ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 19 สิ่งนี้ต่ำงหากคือสิ่งที่สตรีสกุลโม่ควรจะเป็น
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 19 สิ่งนี้ต่ำงหากคือสิ่งที่สตรีสกุลโม่ควรจะเป็น
โม่หานเยี่ยเบิกตำกว้ำง มองฮูหยินผู้เฒ่ำด้วยสีหน้ำตกใจ
“ท่านแม่ ข้ามีเงินที่ไหนกัน”
“หากไม่มีเงินก็กินอะไรที่มีอยู่เถอะ” ฮูหยินผู้เฒ่ำไม่ใช่ว่าไม่
สงสารบุตรสาว เพียงแต่ตอนที่นางออกมาจากจวน เงินที่ซ่อนไว้ก็ถูก
ยึดไปจนหมด ตอนนี้นางก็ไม่มีอะไรติดตัวเลย
ถึงแม้ลูกสะใภ้ทั้งหลายจะมีเงินติดตัวอยู่บ้ำง แต่ในฐำนะผู้ใหญ่
นางก็ไม่อาจเอ่ยปำกขอเงินจากลูกหลานได้
“ท่านแม่ ข้ามีเงินอยู่นิดหน่อย ไม่สู้ให้นางไปซื้อหมั่นโถวขำว
จากเจ้ำหน้ำที่ดีหรือไม่”
เห็นน้องสาวซึ่งปกติร่ำเริงต้องร้องไห้เพราะอยากกินอะไรสัก
อย่ำง สะใภ้สามก็อดสงสารไม่ได้
“พี่สะใภ้สาม ไม่ต้องรีบร้อน ลองดูก่อนว่าคนอื่นจะทำอย่ำงไร”
นี่คือความตั้งใจของเฮ่อจือหร่าน เงินในท้องพระคลังทั้งหมดอยู่
ในมิติลับของนาง นางจึงไม่เสียดำยที่จะซื้อหมั่นโถวขำวให้คนใน
ครอบครัวกิน
เพียงแต่ตอนนี้ถูกเนรเทศมาวันแรก ยังไม่ทันได้สารวจท่ำทีของ
เจ้ำหน้ำที่และนักโทษคนอื่น ๆ นางไม่อยากโดดเด่นจนเกินไป
“สะใภ้เฮ่อพูดถูก ลองสังเกตพวกเขำไปก่อน” ฮูหยินผู้เฒ่ำเห็น
ด้วย
คนสกุลโม่ทั้งหมดต่ำงเชื่อฟัง คอยมองสถำนการณ์อยู่เงียบ ๆ
เมื่อกล่าวถึงอีกสี่ตระกูลที่ถูกเนรเทศมาด้วย พวกเขำก็ช่ำงโชค
ร้ำย
คนทั้งหมดได้รับพระราชโองการยึดทรัพย์สินและเนรเทศไปซี
เป่ยพร้อมกับจวนฮู่กั๋วกงโดยไม่ทันตั้งตัว อาจพูดได้ว่าเป็นการตัดสิน
พระทัยที่กะทันหันของจักรพรรดิซุ่นอู่
ด้วยเหตุนี้ คนทั้งสี่ตระกูลจึงแทบจะไม่มีอะไรติดตัวมาเลย
ปกติแล้ว การควบคุมขบวนนักโทษเป็นงำนที่ได้ผลประโยชน์
มากทีเดียว
พวกเขำมักทำเป็นมองไม่เห็นครอบครัวที่มาส่งเหล่านักโทษ และ
พวกเขำก็รู้สึกยินดีจากใจจริง
เพราะมีแค่วิธีนี้ นักโทษจึงจะมีเงินติดตัว
เมื่อนักโทษมีเงินแล้ว พวกเขำก็จะได้รับประโยชน์
ทว่าผู้ใดจะคำดคิดว่า หลังจากตะโกนขำยหมั่นโถวขำวราคำ
หนึ่งตำลึง กลับไม่มีใครยอมจ่ำยเงินซื้อสักคน
ด้วยความโมโห เจ้ำหน้ำที่จึงเปลี่ยนจากการแจกหมั่นโถวหยาบ
คนละหนึ่งชิ้นเป็นคนละครึ่งชิ้น
คนสกุลโม่ยังพอรับได้ เพราะนอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว คนที่เหลือ
ล้วนเป็นสตรีทั้งนั้น ซึ่งปกติพวกนางก็ทำนอาหารไม่มากอยู่แล้ว
พี่สะใภ้ทั้งหลายคิดว่า แม้ได้มาแค่ครึ่งชิ้น ขอเพียงไม่อดตำยก็
พอแล้ว
ทว่าเมื่อได้รับหมั่นโถวมา พวกนางก็ต้องตกใจ
หมั่นโถวหยาบนั้นเนื้อแข็งราวกับหิน กัดคำเดียวฟันคงได้หลุด…
“ท่านแม่ หมั่นโถวแข็งมาก ข้ากินไม่ไหวจริง ๆ” โม่หานเยี่ย
ร้องไห้อีกแล้ว
“ใช่แล้วท่านแม่ หากเราต้องกินหมั่นโถวเช่นนี้ไปตลอด คงไม่ได้
ตำยเพราะหิวโหย แต่คงเป็นสาลักอาหารตำยก่อน”
“ท่านแม่ ข้ากับพี่สะใภ้สามมีเงินติดตัวมาบ้ำง พวกเรานามันไป
ซื้อหมั่นโถวขำวเถอะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้และบุตรสาว ฮูหยินผู้เฒ่ำหันไปมอง
เฮ่อจือหร่านทันที่
แม้ว่านางจะไม่ค่อยรู้จักลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาผู้นี้มากนัก แต่ฮู
หยินผู้เฒ่ำก็สามารถมองออกว่าเฮ่อจือหร่านเป็นคนที่มีความคิดเป็น
ของตัวเอง
เฮ่อจือหร่านส่ำยหน้ำเบำ ๆ ให้อย่ำงไม่รีบร้อน
“ท่านแม่ ใจเย็นก่อนเถอะ ค่อยดูกันอีกที”
นางกล่าวจบก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากกลุ่มคนตระกูลเซี่ย
ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
สะใภ้รองรีบลุกขึ้นวิ่งไปดู
“พี่ใหญ่ หลินเอ๋อร์เป็นอะไรไป”
เซี่ยเจำรู้สึกปวดใจ ยื่นฝ่ำมือมาตรงหน้ำเซี่ยฟำง
“ฟันน้ำนมของหลินเอ๋อร์โยกอยู่ก่อนแล้ว กัดหมั่นโถวจนหลุด
ออกไป”
เขำมองเซี่ยหลินวัยห้ำขวบ มุมปำกเขำยังมีคราบเลือดเปื้อนอยู่
เซี่ยหลินเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลเซี่ย ถูกเลี้ยงดูมา
อย่ำงดี ทั้งเชื่อฟังและรู้จักคิดมาตั้งแต่เด็ก
เซี่ยฟำงแต่งงำนกับโม่เอ๋อร์หลางได้เพียงสามเดือน ก็ได้รับข่ำว
ร้ำยว่าเขำตำยในสนามรบ
น่ำเสียดำยที่มารู้ภายหลังแต่งงำนว่านางไม่สามารถมีลูกเป็นของ
ตัวเองได้
เมื่อรู้ว่าชำตินี้คงไม่อาจมีลูก นางจึงทุ่มเทมอบความรักให้
หลานชายแสนน่ำรักและรู้ความผู้นี้ทั้งหมด ถึงขนาดคิดจะให้
หลานชายช่วยมาดูแลนางยามแก่เฒ่ำและฝังศพให้เลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ ความรู้สึกที่เซี่ยฟำงมีต่อเซี่ยหลินจึงลึกซึ้งกว่าอา
หญิงกับหลานทั่วไปมาก
เซี่ยฟำงมองมุมปำกเซี่ยหลินที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุดและ
ร้องไห้ หัวใจเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว
นางคว้ำหมั่นโถวเนื้อหยาบไปจากมือเซี่ยหลินโยนลงพื้น ก่อน
หันไปจะเอาเรื่องกับเจ้ำหน้ำที่
“ถึงแม้พวกเราจะถูกเนรเทศมา แต่ก็ไม่ได้ถูกตัดสินประหารชีวิต
พวกเรามีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ เจ้ำให้พวกเรากินหมั่นโถวเนื้อหยาบแข็ง
ๆ ที่ไม่รู้ว่าปล่อยทิ้งไว้นานแค่ไหนแล้ว แล้วพวกเราจะมีชีวิตรอดไป
จนถึงซีเป่ยได้อย่ำงไร”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกิดผลดีแน่ จึงรีบวิ่งไปหาพี่สะใภ้รอง
เพราะนางเห็นแล้วว่า ขณะพี่สะใภ้รองเริ่มต่อว่า เจ้ำหน้ำที่ก็หยิบ
แส้ออกมา
นางมาถึงทันเวลาพอดี
เมื่อเห็นว่าแส้กำลังจะฟำดใส่เซี่ยฟำง เฮ่อจือหร่านก็ก้ำวเข้าไป
อย่ำงรวดเร็ว จับปลายแส้ไว้อย่ำงมั่นคง ทำให้เซี่ยฟำงรอดพ้นจาก
ความเจ็บปวด
ในฐำนะเจ้ำหน้ำที่ควบคุมนักโทษมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ถูก
นักโทษทำให้อับอาย อีกทั้งยังเป็นหญิงสาวตัวเล็ก ๆ
สีหน้ำของเจ้ำหน้ำที่ดำคล้ำขึ้นทันที่ เขำด่ำทอพลางพุ่งเป้าจะ
ระบำยอารมณ์ลงที่เฮ่อจือหร่าน
โม่จิ่วเยี่ยนอนคว ่ำอยู่บนเกวียน ชายหนุ่มได้ยินทุกอย่ำงที่
เกิดขึ้น เขำกระวนกระวายใจยิ่งนัก
กระทั่งนึกอยากจะลุกขึ้นมาขัดขวาง
ฮูหยินผู้เฒ่ำสังเกตเห็นร่างกายเครียดเกร็งของเขำ จึงรีบลูบหลัง
เบำ ๆ เพื่อบอกให้เขำอย่ำได้ทำอะไรโดยไม่คิดให้ดี
หลังจากปลอบโม่จิ่วเยี่ยแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ำลุกขึ้นเดินไปหา
ลูกสะใภ้ทั้งสอง
ในความคิดของนาง บุรุษในสกุลโม่นั้นกล้ำหาญ พวกนางเองก็
ไม่ควรขี้ขลาด หากมีเรื่องอะไรก็ต้องรับมือฝ่ำฟันไปด้วยกัน
เซี่ยฟำงรู้ดีว่าตนเองก่อเรื่องเพราะความใจร้อน และเมื่อเห็น
เจ้ำหน้ำที่กำลังจะเฆี่ยนตีน้องสะใภ้เก้ำ จึงรีบมาขวางหน้ำนางไว้
“คำพูดเหล่านั้นข้าเป็นคนพูด หากมีอะไรไม่พอใจก็มาลงที่ข้า
คนเดียว อย่ำไปลงที่นาง”
เฮ่อจือหร่านเตรียมจะสู้กับเจ้ำหน้ำที่คนนี้ แต่กลับถูกพี่สะใภ้รอง
ออกหน้ำรับ
ด้วยความร้อนใจ นางจึงคว้ำตัวพี่สะใภ้รองกลับมา มืออีกข้างรับ
แส้จากเจ้ำหน้ำที่ซึ่งฟำดมาได้อีกครั้ง
นางใช้ทักษะกำลังแย่งแส้มาไว้ในมือ
เจ้ำหน้ำที่คนอื่น ๆ ที่ตอนแรกยังทำเป็นกินหมั่นโถวขำวคำใหญ่
เพราะตั้งใจจะยั่วยุความหิวโหยของนักโทษเหล่านี้และชมเรื่องสนุกไป
ด้วย
แต่เมื่อเห็นว่าแส้ของเพื่อนร่วมงำนถูกแย่งไป พวกเขำก็ดูต่อ
ไม่ได้แล้ว
พวกเขำวางหมั่นโถว ชักกระบี่คำดเอวออกมา เข้าล้อมพวกนาง
ไว้
เฮ่อจือหร่านเปล่งเสียง
“พวกท่านช่ำงขี้ขลาด เหล่ำบุรุษสกุลโม่ยอมสละชีพและเลือด
เนื้อ เพื่อแลกวันที่พวกท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อย่ำงสงบสุขดั่งเช่นทุกวันนี้
มาตอนนี้สกุลโม่ถูกใส่ร้ำยจนตกต ่ำ พวกท่านกลับเอาอย่ำงคนชั่วช้ำ
คิดจะรังแกพวกเราซึ่งเป็นเพียงหญิงอ่อนแอ เมื่อดูจากท่ำทำงแสนขี้
ขลาดและความสามารถอันน้อยนิดเพียงนี้ หากส่งพวกท่านไปลง
สนามรบ เกรงว่าไม่นานกระทั่งศีรษะก็คงต้องส่งกลับบ้ำนเกิดแล้ว”
เฮ่อจือหร่านกล่าวประโยคเช่นนี้ชวนให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิม ฮูหยิน
ผู้เฒ่ำรู้สึกว่าเลือดในกำยพลุ่งพล่านทันที่
“พูดได้ดีมาก สิ่งนี้ต่ำงหากคือสิ่งที่สตรีสกุลโม่ควรจะเป็น”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเอ่ยพลางสารวจสีหน้ำของเจ้ำหน้ำที่เหล่านั้น
เจ้ำหน้ำที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นคนชั่วไปเสียหมด บำงคนเก็บอาวุธไป
อย่ำงเงียบ ๆ เปลี่ยนเป็นเฝ้ำดูสถำนการณ์แทน