ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2860 มาแก้แค้น
แต่เขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันยังไม่สิ้นสุด
“แปะ แปะ แปะ!” ชายที่สวมชุดเกราะสงครามสีเงินคนหนึ่ง ปรบมือเบา ๆ พลางเดินออกมาอย่างช้า ๆ
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เห็นหนึ่งในเจ้าเมืองของเมืองหลักทั้งเจ็ดอย่างเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่งแห่งแดนปีศาจแสดงพลังอันน่าเกรงขามเช่นนี้ออกมา ช่างเป็นโชคดีของข้าจริง ๆ”
เอ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เจ้าถือได้ว่าเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของเผ่าเทพ แต่กลับแอบวิ่งแจ้นมาตายถึงแดนปีศาจของข้า เจ้าไม่รู้สึกว่ามันเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไปหรือ”
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่งจะรู้จักข้าด้วย นี่ช่างเป็นเกียรติสำหรับข้าจริง ๆ”
“พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย กำจัดเจ้า! แล้วทำให้เห็นชัด ๆ ไปเลยว่าใครกันแน่ที่คอยปลุกปั่นแดนปีศาจของพวกข้า” จากนั้นเอ้าก็ลงมือโจมตีโดยตรง
“เจ้าสามารถลองเดาดูได้นะ! ในบรรดาเจ้าเมืองทั้งหกคนของชั้นที่หนึ่ง และเจ้าเมืองหลักทั้งสามของชั้นที่สอง เจ้าคิดว่าใครจะเป็นคนนั้นกันล่ะ” รอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้าของชายในชุดเกราะสีเงิน
“ไม่ใช่ใครทั้งนั้น!” เอ้ากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“นอกจากพวกเขาแล้ว จะมีใครที่มีความสามารถเช่นนี้อีกล่ะ ปล่อยให้แดนปีศาจในชั้นที่หนึ่งของพวกเจ้าเกิดความวุ่นวาย และสามารถทำให้นายเหนือหัวของพวกเราร่วมมือได้ แม้ว่าเจ้าจะไม่สงสัยเจ้าเมืองหลักคนอื่น ๆ ทั้งหกของชั้นนี้ แล้วทั้งสามคนของชั้นที่สองล่ะ บางทีพวกเขาอาจจะอยากผูกขาดทั้งชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของแดนปีศาจเลยก็เป็นได้”
“อย่าพูดไร้สาระให้มากเกินไปหน่อยเลย!” เอ้ากล่าวอย่างรังเกียจ
ครืนนนน!
พลังปีศาจระเบิดออกมาอย่างป่าเถื่อน ครั้งนี้คู่ต่อสู้คือเผ่าเทพถือว่าได้เปรียบมากที่สุดแล้ว
นอกจากเขาแล้ว คนของฝ่ายตรงข้ามแต่ละคนล้วนแข็งแกร่งกว่าคนของเขามาก ซึ่งคราวนี้มันก็ทำให้เผ่าเทพมีความแข็งแกร่งพอที่จะจัดการเผ่าปีศาจของพวกเขาได้พอดี
มันเป็นเรื่องปกติที่เผ่าเทพจะทำเช่นนี้ องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแห่งแดนวิญญาณกลับมาแล้ว และเนื่องจากแดนภูตมีจักรพรรดิภูตคนใหม่จึงอยู่เหนือการควบคุมของพวกเขา
และหากไม่โค่นล้มแดนปีศาจ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับทั้งสามดินแดนเหมือนก่อนหน้านี้ได้อีกต่อไป
และที่สำคัญที่สุดก็คืออ๋องแห่งแดนนรก ที่ตอนนี้ยึดครองดินแดนไปได้มากมายแล้วนั่นเอง
ชายในชุดเกราะสีเงินกล่าวว่า “เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง การที่เจ้ามาที่นี่ มันก็ได้กำหนดให้เจ้าต้องพ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชแล้ว! จากนี้ไป ข้ามีของขวัญจะมอบให้เจ้า”
ตูมมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา และของขวัญชิ้นนี้ก็คือการที่เผ่าเทพทั้งหมดเหล่านั้นระเบิดตนเองนั่นเอง
แม้แต่เผ่าเทพที่มีชื่อเสียง ก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าเมืองทั้งเจ็ดได้ ฉะนั้นพวกเขาจึงคิดจะใช้แผนสกปรกมาตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง
“เจ้าเมือง!”
“อ๊ากกก!”
“ท่านเจ้าเมือง รีบหลบเร็วเข้า!”
การที่ยอดฝีมือของเผ่าเทพจำนวนมากระเบิดตนเอง ได้ทำให้คนของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
“ด้วยจิตวิญญาณแห่งข้า จงเปิดใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพ จองจำ” ทันใดนั้นหอกสีเงินก็พุ่งทะยานเข้ามา
ฉึก!
หอกที่พุ่งเข้ามาได้ทะลุหน้าอกของเอ้า และมันก็ได้ผนึกพลังปีศาจของเอ้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน
“เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง จงจำชื่อของข้าเอาไว้ ข้าคือเสี่ยวเฉีย นักรบแห่งเผ่าเทพผู้ที่ทำให้เจ้าที่หยิ่งผยองที่สุดในแดนปีศาจต้องตกหลุมพลาง” เสี่ยวเฉียกล่าวหลังจากที่ดำเนินการสำเร็จ
“คนอย่างเจ้า อยากให้ข้าจดจำเจ้าเอาไว้หรือ ฝันไปเถอะ! เจ้าเมืองอย่างข้ารังเกียจที่จะจดจำตัวละครเล็ก ๆ เช่นเจ้า ไปตายซะเถอะ!” เขาคว้าหอกยาวที่แทงทะลุหน้าอกของเขาเอาไว้ จากนั้นก็กลายเป็นร่างปีศาจที่บริสุทธิ์ และจับเจ้านั่นโยนออกไปทันที
ตึงง!
ชายผู้นั้นทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่เมื่อกระแทกลงบนพื้น
ปัง! ปัง ปัง!
ทันใดนั้น เขาก็ได้รับหมัดของเอ้าอย่างต่อเนื่อง
หมัดแล้วหมัดเล่าที่โจมตีลงไป ทำให้อวัยวะภายในทั้งหมดของเขาแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยง ๆ
“ถึงผู้หญิงคนนั้นจะไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังสามารถเอาชนะข้าได้ เจ้าเลยคิดว่าเมื่อผนึกพลังปีศาจของข้าแล้ว ข้าจะถูกเจ้าฆ่าได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” แม้ว่าร่างกายจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังคงหยิ่งผยองมากอยู่ดี
พรวดด!
และเสี่ยวเฉียก็กระอักเลือดออกมา
การใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพชิ้นนั้น ได้ผลาญพลังเขาไปอย่างน้อยเก้าส่วนเลยทีเดียว
เดิมทีคิดว่าเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งผู้นี้จะไม่มีแรงโต้กลับแน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีความอดทนมากถึงเพียงนี้
ตูมม!
แน่นอนว่าเสี่ยวเฉียไม่สามารถปล่อยให้เจ้าหมอนี่ทุบตีเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงพยายามรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่น้อยนิด และพุ่งพลังโจมตีไปที่เอ้าในทันที
“เจ้าเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง ข้าไม่ได้ต้องการจะปลิดชีพเจ้า อย่างไรเสียแม้ว่าจะฆ่าเจ้าเมืองของเมืองหนึ่งได้ ก็ไม่สามารถควบคุมชั้นที่หนึ่งของแดนปีศาจได้อยู่ดี! ในเมื่อแค่ผนึกพลังปีศาจของเจ้ามันยังไม่พอ เช่นนั้นก็ทำให้เจ้าพิการไปด้วยดีหรือไม่ ขาทั้งสองข้างและแขนทั้งสองข้าง ไม่จำเป็นต้องมีมันอีกแล้ว” เสี่ยวเฉียกล่าวอย่างโหดเหี้ยม
เอ้าจ้องมองไปที่พวกเขาอย่างใจเย็น พลางกล่าวว่า “ทำลายข้าหรือ พวกเจ้าไม่มีทางทำได้สำเร็จหรอก!”
“นั่นมันก็ไม่แน่หรอก!”
เลือดสดสาดกระเซ็นออกมา ในขณะที่เจ็บปวด เอ้าไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย
เจ็บ! แน่นอนว่าต้องเจ็บอยู่แล้ว!
เนื่องจากพลังปีศาจถูกผนึกเอาไว้ พลังศักดิ์สิทธิ์จึงไหลทะลักเข้ามาในร่างกายของเขา ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับว่าเนื้อทุกส่วนของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ก็มิปาน
แต่ทว่าต่อหน้าศัตรู เขาไม่มีทางเผยท่าทางที่อ่อนแอใด ๆ ออกมาอยู่แล้ว
“ช่างน่าสงสารจริง ๆ ยืนขึ้นมาไม่ไหวแล้วหรือ” เสี่ยวเฉียกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ฟิ้วว!
และในเวลานี้เอง ก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
สายลมกรรโชกแรง ทันใดนั้นสัตว์พาหนะบินได้ตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านมา และบนร่างของสัตว์พาหนะบินได้ตัวนี้ก็มีสาวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่
สิ่งที่โจมตีเขาคือเข็มเล็กละเอียดเล่มหนึ่ง และเขาก็ไม่สามารถหลบมันได้อีกแล้ว
ร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเอ้าล้มลงไปบนพื้น เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้ามาที่นี่ทำไม อีกทั้งยังมาคนเดียวด้วย มาหาที่ตายหรืออย่างไร”
“ไม่ใช่! ข้ามาเพื่อแก้แค้นต่างหาก” แววตาของนางจ้องมองไปยังเผ่าเทพที่สวมเกราะสีเงินนั้นอย่างเย็นชา
“อะไรทำให้พวกเจ้าหลงผิด และคิดว่าหอหมอปีศาจของข้าจะจัดการได้ง่ายดายเช่นนั้นกัน! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะมีความคิดริเริ่มที่จะโจมตีหอหมอปีศาจของข้า เช่นนั้นข้าเองก็มาเพื่อเริ่มคิดบัญชีกับเจ้าก่อนเช่นกัน”
“อะไรนะ หอหมอปีศาจของเจ้า เจ้าคือหมอปีศาจหรือ!” เสี่ยวเฉียกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
“ได้ยินมาว่าเจ้าเอาแต่สร้างปัญหาให้นายเหนือหัวของพวกเราไปทั่วทุกที่ ทั้งแดนวิญญาณ แดนภูต ตอนนี้ยังมาถึงแดนปีศาจนี่อีก ตามหลอกหลอนไม่เลิกเลยสินะ!” พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับหอหมอปีศาจมากเท่าไรนัก แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องเป็นแดนนรกแน่นอน เพราะฝ่าบาทจิ่วเยี่ยคอยช่วยเหลือพวกเขาอีกด้วย
จำเป็นต้องทำลายหอหมอปีศาจของแดนปีศาจในขณะที่มันยังไม่เติบโตอย่างเต็มที่ มิเช่นนั้นมันจะต้องกลายเป็นอุปสรรคเหมือนแดนวิญญาณและแดนภูตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
“ที่หลอกหลอนไม่เลิกคือพวกเจ้าต่างหาก! ข้าแค่ทำการค้า จะเดินทางไปทั่วทุกที่เพื่อสร้างกิจการมันมีปัญหาตรงไหน แต่เผ่าเทพอย่างพวกเจ้า ดินแดนทั้งสามไม่ใช่อาณาเขตของพวกเจ้าเสียหน่อย แต่กลับเข้ามายุ่งวุ่นวายไปทั่ว ช่างน่าไม่อายเลยจริง ๆ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเหยียดหยาม
“เจ้านี่ช่างบังอาจนัก เป็นเพียงแค่มนุษย์ที่ไม่มีพลังวิญญาณคนหนึ่งเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ายั่วยุเผ่าเทพอย่างพวกข้า เจ้านี่ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!” ความชั่วร้ายภายในแววตาของเสี่ยวเฉียฉายวาบอย่างรุนแรง และเขาก็พุ่งทะยานมาทางมู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน
แม้ว่าคนผู้นี้จะอ่อนแอมาก แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะจัดการเขาได้หากอาศัยแค่พลังทางกายภาพของตนเองเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่นางไม่อยากเสียเวลาเลย เพราะสภาพของเอ้าในตอนนี้อันตรายมากแล้วนั่นเอง
“ไม่มีพลังวิญญาณหรือ ใครบอกล่ะ” ทันใดนั้นลำแสงสีเขียวอ่อนก็ห่อหุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้ และกาลเวลาก็ย้อนกลับ
แม้ว่าพลังเช่นนี้จะอ่อนแอไปหน่อย แต่การจัดการชายที่เหลือพลังศักดิ์สิทธิ์เพียงน้อยนิดผู้นี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย!
“ก็แค่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตเท่านั้น!” เขากล่าวอย่างเหยียดหยาม
“ฆ่าเจ้า! แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว!” ลำแสงสีแดงฉานสว่างวาบขึ้น ทันใดนั้นภายในมือของมู่เฉียนซีก็มีกระบี่ยาวกระหายเลือดเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมา ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัว
“เพลิงนภาพิฆาต!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
จำเป็นต้องหลบเดี๋ยวนี้!
กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างทำให้ดวงตาของเสี่ยวเฉียเบิกกว้าง เขาหลบการโจมตีอย่างทุลักทุเล และพยายามดับไฟที่ลุกไหม้อยู่บนเสื้อผ้าของเขาอย่างรวดเร็ว
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย!” มีลมพายุจู่โจมเข้ามา ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยเศษธารดาราทลายจำนวนนับไม่ถ้วน
พรวด พรวด พรวด!
ครั้งนี้เขาไม่สามารถหลบหลีกได้ ซึ่งมันก็ทำให้กระดูกของเขาหักเพราะถูกลมพายุ และร่างกายของเขาก็ยังเต็มไปด้วยเลือดอีกด้วย
.
.