ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2694 หญ้าแห่งชีวิต
“หากว่าข้าโกหกเจ้า ก็ให้ข้าถูกฟ้าผ่าไปเลยดีหรือไม่ ข้าก็แค่อยากตายเท่านั้น ข้าอยากตายอย่างสมบูรณ์ มันยากมากขนาดนั้นเลยหรือ ท่านป้า ท่านทำไม่ได้จริง ๆ หรือ” หนูดำแห่งความตายกำลังจะคลั่ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าจะน่าสังเวชมาก แต่ข้าก็ไม่อาจปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเมตตาได้ เจ้ายอมแพ้ไปซะเถอะ!”
“ข้าจะนำทางให้ท่านเอง ข้าจะนำทางให้ท่านด้วยตนเอง หากข้าโกหกพวกท่านจริง ๆ พวกท่านจะจัดการข้าอย่างไรก็ได้ ดีหรือไม่” หนูดำแห่งความตายกล่าว
“ตกลง!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สามารถหาสถานที่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณมากมายเช่นนี้ได้ เป็นเรื่องที่มู่เฉียนซีค่อนข้างสนใจมากเลยจริง ๆ
หนูดำแห่งความตายอยู่ข้างหน้าของมู่เฉียนซีเพื่อนำทาง ตอนนี้มันได้ถูกนางวางยาพิษเอาไว้แล้ว ซึ่งมันไม่สามารถเล่นตุกติกกับนางได้แน่นอน
พวกเขาเดินมาถึงหน้าเขาหินลูกหนึ่ง หลังจากนั้นหนูดำแห่งความตายก็แทะจนปรากฏออกมาเป็นปากถ้ำ
แม้ว่ามันจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่มู่เฉียนซีก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมว่าฟันของมันนั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ
ภายในถ้ำแห่งนั้น ราวกับว่าเป็นอีกโลกหนึ่งก็มิปาน
โลกภายนอกเป็นแบบโบราณ ราวกับผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทั้งยังเงียบสงบ แต่ทว่าโลกที่อยู่ภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจริง ๆ
และสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ นั่นก็เป็นเพราะว่าสถานที่แห่งนี้มีหญ้าแห่งชีวิตอยู่นั่นเอง
หญ้าแห่งชีวิตนี้ไม่ได้มีระดับสูงเหมือนไม้เทพ แต่พลังชีวิตของมันก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูร่างกายของนางอีกด้วย
นางสามารถเพาะเลี้ยงมันไว้อย่างดีได้ และเมื่อถึงเวลาก็ค่อยเอาไปปลูกไว้ใต้ไม้เทพแห่งชีวิต ไว้อยู่เป็นเพื่อนเจ้าไม้เทพแห่งชีวิตนั่น
เจ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หายสาบสูญไปนานมากแล้ว พวกมันมีความเปราะบางเป็นอย่างมาก สำหรับข้อกำหนดของพื้นที่ที่เกิดและเติบโตก็ละเอียดลออเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน ทั้งยังตายง่ายอีกด้วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรลับแห่งนี้ได้!
หนูดำแห่งความตายกล่าวอย่างอวดดีว่า “เห็นไหมล่ะ! นี่คือสมบัติล้ำค่าที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ นี่คือพลังแห่งชีวิตอย่างไรล่ะ! แม้ว่าหญ้าเหล่านี้จะมีพลังแห่งชีวิตเพียงเล็กน้อย แต่หากเก็บสะสมจากเล็กน้อยก็จะกลายเป็นมากได้! นอกจากไม้เทพแห่งชีวิตที่ไม่รู้อยู่ในมิติไหนแล้ว นี่น่าจะเป็นของสิ่งเดียวที่จะสามารถค้นพบพลังแห่งชีวิตได้”
หลังจากที่พลังของทัณฑ์สวรรค์เข้ามาในร่างกายของนาง นางก็ไม่สามารถใช้พลังแห่งชีวิตของนางได้อีกเลย
ราวกับว่ามันถูกขังเอาไว้ก็มิปาน และในตอนที่มู่เฉียนซีโยนหญ้าแห่งชีวิตเหล่านี้เข้าไปในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้น ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ว่าที่คุมขังนั้นได้คลายออกแล้ว
สีหน้าของมู่เฉียนซีเผยร่องรอยของความยินดี คิดไม่ถึงเลยว่าหญ้าแห่งชีวิตนี้จะสามารถช่วยนางได้ถึงขนาดนี้
แม้ว่าปริมาณของพวกมันจะมีเพียงน้อยนิด แต่กลับให้ผลได้อย่างมหัศจรรย์เลยทีเดียว
มู่เฉียนซีลองใช้พลังจิตวิญญาณห่อหุ้มมันเอาไว้ และเมื่อรวบรวมพลังแห่งชีวิตอันน้อยนิดของพวกมันแล้ว นางก็ค้นพบว่ามันให้ผลที่ดีมากจริง ๆ!
“ข้าบอกแล้วไงเจ้ามนุษย์ อย่างน้อยเจ้าก็ตอบข้าหน่อยเถอะ! หากเจ้ามีความสุขแล้วละก็ เช่นนั้นเจ้าก็เผาข้าเสียที!” หนูดำแห่งความตายกล่าว
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางมันอย่างเย็นชาพลางกล่าวว่า “เจ้าหุบปากเสียที! ช่างเสียงดังจริง ๆ! เหวินเหรินฮ่าว อุดปากมันเอาไว้ซะ ข้ามีเรื่องที่ต้องทำ ฉะนั้นเจ้าทำให้มันสงบลงหน่อย”
“ขอรับ ลูกพี่มู่!” และเขาก็อุดปากหนูดำแห่งความตายตัวนั้นโดยที่ไม่พูดอะไรเลยสักคำจริง ๆ
มู่เฉียนซีเข้าสู่การฝึกทำสมาธิ และหลังจากที่นางค้นพบวิธีการนี้แล้วนางก็ค่อย ๆ คลายพลังแห่งชีวิตที่ถูกกักขังเอาไว้ออกมาทีละน้อย
แน่นอนว่าพลังของหญ้าแห่งชีวิตเหล่านี้อ่อนแอมากเกินไป ซึ่งนางก็ดูดซับมันทั้งหมดภายในพริบตาเดียว
มู่เฉียนซีได้นำเอาพวกมันไปวางแยกกันไว้บนเกาะเล็ก ๆ ตามลำพัง ที่นี่คือมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้น ซึ่งล้อมรอบด้วยวารีแห่งจิตวิญญาณ แม้แต่หญ้าแห่งชีวิตที่มีความต้องการต่อสภาพแวดล้อมที่เข้มงวดที่สุด ในเวลานี้ยังมีความสุขมากเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีหวังว่าพวกมันจะสามารถปกคลุมได้ทั่วทั้งเกาะ เมื่อถึงตอนที่นางมีพลังแห่งชีวิตของพวกมันแล้ว บางทีนางอาจจะสามารถคลายที่กักขังได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถใช้พลังแห่งชีวิตได้ตามต้องการก็เป็นได้
ถึงพลังแห่งชีวิตจะไม่สามารถใช้ต่อสู้ได้ แต่มันก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเป็นอย่างยิ่ง
สรุปแล้วก็เป็นเรื่องที่ดีหากสามารถทำให้พลังนี้ฟื้นฟูกลับมาได้
หลังจากที่ดูดซับพลังแห่งชีวิตของหญ้าแห่งชีวิตเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็หยุดทำสมาธิ
นางเดินไปทางหนูดำแห่งความตายพลางกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าช่วยข้าได้มาก เช่นนี้ข้าก็จะให้เจ้าเปลี่ยนวิธีการตายของเจ้า”
“ไม่! ไม่ เจ้าใช้เปลวเพลิงฆ่าข้าเถอะ! ข้าค่อนข้างชอบวิธีการตายเช่นนั้น!” หนูดำแห่งความตายกล่าว
“เชื่อข้าเถอะ เจ้าต้องชอบวิธีการตายนี้แน่นอน มันดีกว่าถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านนิดหน่อย” มู่เฉียนซีใช้ปลายนิ้ว กดลงไปบนศรีษะของมัน
ทันใดนั้น ลำแสงสีเขียวอ่อนก็ได้ห่อหุ้มร่างของมันเอาไว้ หลังจากนั้นก็ชำระล้างพลังแห่งความตายที่อยู่บนร่างกายของมัน
มันตื่นกลัวจนหน้าถอดสี “อะไรน่ะ พลังแห่งชีวิตหรือ เจ้าควบคุมพลังแห่งชีวิตได้ตั้งแต่เมื่อไร เจ้ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ เจ้าจะต้องไม่ใช่มนุษย์แน่นอน...เจ้า…”
เมื่อได้รับการชำระล้างจากพลังแห่งชีวิตไปแล้ว มันก็ไม่ต้องเกิดใหม่อีก ดังนั้นจึงถือว่ามันสมปรารถนาแล้วนั่นเอง
เมื่อหนูดำแห่งความตายตัวนี้หายไป ตอนนี้พลังแห่งชีวิตที่นางสามารถใช้ได้นั้นน้อยจนน่าสงสาร คิดไม่ถึงเลยว่าแค่เปลี่ยนแปลงหนูเพียงตัวเดียวจะใช้พลังไปเกือบทั้งหมดเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวกับเหวินเหรินฮ่าวว่า “เจ้ายังต้องการพักฟื้นอยู่อีกหรือไม่?”
“อาการบาดเจ็บของข้าเกือบจะหายดีแล้ว ลูกพี่มู่ยาลูกกลอนของท่านช่างให้ผลลัพธ์ที่ดีมากเหลือเกิน”
“ก็ดี! มิเช่นนั้นเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อพักฟื้นต่อไปเถอะ! เวลาผ่านไปค่อนข้างนานแล้ว ตอนนี้พลังแรงโน้มถ่วงแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้าไม่สามารถเสียเวลาได้เลยแม้แต่อึดใจเดียว!”
“ลูกพี่มู่! วางใจเถอะ! ข้าไม่มีทางถ่วงแข้งถ่วงขาท่านแน่นอน ข้ารู้ว่าท่านต้องการที่จะผ่านการทดสอบระดับล่างของอาณาจักรลับนี้ เพื่อที่จะไปรวมตัวกันฝ่าบาทอวู่ซวงที่อาณาจักรลับระดับสูงให้ได้” เหวินเหรินฮ่าวกล่าว
มู่เฉียนซีไม่เพียงแต่กวาดหญ้าแห่งชีวิตไปจนหมดเท่านั้น แต่นางยังกวาดเอาสมุนไพรวิญญาณที่เติบโตมาพร้อมกับหญ้าแห่งชีวิตไปจนหมดอีกด้วย
นางเตรียมที่จะรีบออกไปและตามหาหอคอยต้องห้ามให้เจอ
แต่ทว่าทันทีที่นางเดินออกไปจากปากถ้ำ กลับพบกับคนอื่น ๆ อีก
“ลูกพี่ คนผู้นั้นดูเหมือนมู่เฉียนซีเลย ส่วนอีกคนเหมือนว่าจะเป็นเหวินเหรินฮ่าวของเมืองเสีย คนของเมืองเสียกับคนของเมืองอวู่ซวงอยู่ด้วยกันอย่างนั้นหรือ หรือว่าคนของเมืองเสียเหล่านั้นกับมู่เฉียนซีมีอะไรบางอย่างปิดบังเอาไว้จริง ๆ” มีคนกระซิบกล่าว
ชายที่ดูชั่วร้ายคนหนึ่งเดินเข้ามาพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอเจ้าที่นี่ ในตอนที่แข่งคัดเลือกไม่มีโอกาสได้ประลองฝีมือกับเจ้า แต่เจ้ากลับเอาชนะน้องชายที่โชคร้ายของข้าได้ วันนี้ข้าจึงอยากที่จะประลองฝีมือกับเจ้าสักหน่อย”
หลังจากนั้นก็มีคนโน้มตัวเข้าไปใกล้ปากถ้ำพลางกล่าวว่า “ภายในถ้ำเช่นนี้จะต้องมีสมบัติอยู่อย่างแน่นอน ลูกพี่ พวกของมู่เฉียนซีจะต้องได้รับสมบัติอะไรบางอย่างมาแล้วเป็นแน่”
เหวินเหรินฮ่าวกล่าวว่า “พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้างในนั้นนอกจากหญ้าแล้วก็ไม่มีอะไรอยู่เลย”
เขาเองมีความประทับใจต่อคนเหล่านี้เช่นกัน และพวกเขาคือคนของเมืองจี้นั่นเอง
คนที่เป็นผู้นำคนนั้น ก็คือพี่ชายของเห้อเหลียนถิงคนที่ถูกลูกพี่มู่ทรมานบนสนามประลองบนสนามการแข่งขันคนนั้น
“โกหก! เอาคำพูดของเจ้าไปหลอกผีเถอะ!” แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางเชื่อคำพูดของเขาอยู่แล้ว
เห้อเหลียนเหลยกล่าวว่า “มู่เฉียนซี ข้าจะมาสั่งสอนเจ้า! พวกเจ้าไม่ต้องลงมือ ข้าจัดการนางเพียงคนเดียวก็พอแล้ว! เมื่อข่าวแพร่ออกไปภายนอก จะได้ไม่มีคนพูดว่าผู้ชายมากมายจากเมืองจี้อย่างพวกเรารังแกผู้หญิงเพียงคนเดียว”
น้องชายของตนเองต้องมาพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งเขาก็คิดที่จะแก้แค้นให้เขามาตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสนั้นเสียที
ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังรีบ ซึ่งนางก็รู้สึกรำคาญมากที่เจ้าหมอนี่มาหาเรื่องขวางทางนางเอาไว้ และทันใดนั้นร่างสีม่วงก็ลงมือโจมตีเห้อเหลียนเหลยทันที
ในตอนที่กำลังลงมือ มู่เฉียนซีก็ได้ใช้การย้อนกาลเวลา ซึ่งมันก็ทำให้ตนเองสามารถใช้พลังวิญญาณได้!
“ทักษะโลหิตเจ็ดชั้น!” เมื่อนางเข้ามาใกล้กับระยะของเห้อเหลียนเหลย นางก็ยกแขนขึ้น และโจมตีลงไปโดยตรง
.
.