ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2806 การแต่งงานระหว่างสองเผ่า
จูเชว่กล่าวว่า “อยากเจอข้า เช่นนั้นก็ให้เขามาเจอ”
เมื่อทูตเข้ามาห้องโถงใหญ่ เขาก็เริ่มกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดผู้นำเผ่าฉื้อเหยียน ในตอนนี้นางได้เป็นแขกของเผ่าหมาป่าของพวกเรา และหลังจากนี้สามวัน ผู้นำเผ่าของพวกเราก็จะแต่งงานกับผู้นำเผ่าฉื้อเม่ย ซึ่งในฐานะที่ผู้นำเผ่าฉื้อเหยียนเป็นลูกชายแท้ ๆ ของนาง ก็ควรที่จะเดินทางไปเผ่าหมาป่าเพื่ออวยพรนางด้วยตนเองขอรับ”
ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา มันก็ได้ดึงดูดให้คนของเผ่าจิ้งจอกที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้โกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“ผู้นำเผ่าหมาป่าจะบังอาจเกินไปแล้ว!”
“น่ารังเกียจนัก! เขาคิดที่จะบีบให้ผู้นำเผ่าของพวกเราแต่งงานกับเขา”
“สารเลวนัก!”
“ทุกท่านอย่าเพิ่งตื่นเต้นจนเกินไป ผู้นำเผ่าของพวกเราต้องการที่จะแต่งงานกับผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยและให้นางเป็นนายหญิงของเผ่าพวกเราด้วยความจริงใจ จากนี้ไปเผ่าหมาป่าของพวกเราและเผ่าจิ้งจอกก็จะสามารถอยู่กันได้อย่างสันติ โดยที่ไม่ต้องต่อสู้กันอีก เป็นเช่นนี้ไม่ดีอย่างนั้นหรือ” ทูตผู้นั้นกล่าวด้วยความใจเย็น
เจ้าหมอนี่สามารถพูดประโยคเหล่านี้ออกมาได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เขาช่างเป็นคนที่มีความสามารถจริง ๆ มิแปลกใจเลยว่าทำไมเผ่าหมาป่าจึงส่งเขามาเช่นนี้
“นี่คือบัตรเชิญ ท่านผู้นำเผ่าฉื้อเหยียนโปรดรับเอาไว้ด้วย ข้าต้องขอตัวก่อน” เมื่อทำงานเสร็จสิ้น แน่นอนว่าเขาเตรียมที่จะจากไปทันที
“รอเดี๋ยว!” จูเชว่กล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าปล่อยให้เจ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ในระหว่างสงครามของทั้งสองเผ่า ห้ามฆ่าทูต กฎข้อนี้ท่านผู้นำเผ่าฉื้อเหยียนไม่รู้อย่างนั้นหรือ” ทูตผู้นั้นเลิกคิ้วกล่าว
“ข้าก็ไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ เจ้าเองก็รู้ ข้าเพิ่งจะเป็นผู้นำเผ่ามาได้ไม่นาน นอกจากนี้ข้าก็เป็นผู้นำเผ่าอย่างไม่เป็นทางการอะไร และเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น! เหมยเจี้ยน จับเขาเอาไว้!” เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ทำตามกฎเกณฑ์อะไรอยู่แล้ว
“เจ้า…พวกเจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ ตอนนี้เผ่าหมาป่ากับเผ่าจิ้งจอกกำลังจะแต่งงานและกลายเป็นญาติกันอยู่แล้ว” ทูตกล่าวอย่างโกรธเคือง
“ยังไม่ต้องฆ่าเขา พาเขาไปขังไว้ในคุกใต้ดินซะ”
“ขอรับ ท่านผู้นำเผ่า!”
เห็นได้ชัดว่าการที่เผ่าหมาป่านำข่าวนี้มาแจ้งต้องมีเจตนาที่ไม่ดีแน่นอนอยู่แล้ว
“ท่านผู้นำเผ่า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการให้ท่านไปติดกับดักที่เผ่าหมาป่าด้วยตนเองแน่นอน ข้าน้อยคิดว่า ส่งข้าไปยังเผ่าหมาป่าอย่างลับ ๆ เพื่อไปช่วยท่านผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยเถิดขอรับ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เคยส่งไป แต่ทุกคนต่างก็ไม่ได้กลับมาเลยสักคน หากยังส่งไปอีก มีแต่จะทำให้สูญเสียกำลังคนของเผ่าจิ้งจอกของพวกเราต่อไปเท่านั้น! แน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องวางกับดักศัตรูเอาไว้อยู่แล้ว” จูเชว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ที่นี่คือเผ่าจิ้งจอก ไม่ใช่แดนซวนเทียน
ตอนที่เขาอยู่แดนซวนเทียนมีเครือข่ายข้อมูลที่สมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง และหากต้องการจะช่วยใครเขาก็มีแผนการอยู่นับไม่ถ้วน
แต่ทว่าที่นี่คือแดนภูตที่เขาไม่คุ้นเคย เขามีข้อมูลที่ควบคุมได้น้อยเกินไป และข้อมูลของทางฝ่ายเผ่าหมาป่าเรียกว่าเท่ากับศูนย์เลยก็ว่าได้
ฉะนั้นหากต้องการจะช่วยคน จึงเป็นเรื่องที่ยากเกินไป!
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “ท่านผู้นำเผ่าโปรดสั่งให้เหมยเจี้ยนไปช่วยท่านผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยเถิดเจ้าค่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายวางกับดักศัตรูเอาไว้แล้ว แน่นอนว่าท่านจะไปที่นั่นด้วยตนเองไม่ได้เด็ดขาด”
“ผู้นำเผ่าหมาป่าต้องการที่จะแต่งงานกับท่านแม่ของข้า แต่กลับไม่ถามความยินยอมจากข้าเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นครั้งนี้พวกเจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ข้าจะไปเอง” และจูเชว่ก็ได้ตัดสินใจแล้ว
“ท่านผู้นำเผ่า!” สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก
“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าตัดสินใจไปแล้ว! พวกเจ้าทำให้ข้ากลายเป็นคนปัญญาอ่อน คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะไม่ยอมฟังคำสั่งของข้าด้วย หากข้าไม่ไปแล้วละก็ เกรงว่าผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยของพวกเจ้าคงได้น้อยใจเป็นแน่ และข้าก็ไม่อยากได้พ่อเลี้ยงที่น่าขยะแขยงเช่นนั้นด้วย!”
พวกเขาจนปัญญาแล้วจริง ๆ!
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี เจ้าคงไม่คิดว่าข้าหุนหันพลันแล่นเกินไปใช่หรือไม่?”
“ไม่หุนหันพลันแล่นหรอก ข้าเองก็อยากไปที่เผ่าหมาป่าเช่นกัน” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ผู้นำเผ่าหมาป่าจับตัวผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยไป และผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยก็เป็นเพียงคนเดียวในเผ่าจิ้งจอกที่รู้ตำแหน่งของแผนที่ ฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องช่วยนางกลับมาให้ได้
“สถานการณ์ของเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้อเป็นอย่างไรบ้าง” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
แม้ว่าจอมราชาภูตจะไม่สามารถเข้าร่วมสงครามได้ แต่สามารถให้ยืมคนของเขาเพื่อส่งข้อมูลได้
“ทั้งสองเผ่ากับเผ่าหมาป่าในเวลานี้ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน เพราะมีความช่วยเหลือจากเผ่าโลหิตและเผ่าอสรพิษ พวกเขาจึงไม่ได้ต่อสู้แบบเผชิญหน้าจนสร้างความเสียหายมากนัก แต่เป็นการต่อสู้แบบแอบลอบโจมตีเป็นระยะ เพื่อทำให้ทั้งสองเผ่าเกิดความยากลำบาก” อีกฝ่ายกล่าวรายงาน
“ที่พวกเขาไม่ได้เข้ายึดโดยตรง เป็นเพราะต้องการจะยึดครองเผ่าจิ้งจอกอย่างสมบูรณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากันอย่างนั้นหรือ”
ความสามารถของเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้ออ่อนแอกว่าเผ่าจิ้งจอกมากนัก และเหตุผลที่กลายเป็นหนึ่งในเผ่าหลักทั้งสิบสอง ก็เป็นเพราะว่าทั้งสองเผ่านี้ยังมีความสามารถที่พิเศษบางอย่างอยู่
พวกเขาไม่เชี่ยวชาญในการยึดเผ่าอื่น และในสถานการณ์ปกติ แค่ปกป้องตนเองได้ก็เพียงพอแล้ว
“ดูเหมือนว่าการต่อสู้ระหว่างเผ่าจิ้งจอกกับเผ่าหมาป่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นเราจำเป็นต้องไปงานแต่งนี้ เผ่าจิ้งจอกถูกโจมตีมาครั้งหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าต้องบุกไปให้ถึงที่อยู่แล้ว”
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “ท่านมู่ แต่ว่ากำลังคนของเผ่าจิ้งจอกมีไม่พอนะเจ้าคะ”
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ นอกจากท่านผู้นำเผ่าจะถูกจับไปแล้ว คนของเผ่าจิ้งจอกก็บาดเจ็บล้มตายจนมีพลังในการต่อสู้แค่ธรรมดาเท่านั้น
แม้ว่าหลังจากนั้นจะมียาเพียงพอที่จะทำให้ฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่สามารถอุดช่องว่างเหล่านั้นได้อยู่ดี
“ข้าได้ให้คนไปย้ายกำลังคนมาแล้ว คิดว่าหอหมอปีศาจของข้าอ่อนแอจริง ๆ หรือ”
ในแดนภูตแม้ว่าจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงสงครามได้ แต่พวกเขากลับวางแผนมาโจมตีสหายของนาง ดังนั้นนางจึงไม่รังเกียจที่จะเรียกกำลังเสริมมารังแกเจ้าพวกเผ่าภูตนี่สักหน่อย
หลังจากที่มีแดนนรกเป็นรากฐาน และมีเมืองหนามโลหิตเป็นสำนักงานใหญ่แล้ว หอหมอปีศาจของนางก็ได้พัฒนาไปยังดินแดนต่าง ๆ มากมาย
แม้ว่ากิจการหลักของหอหมอปีศาจจะเป็นการขายยาลูกกลอน แต่พลังในการต่อสู้ของคนจากหอหมอปีศาจก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน
หลังจากที่กำลังเสริมของหอหมอปีศาจมาถึงแล้ว แต่ละคนล้วนไม่ได้มีกลิ่นอายที่อ่อนแอ ซึ่งนี่ก็ทำให้คนของเผ่าจิ้งจอกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
“หากว่าไม่พอ ข้าสามารถไปที่แดนวิญญาณเพื่อเอากำลังเสริมมาอีกได้!” มู่เฉียนซีกล่าว
มุมปากของเหมยเจี้ยนกระตุกขึ้นเล็กน้อย และนางก็นึกถึงคำพูดที่ท่านมู่เคยพูดมาก่อนหน้านี้
ว่านางเป็นคนที่ท่านผู้นำเผ่าไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้ ซึ่งนางก็ไม่ได้พูดไร้สาระจริง ๆ
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “น่าจะพอแล้วเจ้าค่ะ”
เนื่องจากเผ่าภูตไม่ชอบมนุษย์ และน้อยมากที่มนุษย์จะให้การช่วยเหลือในสงครามใหญ่ของเผ่าภูตต่าง ๆ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมนุษย์ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในสงครามที่วุ่นวายของเผ่าภูตนั่นเอง
ตอนนี้เผ่าจิ้งจอกตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากผู้นำเผ่าของพวกเขาถูกจับตัวไป นอกจากนี้ยังบังคับให้แต่งงานอีก ซึ่งมันก็สร้างความโกรธแค้นให้กับเผ่าจิ้งจอกเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าพวกเขาจะมีอคติต่อมนุษย์อยู่บ้าง แต่พวกเขาก็รู้สึกยินดีมากที่ผู้นำเผ่าของพวกเขาสามารถหาผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้
ทูตผู้นั้น ได้ถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษ และปล่อยออกมา
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก และเขาก็รู้ว่าเผ่าจิ้งจอกต้องไม่กล้าฆ่าเขาอย่างแน่นอน
จูเชว่ถือบัตรเชิญนั้นเอาไว้พลางกล่าวว่า “บอกผู้นำเผ่าของพวกเจ้าด้วยว่า ในวันแต่งงานของเขา ข้าจะต้องไปร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเองอย่างแน่นอน และข้าจะนำของขวัญชิ้นใหญ่ไปมอบให้ด้วย”
“นี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว!” ทูตผู้นั้นกล่าวพลางคลี่ยิ้มจนตาหยี
“เจ้ายังจะยืนอยู่ที่นี่ทำไมล่ะ รีบไสหัวไปได้แล้ว เจ้าไม่รู้สึกว่าตัวเจ้ามันขวางหูขวางตามากอย่างนั้นหรือ” จูเชว่กล่าวด้วยความรังเกียจ
เขารีบออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปแจ้งข่าวนี้กับผู้นำเผ่าของเขา หลังจากนั้นเขาก็กลับมาถึงเผ่าหมาป่าอย่างรวดเร็ว
“เม่ยเอ๋อร์ ทางเผ่าจิ้งจอกส่งข่าวมาแล้ว เจ้าอยากรู้หรือไม่?”
“อย่ามาเรียกข้าแบบนี้ น่ารังเกียจนัก!” หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย็นชามองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความรังเกียจ
ถึงความจริงแล้วผู้นำเผ่าหมาป่าจะไม่ได้ขี้เหร่ และเขาก็เป็นเผ่าหมาป่าที่มีสายเลือดแข็งแกร่ง แต่เมื่อยืนอยู่กับผู้นำเผ่าฉื้อเม่ย เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผู้นำเผ่าหมาป่ากลับไม่สนใจเลย เขากล่าวต่อว่า “ลูกชายของเจ้ากลับมาแล้ว และยังพาผู้ช่วยมาอีกด้วย ซึ่งเขาก็ได้จัดการลูกศิษย์ผู้นั้นของเจ้า พร้อมกับแย่งตําแหน่งผู้นำเผ่ากลับมาได้สำเร็จ เมื่อเขาได้ยินว่าข้ากำลังจะแต่งงานกับเจ้า เขาก็ดีใจมาก นอกจากนี้ยังพูดว่าเมื่อถึงเวลาเขาจะมาที่เผ่าหมาป่าเพื่ออวยพรเราสองคนด้วยตัวเองอีกด้วย!”
“แม้แต่ลูกชายของเจ้าก็ยังเห็นด้วยกับการแต่งงานของพวกเรา เม่ยเอ๋อร์เจ้าอย่าไม่เต็มใจอยู่เลย ข้าเป็นถึงผู้นำเผ่าหมาป่า เทียบกับมนุษย์ที่ไม่รู้ว่าตายไปเมื่อไรผู้นั้นไม่ได้ตรงไหนกัน นอกจากนี้หากพวกเราอยู่ด้วยกัน เผ่าจิ้งจอกและเผ่าหมาป่าก็จะไม่มีสงครามอีกต่อไป นี่เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากเลยมิใช่หรือ!”
.
.