ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2729 วิญญาณร้ายอันน่าสะพรึงกลัว
สำหรับพวกเขาแล้ว คำสั่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณนั้นคือทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นองค์รัชทายาท พวกเขาก็ทำได้เพียงให้ความเคารพเล็กน้อยเท่านั้น
ซีเอ๋อร์ชื่นชอบเจ้าสองคนนั้นเป็นอย่างมาก ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องช่วยให้ได้
ด้วยเหตุนี้มู่อวู่ซวงจึงเข้าไปพูดคุยกับคนของหน่วยจุนถังด้วยตนเอง เขากล่าวว่า “ข้าจำเป็นต้องไปเพื่อพาคนออกมาสองสามคน พวกเจ้าจะถอยไปหรือไม่?”
“หากไม่มีคำสั่งขององค์จักรพรรดิ พวกเราก็ไม่สามารถถอยได้พ่ะย่ะค่ะ! ฝ่าบาทอวู่ซวง ท่านจัดการเจ้าไร้ประโยชน์ทั้งสองตัวนั้นแล้วกลับไปที่เมืองอวู่ซวง และรักษาตำแหน่งองค์รัชทายาทของท่านต่อไปเถิด! ที่นี่หน่วยจุนถังอย่างพวกข้าสามารถจัดการได้พ่ะย่ะค่ะ”
“สิ่งที่ไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือ! พวกเจ้าบอกว่าใครเป็นสิ่งไร้ประโยชน์! แต่คนของหน่วยจุนถังติดเชื้อเร็วกว่าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของข้าเสียอีก เจ้ากล้าพูดว่าพวกเขาคือสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เช่นนั้นยอดฝีมือหน่วยจุนถังเหล่านั้นของพวกเจ้า เกรงว่าจะเป็นสิ่งไร้ประโยชน์กันทั้งหมดเลยสินะ!”
นอกจากคนเหล่านี้จะขัดขวางแล้ว ยังทำให้มังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อยต้องอับอายอีกด้วย ซึ่งตอนนี้มู่เฉียนซีก็ถูกพวกเขาทำให้โกรธเคืองเสียแล้ว นางไม่ชอบพฤติกรรมที่ดูหยิ่งยโสของคนของหน่วยจุนถังเหล่านี้จริง ๆ
“บังอาจนัก!” แม้ว่าคนจากเมืองอื่นจะหวาดกลัวฝ่าบาทอวู่ซวง และหวาดกลัวฝ่าบาทน้อยเฉียนซีผู้นี้ แต่คนของหน่วยจุนถังไม่ได้เป็นเหมือนอย่างพวกเขา
สาวน้อยที่ไม่ได้มีสายเลือดของราชวงค์ผู้นี้ กล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าพวกเขาได้อย่างไรกัน
พวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เด็ก ๆ! เชิญฝ่าบาทอวู่ซวงและฝ่าบาทน้อยเฉียนซีกลับเมืองอวู่ซวงเสีย ที่นี่ไม่มีเหตุผลที่จะให้ผู้ที่มีฐานะสูงส่งอย่างพวกเขาออกโรงหรอก”
พวกเขาต้องการบีบบังคับให้มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงกลับไป ซึ่งมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ไม่มีทางเสียหรอก เหตุใดข้าจะต้องเชื่อฟังพวกเจ้าด้วย!”
ฟิ้ววว!
ทันใดนั้นเข็มยาที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีก็บินออกไป
นางไม่คิดจะพูดเรื่องไร้สาระกับพวกเขาอีกแล้ว ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมถอย เช่นนั้นก็จัดการเจ้าพวกสุนัขรับใช้เหล่านี้ไปเลยก็แล้วกัน!
การลอบโจมตีของมู่เฉียนซีทำให้พวกเขาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก พวกเขากล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี โปรดให้ความร่วมมือด้วย!”
“ให้ความร่วมมือ! ความร่วมมืออะไร” แววตาของนิรันดร์ฉายแววอันตรายออกมา
แกรก!
เขาบีบมือของคนที่ต้องการจะคว้ามู่เฉียนซีเอาไว้โดยตรง
“อ๊ากกก!” และชายผู้นั้นก็กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
ที่คนเหล่านี้กล้าทำเช่นนี้ก็ทำให้มู่อวู่ซวงโกรธมากเช่นกัน
เขากล่าวว่า “เกรงว่าคนของหน่วยจุนถังอย่างพวกเจ้าจะไม่สามารถควบคุมข้าได้! ในเมื่อข้าบอกแล้วว่าจะไม่ไป เช่นนั้นก็จะไม่ไปจากที่นี่แน่นอน!”
ปัง ปัง ปัง!
และพวกเขาก็ต่อสู้กับคนของหน่วยจุนถังขึ้นมาทันที
ความสามารถของหน่วยจุนถังนี้ไม่ได้อ่อนแอเลย ซึ่งพวกเขาก็ต่อสู้กันมาสักพักหนึ่งแล้ว
พรวด พรวด พรวด!
ความสามารถของมู่อวู่ซวงแข็งแกร่งขึ้น บวกกับทางฝ่ายพวกเขามีทั้งมังกรวารีและนิรันดร์อยู่ด้วย
แม้ว่าพวกเขาจะเสียเปรียบทางด้านจำนวนคน แต่คนของหน่วยจุนถังเหล่านี้ก็ถูกจัดการอย่างน่าสังเวชมากอยู่ดี
พวกเขาทั้งสามคนแข็งแกร่งเกินไป ไม่ต้องพูดถึงผู้แข็งแกร่งลึกลับทั้งสองคนนั้นเลย แต่พูดถึงฝ่าบาทอวู่ซวง เขาเพิ่งจะได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาได้ไม่นานเลยมิใช่หรือ
แม้ว่าตอนนี้จะกลายเป็นราชันย์วิญญาณระดับเจ็ด แต่มันก็น่าเหลือเชื่อเกินไปอยู่ดี!
และถึงจะเป็นราชันย์วิญญาณระดับเจ็ด แต่ราชันย์วิญญาณระดับแปดระดับเก้าทั่วไปก็ไม่อาจจัดการเขาได้ เพราะเขาสามารถควบคุมความลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้ ช่างแข็งแกร่งมากจริง ๆ!
มู่เฉียนซีอยู่ภายใต้การคุ้มครองของพวกเขาทั้งสามคน และแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เกาะป้องกันใด ๆ แต่เจ้าพวกนี้ก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้อยู่ดี
ในตอนที่คนเหล่านั้นทำอะไรไม่ได้ เข็มยาในมือของมู่เฉียนซีก็บินออกไป หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรีดร้องอันน่าสังเวชยิ่งก็ดังออกมา
“อ๊ากกกก!”
“บัดซบ นี่มันพิษ! ข้าโดนยาพิษแล้ว!”
คนที่ถูกบีบให้ต้องพ่ายแพ้คนนั้นจ้องเขม็งไปที่มู่เฉียนซี ราวกับทนที่จะฉีกมู่เฉียนซีออกเป็นชิ้น ๆ ไม่ไหวอยู่แล้ว
ภายในแววตาของมู่อวู่ซวงฉายแววอันตรายออกมา พลางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “คนของหน่วยจุนถังอย่างพวกเจ้าช่างกล้าหาญมากจริง ๆ!”
เขาในตอนนี้มองพวกเขาด้วยเจตนาฆ่า คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะกล้ามีความคิดที่อยากจะฆ่าซีเอ๋อร์เช่นนี้
“นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่” ทันใดนั้นก็มีเสียงที่แข็งแกร่งเสียงหนึ่งดังขึ้น และองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณโยวเยี่ยจุนก็ได้มาถึงแล้ว
โยวเยี่ยจุนจ้องมองไปยังลูกน้องแต่ละคนที่มีสีหน้าซีดเซียว ซึ่งพวกเขาก็น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง
อีกฝ่ายมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าหน่วยจุนถังของเขาจะไร้ประโยชน์เช่นนี้
“กระหม่อม ถวายบังคมองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ!” หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายหยุดมือ คนของหน่วยจุนถังก็รีบแสดงความเคารพทันที
คนของหน่วยจุนถังอธิบายสถานการณ์ทั้งหมด และนอกจากนี้ยังผลักบางเรื่องให้กับมู่อวู่ซวงอีกด้วย
ทั้งหมดเป็นเพราะมู่อวู่ซวงไม่ให้ความร่วมมือพวกเขาจึงต่อสู้กันขึ้นมา และแม่สาวน้อยมู่เฉียนซีนั้นก็หยิ่งผยองมากอีกด้วย
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่อวู่ซวงได้รับสืบทอดมรดกไปไม่นาน ก็จะสามารถยกระดับความสามารถของตนเองมาจนถึงขนาดนี้ได้ ไม่เลว! ไม่เลวเลยจริง ๆ!”
โยวเยี่ยจุนมีความพึงพอใจในความสามารถของมู่อวู่ซวงเป็นอย่างมาก ซึ่งหัวใจของหน่วยจุนถังก็กระตุกวูบขึ้นทันที
องค์จักรพรรดิให้ความสำคัญต่อฝ่าบาทอวู่ซวงเหนือกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก อย่างที่รู้ว่าก่อนหน้านี้แม้แต่องค์รัชทายาทจี๋ ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่พิเศษเช่นนี้มาก่อนเลย
ก่อนหน้านี้หากหน่วยจุนถังอย่างพวกเขาเกิดความขัดแย้งอะไรก็ตามกับองค์รัชทายาทจี๋ องค์จักรพรรดิก็จะทรงมีความยุติธรรมเสมอ
แต่ท่าทางขององค์จักรพรรดิในตอนนี้ ทำให้พวกเขาไม่แน่ใจเอาเสียเลย!
และเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โยวเยี่ยจุนกล่าวขึ้นมาว่า “คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะบังอาจทำให้องค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณต้องขุ่นเคืองใจ นอกจากนี้ยังกล้าลงมือกับเขาอีก พวกเจ้าจงไปรับโทษด้วยตนเองเสียเถอะ!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” แน่นอนว่าเหล่าคนของหน่วยจุนถังจะต้องน้อมรับคำสั่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอยู่แล้ว หากเป็นคำพูดขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ พวกเขาก็จำเป็นต้องเชื่อฟัง แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณลำเอียงให้กับองค์รัชทายาทอวู่ซวงก็ตาม
ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็ได้รู้แล้วว่า องค์รัชทายาทอวู่ซวงแตกต่างจากอดีตองค์รัชทายาทจี๋อย่างสิ้นเชิง
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ข้าสังเกตเห็นถึงความผิดปกติได้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ข้าจึงไม่ให้เจ้ามาที่นี่ แต่เพราะเจ้ายังเด็กมากนัก ฉะนั้นเป็นเรื่องปกติมากที่เจ้าจะดื้อรั้น และไม่ฟังคำแนะนำของข้าซึ่งข้าพอเข้าใจได้ ทว่าตอนนี้ข้าสามารถพูดถึงผลลัพธ์อันร้ายแรงที่จะตามมาของเรื่องนี้ได้แล้วสินะ”
โยวเยี่ยจุนรู้สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นกับประตูภูตวิญญาณสวรรค์ว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่อย่างชัดเจนแล้ว และเขาก็บอกเรื่องนี้กับมู่อวู่ซวงเช่นกัน
“ความอาฆาตแค้น ความอาฆาตแค้นของเผ่าว่านจันทรกานต์อย่างนั้นหรือ คิดไม่ถึงเลยว่าผลที่ตามมาจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้” มู่อวู่ซวงตะลึงงันไปทันที
“หากเป็นเพียงความอาฆาตแค้นที่เผ่าของพวกเขาถูกทำลาย ก็คงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่เป็นเพราะถูกวิญญาณร้ายที่แข็งแกร่งตนหนึ่งใช้ประโยชน์ ดังนั้นวิกฤติในครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงประตูภูตวิญญาณสวรรค์เท่านั้น มันมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะโหมกระหน่ำไปทั่วทั้งแดนวิญญาณ จนทำให้แดนวิญญาณไม่มีความสงบสุข ฉะนั้นข้าจึงจำเป็นที่จะต้องผนึกประตูภูตวิญญาณสวรรค์แห่งนี้เสีย เพื่อหยุดสถานการณ์ที่ร้ายแรงนี้เอาไว้! ซึ่งตอนนี้ไม่อาจปล่อยให้ใครเข้าไป และนำพลังของความอาฆาตแค้นนั้นออกมาได้”
วิญญาณร้ายนั้น เป็นการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่พิเศษมากในแดนวิญญาณ
มันเป็นสิ่งที่หลายแสนปีจะปรากฏออกมาสักครั้งหนึ่ง และทุกครั้งที่มันปรากฏออกมาก็จะนำการนองเลือดมาสู่แดนวิญญาณอีกด้วย
การดำรงอยู่ของสิ่งที่ไม่มีรูปแบบใด ๆ เช่นนี้ รับมือได้ยากยิ่งนัก และทุกครั้งที่ปรากฏออกมาก็มักจะนำพาภัยพิบัติมาสู่แดนวิญญาณอยู่เสมอ
โยวเยี่ยจุนกล่าวอย่างโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่งว่า “นี่คือความไม่ยุติธรรมของสวรรค์ ดังนั้นจึงได้สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายล้างแดนวิญญาณของพวกเรา ทั้งยังอยากให้แดนวิญญาณของพวกเราถูกทำลายจนทนไม่ไหวอีกด้วย”
ในบรรดาทั้งสามดินแดน แดนปีศาจนั้นแข็งแกร่งที่สุด ส่วนแดนภูตถือได้ว่าสงบสุขที่สุด นี่ไม่ได้เป็นเหมือนการเลือกว่าแดนวิญญาณเป็นดินแดนที่อ่อนแอที่สุดหรอกหรือ
แม้ว่ามู่อวู่ซวงจะไม่ชอบองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แต่คำพูดนี้ของเขานั้นไม่ผิดเลยจริง ๆ
พูดได้ง่าย ๆ ว่า ความอาฆาตแค้นเช่นนี้ทั้งแปลกประหลาดและแข็งแกร่งซึ่งทำให้ยากที่จะบดขยี้เจ้าสิ่งนี้ได้ และนี่ก็คือสิ่งที่สวรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทำลายแดนวิญญาณ
แน่นอนว่า แดนวิญญาณเองก็มีเหตุผลบางอย่างเช่นกัน
เมื่อได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความอาฆาตแค้นต่อชะตากรรมอันน่าสังเวชของผู้คน ที่ได้สะสมทีละน้อยมานานนับหลายแสนปี ก็กลายเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมา
“ข้าได้เตรียมตัวสำหรับผนึกเอาไว้แล้ว ที่นี่ไม่จำเป็นต้องให้อวู่ซวงลงมือ เจ้ากลับไปฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งที่เมืองอวู่ซวงเสียเถอะ! สถานที่แห่งนั้นอยู่ไกลจากประตูภูตวิญญาณสวรรค์มาก แม้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น เจ้าก็น่าจะยังพอมีเวลาหาทางรับมือได้บ้าง!” โยวเยี่ยจุนกล่าว
.
.