกรงว่าพวกเขาคงได้ตายอยู่ที่นั่นเป็นแน่
เจ้าโยวเยี่ยจี๋ผู้นั้นไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือความฉลาดหลักแหลม เขาก็นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง และเพื่อที่จะสามารถต่อกรกับเขาได้ ก้าวแรกคือเขาจะต้องยกระดับความสามารถของตนเองให้ได้เสียก่อน
มู่อวู่ซวงเริ่มมีชื่อเสียงเพราะการต่อสู้ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสิบแปดเขตแดน และในเวลาเดียวกันแม้แต่หอหมอปีศาจก็มีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ใครก็ตามที่เคยใช้ยาลูกกลอนของหอหมอปีศาจ ต่างก็รู้ว่ายาของหอหมอปีศาจนั้นมีประสิทธิภาพมากเพียงใด ซึ่งมันก็ทำให้นักปรุงยาของพื้นที่มากมายในแดนวิญญาณต่างร้องเรียนด้วยความไม่พอใจ
ซึ่งนักปรุงยาที่มากระโดดโลดเต้นเหล่านี้ แน่นอนว่าย่อมถูกมู่เฉียนซีกำจัดจนสิ้น และไม่กล้ามาหาเรื่องอีก
บวกกับการมีองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคอยหนุนหลัง จึงทำให้หอหมอปีศาจที่อยู่ในแดนวิญญาณมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก
ครืนนนน!
หลังจากที่วันเวลาอันเงียบสงบพ้นผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นก็ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดเหนือเมืองอวู่ซวง ทั้งยังทำลายความสงบสุขของเขตแดนอวู่ซวงอีกด้วย!
เมฆสีดำปกคลุมเหนือท้องฟ้าของเมืองอวู่ซวง ซึ่งมันก็ได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งเขตแดนอวู่ซวงเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปเล็กน้อย นางกล่าวว่า “นี่อาเล็กกำลังจะบรรลุแล้วอย่างนั้นหรือ แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าการบรรลุเป็นระดับราชันย์วิญญาณจะมีการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้!”
การเคลื่อนไหวเช่นนี้ มันใหญ่โตอย่างแปลกประหลาด มันไม่ได้มีเพียงในเขตแดนอวู่ซวงเท่านั้น แต่เขตแดนหลักอื่น ๆ ทั้งสิบแปดเขตแดน และทั่วทั้งแดนวิญญาณต่างก็มีเช่นกัน
ทุกคนต่างกล่าวกันอย่างตื่นตะลึงว่า “ความผันผวนของพลังเช่นนี้ อะไรทำให้เกิดพลังที่ผันผวนเช่นนี้กันแน่ รีบไปตรวจสอบเร็วเข้า!”
ภายในพระราชวังขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเวลานี้ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่นั่งอยู่บนหอสูงก็กำลังจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่แปลกประหลาดนี้เช่นกัน มันมีทั้งเมฆดำอันพลุ่งพล่าน และแสงสว่างวาบของอสนีบาต
ภายในดวงตาที่ราวกับตายแล้วคู่นั้นของเขาเปล่งประกายขึ้นมาทันที เขากล่าวด้วยเสียงอันทุ้มต่ำว่า “อวู่ซวง อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ!”
หลังจากที่ตรวจสอบข้อมูลมาแล้ว เจ้าเมืองของเมืองหลักต่าง ๆ ล้วนได้ยินเรื่องที่ทำให้พวกเขาต้องตื่นตกใจเป็นอย่างมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงในแต่ละเขตแดนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเมืองอวู่ซวงนั่นเอง
และมันก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นเพราะเจ้าเมืองของเมืองอวู่ซวงอย่างฝ่าบาทโยวเยี่ยอวู่ซวง กำลังจะบรรลุไปถึงระดับราชันย์วิญญาณแล้ว
โยวเยี่ยอวู่ซวงกำลังจะบรรลุระดับราชันย์วิญญาณแล้ว และเขาก็จะกลายเป็นองค์ชายคนที่สองที่สามารถบรรลุเป็นราชันย์วิญญาณได้สำเร็จ นอกจากนี้การบรรลุของเขายังทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย
นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในแดนวิญญาณมาก่อน แม้ว่าจะเป็นตอนที่โยวเยี่ยจี๋เลื่อนขั้นในครั้งแรก ก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ
พรสวรรค์ของโยวเยี่ยอวู่ซวงสูงมากขนาดไหนกันแน่นะ
โยวเยี่ยเสียกำหมัดแน่นพลางกล่าวว่า “ข้าไม่สน ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไรก็ตาม ข้าก็จะต้องบรรลุระดับราชันย์วิญญาณให้ได้ ข้าต้องบรรลุมันให้ได้! มิเช่นนั้นตลอดชีวิตนี้ข้าก็จะไม่มีทางกำจัดโยวเยี่ยอวู่ซวงได้ นอกจากนี้ข้าจะต้องถูกเขากดหัว และไม่มีทางล้างแค้นได้ตลอดไปเป็นแน่! ข้าเองก็จะต้องบรรลุด้วยเช่นกัน!”
เนื่องจากว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินไป มันจึงทำให้มู่เฉียนซีเป็นห่วงอาเล็กของตนเองเป็นอย่างมาก
มังกรวารีกล่าวปลอบว่า “นายท่าน การที่เลื่อนเป็นราชันย์วิญญาณเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่เช่นนี้ในแดนวิญญาณได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะขอรับ! นี่มันคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณชายอวู่ซวงมีพรสวรรค์สูงมากเพียงใด เท่าที่ข้ารู้มา มีเพียงผู้ที่ถูกชะตาลิขิตให้มาเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณเท่านั้นถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “สามารถบรรลุไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่”
“หากรอดพ้นจากสายฟ้าพิฆาต และผ่านการทดสอบได้ ก็จะเลื่อนขั้นได้อย่างราบรื่นขอรับ” มังกรวารีกล่าวตอบ
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังอสนีบาตที่กำลังวับวามอยู่บนท้องฟ้านั่น พลังธาตุวารีนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง นอกจากตอนที่นางถูกพลังของสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์แล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นสายฟ้าลงทัณฑ์ที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้
มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตราย หากไปขวางเอาไว้ ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้นางจะสามารถขวางเอาไว้ได้หรือไม่กันนะ
ในเวลานี้ มังกรวารีได้มาขวางหน้าของมู่เฉียนซีพลางจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของนางแล้วกล่าวว่า “นายท่านจะคิดเรื่องอะไรที่เป็นอันตรายไม่ได้นะขอรับ”
หลังจากที่นางถูกมังกรวารีมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “มันไม่ได้จริง ๆ หรือ?”
“นั่นคืออัสนีแห่งการทดสอบของโลกนี้ แม้ว่ามันจะอันตรายมาก แต่ก็จำเป็นที่จะต้องประสบด้วยตนเอง นอกจากนี้สายฟ้าลงทัณฑ์ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย นายท่านขวางไม่ไหวแน่นอน มังกรวารีไม่อาจปล่อยให้นายท่านเป็นอะไรไปได้ หากนายท่านไม่ฟังแล้วละก็ เช่นนั้นมังกรวารีคงจะต้องล่วงเกินนายท่าน หลังจากนั้นมังกรวารีค่อยรับโทษตามความประสงค์ของนายท่าน”
มังกรเงินพุ่งลงมาจากกลางอากาศ ซึ่งมังกรเงินที่ลงมานั้นมีทั้งหมดเก้าตัวด้วยกัน และคนทั่วทั้งแดนวิญญาณต่างก็เห็นมังกรเงินที่กำลังลงมาจากฟากฟ้า ซึ่งสถานที่ที่มันลงไปนั้นก็คือเมืองอวู่ซวงนั่นเอง!
พวกเขาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “เรียกสายฟ้าลงทัณฑ์เช่นนี้มาได้ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน! คนที่เลื่อนขั้นผู้นั้นจะมีชีวิตรอดได้แน่หรือ!”
“หากสามารถรอดจากสายฟ้าลงทัณฑ์นี้ไปได้ เช่นนั้นจะต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีอำนาจสูงสุดลำดับที่สองของแดนวิญญาณแห่งนี้เป็นแน่”
“……”
เปรี้ยงง!
ทันใดนั้น ตำหนักที่อยู่เบื้องหน้าก็กลายเป็นความว่างเปล่า
มังกรวารีรีบพามู่เฉียนซีถอยห่างออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับมู่เฉียนซีได้
ภายในใจของมู่เฉียนซีรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย นางพูดพึมพำว่า “อาเล็ก!”
มังกรวารีกล่าวว่า “คุณชายอวู่ซวงไม่เป็นอะไรขอรับ!”
ในขณะที่เศษหินปลิวว่อนไปในอากาศ ก็ได้มีร่างหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นไปกลางท้องฟ้า
หากว่าเขายังคงอยู่บนพื้นดิน เมื่อพลังอสนีบาตนี้ผ่าลงมา เมืองอวู่ซวงได้จบเห่เป็นแน่!
เมื่อเขาหันกลับมาเห็นมู่เฉียนซี เขาก็กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ซีเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็นห่วง! อาไม่เป็นอะไร! มันก็แค่สายฟ้าลงทัณฑ์เท่านั้นเอง”
“มังกรวารี ข้าวานเจ้าคอยดูซีเอ๋อร์เอาไว้ด้วย อย่าปล่อยให้นางเข้ามาเด็ดขาด! มันคือสายฟ้าลงทัณฑ์ของข้า ฉะนั้นข้าจะต้องผ่านไปให้ได้ด้วยความสามารถของข้าเอง” มู่อวู่ซวงรู้มาว่าตอนที่เจ้าผลไม้น้อยเลื่อนขั้นครั้งที่แล้ว มู่เฉียนซีได้ทำเรื่องที่เป็นอันตรายลงไป
คราวนี้เขาไม่ยอมปล่อยให้ซีเอ๋อร์ต้องเสี่ยงอีกเป็นอันขาด!
มังกรวารีพยักหน้าเล็กน้อย และบนท้องฟ้านั้น มู่เฉียนซีก็ได้แต่มองอาเล็กของตนเองถูกมังกรเงินที่น่าสะพรึงกลัวทั้งเก้าตัวนั้นเข้ามาโจมตี
แววตาของมู่อวู่ซวงมืดมนลงเล็กน้อย เขากล่าวว่า “เข้ามาสิ! ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้ามู่อวู่ซวงไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน!”
ครืนน เปรี้ยงงง!
ไม่รู้ว่าอสนีบาตที่อยู่กลางท้องฟ้านั้นผ่ามานานแค่ไหนแล้ว แต่ทว่ามันยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับว่าจะไม่หยุดลงก็มิปาน ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างของมู่เฉียนซีสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย
มังกรวารีกล่าวว่า “นายท่าน หากไม่อยากดูก็อย่าดูเลยดีหรือไม่ขอรับ”
“ไม่! ข้าอยากจะรออาเล็กอยู่ที่นี่!”
ใครก็ตามที่ได้เห็นคนที่ถูกสายฟ้าลงทัณฑ์ขนาดนี้ คงคิดว่ามู่อวู่ซวงที่อยู่ท่ามกลางแสงสีขาวอันเจิดจ้านั้นกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้วเป็นแน่
อย่างไรเสียทัณฑ์สวรรค์นั้นไม่เพียงแต่น่าสะพรึงกลัวเท่านั้น แต่ยังมีจำนวนครั้งที่ถี่มากอีกด้วย หากเป็นเพียงแค่คนธรรมดาต้องไม่สามารถยืนหยัดได้อย่างแน่นอน!
ฝ่าบาทอวู่ซวงที่เป็นถึงอัจฉริยะเช่นนี้ จะต้องมาพินาศเพราะตกอยู่ท่ามกลางสายฟ้าลงทัณฑ์ในขณะเลื่อนขั้นเป็นราชันย์วิญญาณอย่างนั้นหรือ?
ทุกคนต่างก็เฝ้ารอผลสรุป แต่ทว่าเสียงของอสนีบาตที่ดังเสียดแทงเข้าไปในหูนั้นดูเหมือนว่าจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงก็มิปาน
สายฟ้าลงทัณฑ์ที่บ้าคลั่งเช่นนี้ แม้แต่มังกรวารีเองก็น้อยนักที่จะได้เห็นเช่นกัน เขาบ่นพึมพำว่า “นี่มัน…”
ไม่เพียงแต่คนอื่นเท่านั้นที่ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเองในตอนที่ทราบข่าวก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
เขากล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่ามันจะผิดปกติขนาดนี้ มีสายฟ้าลงทัณฑ์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงขนาดนี้ด้วยหรือ แม้แต่ข้าเอง ก็อาจจะทนรับเอาไว้ไม่ไหวเช่นกัน และด้วยความสามารถของมู่อวู่ซวงในตอนนี้ เป็นการเฉียดเข้าไปใกล้ความตายอย่างสิ้นเชิง! หากว่าเขาตายไปจริง ๆ ละก็ เช่นนั้นก็คือความโชคร้ายของพวกเราแดนวิญญาณเป็นแน่!”
แววตาขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณฉายแววแห่งความผิดหวังออกมา!
ในขณะที่ดวงอาทิตน์กำลังลาลับไปจนท้องฟ้ากลายเป็นสีจาง แต่ทว่ามังกรเงินที่เกิดจากสายฟ้าทั้งเก้าตัวยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่ลดละ ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีในเวลานี้กำหมัดแน่น นางเริ่มโกรธขึ้นมาแล้วเช่นกัน!
“สายฟ้าลงทัณฑ์บ้านี่จะผ่าไปอีกนานแค่ไหนกันแน่”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของอาเล็กในแสงสว่างของสายฟ้านั้นได้อีกแล้ว นางอยากที่จะพุ่งขึ้นไปในอากาศ แต่กลับถูกกำแพงวารีขวางกั้นเอาไว้เสียก่อน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารี เจ้าถอยไปเดี๋ยวนี้!”
.