ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2696 สัตว์ร้ายแห่งความตาย
คนที่อยู่ข้างล่างเหล่านั้นล้วนหมดสติไปภายใต้การทำลายล้างของพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้
พวกเขามองเห็นร่างเงาสีม่วงร่างนั้น ในตอนที่กำลังเปิดประตูของหอคอยต้องห้าม จากนั้นนางก็ล้มเข้าไป
พวกเขากล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “นี่ถือว่าสำเร็จแล้วใช่หรือไม่? สำเร็จแล้ว!”
“มันจะต้องสำเร็จแน่นอน! ช่างดีเหลือเกิน”
“ลูกพี่มู่เข้าไปในหอคอยต้องห้ามแล้ว ถ้าอย่างนั้นน่าจะผ่านการทดสอบขั้นต้นได้อย่างไม่มีปัญหาแล้วสินะ”
มู่เฉียนซีได้ทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายของพวกเขามามากแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงมีความมั่นใจในตัวมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก
หลังจากที่ผ่านไปครู่หนึ่ง มู่เฉียนซีที่หมดสติไปก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
มังกรวารีกล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “นายท่าน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ! ท่านรู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนบ้างหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารีเจ้าวางใจเถอะ! ข้าสบายดี แม้ว่าจะอ่อนแอลง แต่แค่ดื่มยาน้ำเข้าไปก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบยาน้ำออกมาดื่มหลายขวด และพลังของนางก็ฟื้นตัวกลับมาทันที
หลังจากนั้นนางก็มองไปโดยรอบพลางกล่าวว่า “นี่คือภายในของหอคอยต้องห้ามสินะ พลังแห่งความตายช่างรุนแรงเสียจริง!”
แรงโน้มถ่วงที่อยู่ข้างนอกในเวลานี้ถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างสมบูรณ์ และมีเพียงหอคอยต้องห้ามแห่งนี้เท่านั้นที่ยังลอยอยู่ได้
การดำรงอยู่ของสถานที่ที่พิเศษส่วนหนึ่งในอาณาจักรลับแห่งนี้ มู่เฉียนซีมั่นใจว่า นางสำเร็จการทดสอบขั้นต้นของอาณาจักรลับแห่งนี้แล้ว และมันจะต้องเกี่ยวข้องกับหอคอยแห่งนี้อย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หอคอยหลังนี้มีทั้งหมดเก้าชั้น เช่นนั้นลองไต่หอคอยดูก็แล้วกัน”
แม้ว่านางเพิ่งจะขึ้นมาบนหอคอยต้องห้ามนี้ แต่มันก็เป็นเพียงด้านนอกเท่านั้น
และในตอนที่นางย่างก้าวเข้าไปในหอคอยหลังนี้ ก็มีสัตว์ร้ายที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตายกระโจนเข้าใส่มู่เฉียนซีในทันที
“คิก คิก คิก! มีเหยื่อมาแล้ว”
“เผ่าวิญญาณช่างไร้ค่าจริง ๆ ให้ข้าเฝ้าอยู่ที่นี่มานานถึงเพียงนี้ แต่น้อยคนนักที่จะสามารถมาถึงที่นี่ได้! ซึ่งมันก็เป็นผลทำให้พวกข้าหิวมาเป็นเวลานานมากแล้ว”
“หิว! หิวเหลือเกิน! ข้าอยากจะกินเจ้า แม่นางน้อย!”
หลังจากนั้นเจ้าพวกสัตว์ร้ายแห่งความตายเหล่านี้ก็หัวเราะแปลก ๆ ออกมา
มู่เฉียนซีในเวลานี้เป็นเหมือนแกะที่อยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าก็มิปาน ซึ่งสีหน้าของนางก็ฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าการขึ้นไปบนยอดสุดของหอคอยต้องห้ามแห่งนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นนั้นแล้วสินะ! แค่ชั้นแรกยังมีเจ้าสิ่งที่รับมือได้ยากมากมายขนาดนี้เลย
เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นและมีเพียงแค่ต้องลงมือเท่านั้น มู่เฉียนซีใช้การย้อนกาลเวลาเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง ทันใดนั้นอีกาเพลิงสีแดงฉานก็กวาดเข้ามา และปะทะเข้ากับสัตว์ร้ายแห่งความตายเหล่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
อย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็มีไว้ให้ผู้สูงส่งรุ่นเยาว์หาประสบการณ์ ฉะนั้นถึงคู่ต่อสู้ของที่นี่จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางแข็งแกร่งเกินไปอยู่ดี
มิเช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดที่จะมีโอกาสทะลวงผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ และมีเพียงแค่ทางตันเท่านั้น
จิตวิญญาณในการต่อสู้ของมู่เฉียนซีเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นก็ทะลวงผ่านและฆ่าฟันไปทั่วทุกทิศทาง ซึ่งในที่สุดพวกมันทั้งหมดก็ล้มลง
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน เปลวเพลิงนั้นสามารถเผาทำลายได้แม้แต่พลังแห่งความตายเชียวหรือ เหตุใดถึงทำเช่นนี้ได้ล่ะ”
“……”
เผ่าวิญญาณที่สามารถทะลวงเข้ามาถึงที่นี่ได้นั้นมีน้อยมาก พวกมันเองก็ไม่เคยเจออัจฉริยะที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อนเหมือนกัน เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แปลกประหลาดอย่างมู่เฉียนซีเช่นนี้
มู่เฉียนซีรู้ว่า เจ้าพวกนี้เหมือนกับหนูแห่งความตาย พวกมันคือเชลยศึกเช่นกัน
เพียงแต่พวกมันมีระดับที่สูงกว่าหนูแห่งความตาย ดังนั้นจึงถูกขังอยู่ที่นี่เพื่อคอยเฝ้าหอคอยเอาไว้
มู่เฉียนซีได้รู้จากปากของพวกมันว่า หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมดเก้าชั้น แต่ละชั้นก็มีสัตว์ร้ายเหมือนพวกมันคอยเฝ้าอยู่เช่นกัน
และที่นี่ก็คือจุดทดสอบแรก ขอเพียงบุกไปจนถึงชั้นที่เก้าได้ จึงจะถือว่าทำการทดสอบระดับต่ำของอาณาจักรลับได้สำเร็จ และหลังจากนั้นก็จะขึ้นไปยังการทดสอบระดับสูงของอาณาจักรลับได้
ซึ่งในตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่าเป็นสถานที่ที่มีมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินอยู่
และสิ่งที่พวกมันเสนอให้ตอบแทนก็คือ การที่ให้มู่เฉียนซีใช้เปลวเพลิงเผาพวกมันให้มอดไหม้ไปอย่างสมบูรณ์
การใช้ชีวิตเป็นเชลยอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้พวกมันสิ้นหวัง ซึ่งความตายเป็นความปรารถนาที่เกินเอื้อมมาโดยตลอด
เมื่อเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซี พวกมันต่างก็รู้สึกโชคดีเป็นอย่างมาก เพราะในที่สุดก็สามารถตายได้เสียที
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารับปากพวกเจ้า!”
เปลวเพลิงได้เผาทำลายสัตว์ร้ายแห่งความตายที่อยู่ชั้นที่หนึ่งไปจนหมดสิ้น หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ก้าวไปยังชั้นที่สอง และสิ่งเดียวที่นางต้องเผชิญก็คือการต่อสู้
ตอนนี้สัตว์ร้ายแห่งความตายเหล่านี้ไม่เป็นภัยคุกคามต่อมู่เฉียนซีอีกแล้ว เพราะสิ่งเดียวที่นางต้องใส่ใจคือการจัดการกับสัตว์ร้ายแห่งความตายในแต่ละชั้น ก่อนที่นางจะใช้พลังแห่งกาลเวลาจนหมดไป ฉะนั้นนางจึงจำเป็นต้องจัดการอย่างรวดเร็ว
การหาประสบการณ์ขั้นแรกในอาณาจักรลับได้สิ้นสุดลงแล้ว และในที่สุดพวกเขาก็ได้แต่นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นเท่านั้น
ในตอนที่พวกเขาออกไป ก็มีคนกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “หายไปคนหนึ่ง! มู่เฉียนซีไม่ได้ออกมา บางทีนางอาจจะตายอยู่ข้างในแล้วก็เป็นได้”
หากเป็นสถานการณ์ทั่วไป คนที่เข้าไปในอาณาจักรลับแล้วไม่ได้ออกมา มีโอกาสถึงแปดส่วนที่ถูกหนูแห่งความตายจัดการไปแล้ว
คนของเมืองอวู่ซวงกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “ฝ่าบาทน้อยของพวกเราจะไม่เป็นอะไรแน่นอน! นางจะต้องทะลวงผ่านการทดสอบขั้นแรกของอาณาจักรลับได้แน่ จากนั้นนางก็จะไปรวมตัวกับฝ่าบาทอวู่ซวงที่การทดสอบระดับสูงของอาณาจักรลับ”
คนของเมืองเสียกล่าวอย่างเห็นด้วยว่า “ใช่แล้ว! ลูกพี่มู่จะต้องไปที่อาณาจักรลับระดับสูงได้อย่างแน่นอน”
ส่วนคนอื่น ๆ กล่าวอย่างดูถูกว่า “ข้าว่าพวกเจ้าพูดจาไร้สาระมากกว่า! ด้วยความสามารถของนางจะขึ้นไปที่ระดับสูงของอาณาจักรลับง่าย ๆ ได้อย่างไร อย่าคิดว่าแค่มีความสามารถเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเคล็ดวิชาลับแล้วจะไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ นางจะต้องตายอยู่ในอาณาจักรลับอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นก็คอยดูแล้วกัน! หากเมื่อถึงเวลานั้นฝ่าบาทน้อยเฉียนซีสามารถออกมาจากอาณาจักรลับได้อย่างปลอดภัยแล้วละก็ พวกเจ้ารอตบปากตัวเองได้เลย!”
ถึงตอนนี้มู่เฉียนซีจะยังไม่ถึงอาณาจักรลับระดับสูง แต่ทว่านางในตอนนี้กำลังทำลายสัตว์ร้ายแห่งความตายไปถึงชั้นที่ห้าของหอคอยต้องห้ามแล้ว
ยิ่งขึ้นไปถึงด้านบนเท่าไร เจ้าพวกนี้ก็ยิ่งจัดการได้ยากมากขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะมาพ่ายแพ้ที่นี่ไม่ได้
ตูมม โครมม!
คราวนี้ ถึงจะเอาชนะสัตว์ร้ายทั้งหมดได้ แต่มันก็ถึงขีดจำกัดของนางแล้วเช่นกัน
ถึงจะมาถึงชั้นที่ห้า แต่นางเกรงว่าน่าจะรับมือได้ยากมาก ซึ่งนางไม่สามารถยืนหยัดได้นานขนาดนั้น
ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงหยุดพักอยู่ที่ชั้นที่ห้า หลังจากนั้นก็มองไปที่สัตว์ร้ายแห่งความตายที่นอนกองอยู่บนพื้นเหล่านั้นพลางกล่าวว่า “นี่ ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยอะไรสักหน่อย”
เจ้าสัตว์ร้ายเหล่านี้ต่างก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง พวกมันจึงกล่าวว่า “มนุษย์ เจ้าต้องการให้ทำอะไรหรือ?”
เดิมทีคิดว่าจะได้กินอาหารแสนอร่อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีมนุษย์ที่โหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์ร้ายอย่างพวกมันอีก
“มันเป็นแค่การทดสอบเท่านั้นแหละ!” มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกยิ้มเล็กน้อย
ความสามารถของนางไม่เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาตัวก่อนอย่างไรล่ะ
พลังแห่งกาลเวลาที่นางสามารถควบคุมได้ช่างสั้นเหลือเกิน หากต้องการผ่านชั้นที่หก เจ็ด แปดและเก้า ดูเหมือนว่าคงทำได้เพียงใช้กลอุบายเท่านั้น
ถึงจะสู้ไม่ได้ นางก็สามารถวางยาพิษได้ นางเป็นถึงหมอปีศาจเชียวนะ!
มู่เฉียนซีเริ่มกลั่นยา หลังจากนั้นเหล่าสัตว์ร้ายแห่งความตายที่พ่ายแพ้ของชั้นที่ห้า แน่นอนว่าต้องกลายเป็นเป้าหมายในการทดสอบยาของนางอยู่แล้ว
ทุกการตอบสนองเล็กน้อยของพวกมันได้ถูกมู่เฉียนซีจดบันทึกเอาไว้ทั้งหมด และหลังจากนั้นก็ทำการปรับปรุงให้ดีขึ้น
และภายในนั้นนางก็ได้เพิ่มสิ่งของที่เป็นอันตรายต่อพลังแห่งความตายมากที่สุด ซึ่งนั้นก็คือใบของหญ้าแห่งชีวิตนั่นเอง
“โอ๊ย ๆ ๆ! ช่างเป็นมนุษย์ที่น่ากลัวเหลือเกิน!” แน่นอนว่าสัตว์ร้ายของชั้นที่ห้านี้น่าสงสารมากที่สุดแล้ว
พวกมันถูกมู่เฉียนซีทุบตียังไม่พอ ยังต้องมาถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษครั้งแล้วครั้งเล่าอีกด้วย
ซึ่งพวกมันในเวลานี้กำลังตัวสั่นเทาไปด้วย และก่นด่ามู่เฉียนซีไปด้วย
“เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์!”
“เจ้าจะเสียสติเกินไปแล้ว”
“เจ้า…”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เลิกเห่าหอนได้แล้ว เอะอะเสียจริง ตอนนี้ข้าจะไปที่ชั้นหกแล้ว!”