ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 128 โม่ชูหานเจ้าคนเลว
หลังจากกินซาลาเปาหนึ่งลูกกับเนื้อวัวหมักไป โม่ชูหานก็รู้สึกมี
เรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
เขาพยายามเร่งฝีเท้า หวังว่าจะได้กลับไปพบกับครอบครัวเร็ว ๆ
เมื่อมาถึงบริเวณจุดพักแรม โม่จิ่วเยี่ยจงใจไม่หลบพวกเจ้าหน้าที่
ยามที่เฝ้าอยู่
ในเมื่อต่อไปพี่แปดจะต้องร่วมเดินทางไปซีเป่ยกับพวกเขา ก็ไม่
จ าเป็นต้องปิดซ่อนตัวตนอีกแล้ว
ส่วนคนที่ต้องการเอาชีวิตพวกเขาลับหลัง ถึงพี่แปดไม่ปรากฏ
ตัวมา อีกฝ่ายก็ต้องลงมือเหมือนเดิม
เสียงฝีเท้าของทั้งสามคนดังพอสมควร แม้เจ้าหน้าที่ยามสองคน
จะงัวเงียอยู่บ้าง แต่ก็ยังได้ยินเสียง
ท้องฟ้ายามนี้มืดมิดมาก เจ้าหน้าที่มองไม่เห็นใบหน้าของคน
ที่มา เห็นแค่เงาร่างคนสามคนเท่านั้น
“ใครน่ะ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนถาม
“ท่านเจ้าหน้าที่ เป็นพวกเราเอง” เฮ่อจือหร่านตอบ
นางพูดในบริเวณที่ค่อนข้างใกล้กับต าแหน่งของกระโจมของคน
สกุลโม่
สตรีสกุลโม่ได้ยินเสียงของนาง ด้วยคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึง
ทยอยออกมาจากกระโจมเพื่อตรวจสอบ
“สะใภ้เฮ่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามด้วยน ้าเสียง
ตกใจ
ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่เฝ้ายามก็เดินมาตรวจสอบ พลางถามว่า
“เฮ่อจือหร่าน ท าไมพวกเจ้ายังไม่พักผ่อนอีก ออกมาท าอะไรกัน?”
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตอบค าถามของเจ้าหน้าที่ทันที่ เพราะนางเห็น
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินช้า ๆ มาทางโม่ชูหานแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าขยี้ตาแรง ๆ แล้วพินิจโม่ชูหานอย่างละเอียด
“ชูหาน?”
โม่ชูหานคุกเข่าลงตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ ลูกอกตัญญู
เป็นชูหานเอง”
เวลานี้พี่สะใภ้แปดก็จ าเสียงของโม่ชูหานได้ นางเดินผ่านพี่สะใภ้
คนอื่น ๆ มาอยู่ตรงหน้าเขา
“ท่านพี่ เป็นท่านจริง ๆ หรือ? ท่านไม่ได้ตายจริง ๆ หรือ?”
โม่ชูหานเห็นภรรยาสุดที่รักผอมลงไปรอบหนึ่งเมื่อเทียบกับ
เมื่อก่อน เขาก็พยักหน้าอย่างยากล าบาก “เซียงหลาน เป็นข้าเอง ข้า
ไม่ได้ตาย”
สะใภ้แปดร้องไห้โฮออกมาทันที่ นางไม่สนใจสายตารอบข้าง รีบ
โผเข้าไปกอดโม่ชูหาน
ในขณะเดียวกัน ก็ก ามือน้อย ๆ ทุบอกเขาไม่หยุด
“โม่ชูหาน เจ้าคนเลว…ท่านไม่ตายแล้วท าไมถึงไม่กลับบ้าน…ฮือ
ๆ …ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าถูกน้องสาวต่างมารดาทั้งสองคนเยาะเย้ยมา
ตลอดสามปี พวกนางบอกว่าข้าเกิดมาชะตาแข็งนัก แต่งงานเข้าบ้าน
ใหม่ก็ท าให้สามีตาย…ทั้งหมดเป็นความผิดของท่าน… ทั้งหมดเป็น
ความผิดของท่าน…ฮือ ๆ ๆ…”
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ พลอยร้องไห้ตาม แต่พวกนางล้วนมีไหวพริบ
พอจะไม่เข้าไปแทรกพวกเขา
โม่หานเยี่ยก็มาอยู่ข้าง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่า มองดูคนที่ผอมจนแทบจ า
ไม่ได้ตรงหน้า
“ท่านแม่ คนคนนี้เป็นพี่แปดจริง ๆ หรือ? ท าไมเขาถึงผอมขนาด
นี้?”
ขณะที่โม่ชูหานคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ฮูหยินผู้เฒ่าก็ตั้งใจจะก้าวไป
ข้างหน้าเพื่อพยุงเขาขึ้นมาและถามไถ่
แต่ก่อนที่นางจะทันขยับตัว สะใภ้แปดก็พุ่งเข้าไปหาเขาเสียก่อน
ในฐานะคนที่ผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน นางย่อมเข้าใจถึง
ความทุกข์ทรมานจากการพลัดพรากของสามีภรรยา ดังนั้นนางจึง
พยายามข่มความสงสัยทั้งหมดในใจไว้โดยไม่เข้าไปยุ่ง
เมื่อได้ยินน้องสาวสามีพูด พี่สะใภ้แปดจึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่
ตัวเองเสียมารยาทไปแล้ว
นางรีบลุกขึ้นจากอ้อมกอดของโม่ชูหาน แล้วหันไปมองฮูหยินผู้
เฒ่า
“ท่านแม่ ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าท าตัวไม่เหมาะสมเลย”
ฮูหยินผู้เฒ่าตบไหล่นางเบา ๆ “ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเราไม่ใช่
ตระกูลใหญ่ที่ต้องค านึงถึงมารยาทในทุกเรื่องอีกแล้ว เจ้าไม่ต้องพูด
ถึงพิธีรีตองพวกนั้นก็ได้”
ขณะที่กล่าว ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้าไปใกล้โม่ชูหาน ยื่นมือไป
พยุงเขาให้ลุกขึ้นมา
เมื่อสัมผัสแขนของโม่ชูหาน น ้าตาที่ฮูหยินผู้เฒ่าพยายามกลั้น
ไว้ก็ไหลออกมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้
“ชูหาน สามปีที่ผ่านมาเจ้าต้องผ่านอะไรมาบ้าง ท าไมถึงได้ผอม
ลงขนาดนี้?”
โม่ชูหานลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของมารดา
“ท่านแม่ ข้า…”
โม่ชูหานก าลังจะอธิบายเรื่องบางอย่าง แต่โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามา
ก่อน
“ท่านแม่ พี่แปดได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขายังอ่อนแอมาก เรื่อง
พวกนี้ไว้ค่อยถามทีหลังเถอะ”
แน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจความหมายของโม่จิ่วเยี่ย เพราะว่า
ที่นี่มีสายตาจากคนมากมาย จึงไม่เหมาะจะพูดคุย
เมื่อครู่นางก็แค่เป็นห่วงโม่ชูหานมากเกินไป จึงมองข้ามเหตุผล
ข้อนี้
ในตอนนี้ เผิงวั่งก็น าเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งมาตรวจสอบ
สถานการณ์ ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยก็มุงดูอยู่แถวนั้นเช่นกัน
เมื่อครู่พวกเขาได้ยินการสนทนาของคนไม่กี่คนก็รู้ถึงตัวตนของ
โม่ชูหานแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะงุนงงกับการตายแล้วฟื้นคืนของโม่ชูหาน แต่ก็
ยินดีกับสกุลโม่อย่างจริงใจ
เผิงวั่งรู้กาลเทศะที่สุด เขาโบกมือไล่ผู้คนที่มุงดูอยู่
“คนสกุลโม่จะพูดคุยกัน ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า แยกย้ายกันไปสิ!”
ทุกคนเชื่อฟังและแยกย้ายกันไป
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะฟ้าสาง
“พี่แปด ท่านไปพักผ่อนในกระโจมของข้าก่อน พวกเรามีอะไร
ค่อยคุยกันทีหลัง”
เมื่อได้ยินดังนั้น พี่สะใภ้ห้าก็เดินเข้ามา
“น้องเก้า ข้ากับน้องสะใภ้แปดอยู่กระโจมในเดียวกัน ข้าจะไปอยู่
กับท่านแม่กับหาเยี่ย ให้พี่แปดได้อยู่กับน้องสะใภ้แปด”
ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะทันได้พูด ฮูหยินผู้เฒ่าก็เห็นด้วย “อืม
เหมาะสมดี ชูหานดูอ่อนแรงมาก สะใภ้จ้าวจะได้ดูแลเขาอย่างสะดวก”
ขณะพูด พี่สะใภ้ห้าก็หอบข้าวของออกมาจากกระโจมแล้ว
เพื่อให้พื้นที่กับพี่แปดและน้องสะใภ้แปด
สะใภ้แปดก้าวไปข้างหน้าและจับแขนโม่ชูหานไว้
“ท่านพี่ ข้าจะพยุงท่านเดิน”
โม่ชูหานลูบมือที่โอบรอบแขนของเขาอย่างทะนุถนอม
“ได้”
สะใภ้แปดค่อย ๆ พยุงโม่ชูหานเข้าไปในกระโจมอย่างระมัดระวัง
แต่ม่านยังไม่ได้ปิดลง
นางรู้ว่าท่านแม่คงจะมีอะไรอีกมากมายที่ต้องคุยกับสามี
แน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าก็ตามเข้าไปด้วย
โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าพี่แปดจะอธิบายสิ่งที่พวกเขาคิดไว้ผิดพลาด
จึงรีบเข้าไปจับแขนฮูหยินผู้เฒ่าไว้
“ท่านแม่ ร่างกายของพี่แปดยังอ่อนแอมาก หร่านหร่านบอกให้
เขาพักผ่อนมาก ๆ ถ้าท่านแม่อยากรู้อะไร ข้าจะเล่าให้ฟังเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองร่างของโม่ชูหานที่นั่งเอียงอยู่ในกระโจม แล้ว
หันไปพูดกับสะใภ้แปดว่า “สะใภ้จ้าว พวกเจ้าพักผ่อนเถอะ มีอะไรก็
ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
พูดจบ นางก็เดินจากไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ย
ซึ่งนางจะต้องสอบถามเรื่องราวของโม่ชูหานอย่างละเอียด
แน่นอน
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ต่างพากันดึงตัวโม่หานเยี่ยกลับไปยังกระโจม
ของตนเองอย่างเข้าอกเข้าใจ พวกนางรู้ดีว่าถ้าเรื่องของโม่ชูหานเป็น
สิ่งที่ควรรู้ พรุ่งนี้ท่านแม่ก็คงจะบอกพวกนางเอง ในตอนนี้ไม่
จ าเป็นต้องรีบร้อนนัก
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องประสบการณ์ของโม่ชูหานให้มารดาฟังตามที่
ได้ตกลงกับเฮ่อจือหร่านไว้ล่วงหน้า
“ท่านแม่ พี่แปดเป็นหนึ่งในคนชุดด าที่มาตั้งแต่เช้า ตอนที่ข้า
ต่อสู้กับเขา ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงท าให้เขาสลบแล้วแอบ
ซ่อนไว้ในถ ้าใกล้ ๆ แห่งหนึ่ง โดยให้เหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ คอยเฝ้า
อยู่ที่นั่น
หลังจากฟ้ามืด ข้าก็ใช้วิชาตัวเบาพาหร่านหร่านกลับไปที่ถ ้า
เพื่อรักษาพี่แปด…”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินมาแล้วว่าเหลียงห่าวกับคนอื่น ๆ มาขอพึ่งพา
บุตรชาย จึงไม่มีความสงสัยอะไร
โม่จิ่วเยี่ยใช้ข้ออ้างเรื่องการรักษาโม่ชูหานเพื่อหลบเลี่ยง ส่วน
เรื่องอื่น ๆ ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเลย
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าฟังจบนางก็พลันร้องไห้อีกครั้งราวกับสายฝน
“ใครกัน…ใครกันที่มารังแกลูกหลานสกุลโม่ของข้าถึงเพียงนี้”
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเศร้าโศก เฮ่อจือหร่านจึงเข้าไปปลอบ
“ท่านแม่ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้พี่แปดยังมีชีวิตอยู่และ
กลับมาได้ก็นับว่าโชคดีมาก ส่วนร่างกายของเขา ท่านไม่ต้องกังวล
มีข้าอยู่ทั้งคน รับรองว่าจะท าให้ร่างกายของพี่แปดฟื้นคืนสู่สภาพเดิม
ได้แน่”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า จากนั้นก็ตบมือเฮ่อจือหร่านเบา ๆ
“สะใภ้เฮ่อ ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้าสกุลโม่ ทุกสิ่งที่เจ้าท าข้าล้วนเห็นอยู่
ในสายตา ถ้าไม่มีเจ้า เกรงว่าครอบครัวของพวกเราทุกคนคงตายไป
นานแล้ว ตอนนี้เจ้ายังช่วยเหลือพี่แปดของเจ้าจากกู่หุ่นเชิดอีก
บุญคุณนี้ข้าจะจดจ าไว้ในใจตลอดไป”