ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 2 คำเตือน
เฮ่อจือหร่านวิ่งไปพร้อมกับร้องเรียก เกรงกลัวว่าจะไม่ทันฝีเท้ำ
ของโม่จิ่วเยี่ย
“โม่จิ่วเยี่ย รอก่อน…”
หลังวิ่งตำมออกมาระยะหนึ่ง ในที่สุดก็เห็นร่ำงในชุดสีแดงของโม่
จิ่วเยี่ย อีกฝ่ำยหมุนกำยกลับมาหากแต่สายตำยังคงเรียบเฉย
“เจ้ำมีเรื่องอะไร”
เฮ่อจือหร่านวิ่งมาหยุดอยู่หน้ำโม่จิ่วเยี่ยก่อนจะคว้ำแขนเขำ
เอาไว้แล้วลากกลับไป
“เจ้ำคิดจะทำอะไร” โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วมุ่น
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าจะอธิบำยจุดประสงค์ของตนอย่ำงไรจึงพูด
อย่ำงรวบรัดว่า “ข้ารู้สึกว่ามีคนกำลังวางแผนคิดร้ำยต่อท่าน”
หลังโพล่งประโยคนี้ออกมา เฮ่อจือหร่านก็เตรียมพร้อมที่จะถูก
โม่จิ่วเยี่ยสงสัยแล้ว ทว่าอีกฝ่ำยไม่ได้ทำเช่นนั้น ทั้งยังถำมกลับว่า
“เจ้ำได้ยินเรื่องอะไรมา”
ตั้งแต่โม่จิ่วเยี่ยกลับจากชายแดนมายังเมืองหลวง เขำรู้สึกว่าราว
กับตนเองกำลังถูกจับตำมอง โดยเฉพำะองค์จักรพรรดิ ยามสนทนา
กันก็มักให้ความรู้สึกราวกับอีกฝ่ำยกำลังเสแสร้งต่อหน้ำเขำ
เฮ่อจือหร่านไม่อาจพูดได้ว่าตนเองรู้ประวัติศำสตร์ของช่วงเวลา
นี้ เมื่อถูกถำมกลับจึงเอ่ยตอบไม่ได้ในทันที่
“ข้าบอกว่าข้าเพียงรู้สึกว่าจะเป็นเช่นนั้น”
ในสายตำของโม่จิ่วเยี่ย คำอธิบำยของหญิงสาวผู้นี้ฟังดูไม่
สมเหตุสมผลเท่ำไร แต่ในเวลานี้เขำต้องรีบเข้าวัง จึงไม่มีความคิด
ซักไซ้สิ่งใดต่อ
เขำยอมให้เฮ่อจือหร่านคว้ำแขนไว้ ปล่อยให้นางลากเขำไป
เฮ่อจือหร่านเดินเข้ามายังลานอันเป็นที่ตั้งของเรือนหอ กระทั่ง
สายตำของนางหยุดลงที่เกี้ยวเจ้ำสาวซึ่งประดับด้วยดอกไม้
นางปล่อยมือโม่จิ่วเยี่ยแล้ววิ่งเข้าไป ก่อนหยิบเบำะรองนั่งอันหนา
ออกมา
ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เจ้ำของร่ำงเดิมมักพกติดตัวทุกครั้งที่ออกจาก
บ้ำน ไม่ว่าจะนั่งเกี้ยวหรือนั่งม้ำ นางไม่ชอบการสั่นสะเทือนโคลงเคลง
ฮูหยินเฮ่อซึ่งแสนใส่ใจจึงสั่งให้บ่ำวรับใช้ทำเบำะรองนั่งให้บุตรสาว
เพียงคนเดียว
เฮ่อจือหร่านทดสอบความหนานุ่มของเบำะรองนั่ง เห็นว่ามัน
พอใช้ได้จึงส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
“ท่านต้องเชื่อเรื่องที่ข้าพูด นาเบำะใบนี้ใส่ไว้ด้านหลัง อย่ำงน้อย
มันอาจช่วยท่านได้บ้ำง”
เฮ่อจือหร่านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “อีกอย่ำง ถ้ำมีคนมา
บอกว่าองค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าเขตวังหลัง จำไว้ว่าห้ำม
ไปเด็ดขำด”
สิ่งที่นางทำได้มีเพียงเท่านี้ ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะรอดพ้นจากภัยพิบัติ
ที่กำลังถำโถมมาได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตำของเขำแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ยังรับเบำะรองนั่งนั้นไป
ขณะหันกำย เขำเอ่ยว่า “วันนี้ดึกมากแล้ว เจ้ำไม่ต้องรอข้า รีบ
กลับไปพักผ่อนเถอะ”
ครั้นมองแผ่นหลังของโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ ห่ำงไป เฮ่อจือหร่านยังคง
เตือนอีกครั้งว่า
“อย่ำลืมใส่เบำะรองไว้ข้างหลังนะ”
หากแต่ไม่มีการตอบรับจากโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงเดินกลับมา
ตำมเส้นทำงเดิม
เมื่อกลับมาถึงก็พบว่าพี่สะใภ้ทั้งแปดกับเด็กสาวคนหนึ่งรออยู่ที่
นั่น
พี่สะใภ้ทั้งแปดล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์มาก่อน เมื่อเห็นเฮ่อจือห
ร่านกลับมาก็รีบกล่าวปลอบโยน
“น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำอย่ำเพิ่งใจร้อน องค์จักรพรรดิทรงรับสั่งให้
น้องเก้ำเข้าวังหลวงกลางค ่ำกลางคืนแบบนี้ต้องมีเรื่องด่วนอะไรสัก
อย่ำง คงไม่ใช้เวลานานหรอก”
“ใช่แล้ว น้องเก้ำจะกลับมาทันเวลาเพื่อเข้าหอกับเจ้ำแน่นอน”
“…”
พวกพี่สะใภ้กระตือรือร้นเกินไปแล้ว เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าพวกนาง
เจตนาดี แต่นางทนรับฟังคำพูดเหล่านั้นไม่ไหวจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านมองพี่สะใภ้ทั้งแปดคนที่ยังสาว พลันรู้สึกเจ็บแปลบ
ขึ้นมาวูบหนึ่ง
ผู้หญิงดี ๆ เหล่านี้มีชะตำกรรมยากลาบำก อายุยังน้อยกลับต้อง
กลายเป็นม่ำยเสียแล้ว สุดท้ำยยังต้องถูกเนรเทศจากบ้ำนเกิดอีก
คิดไปคิดมาเฮ่อจือหร่านจึงเกิดความคิดอยากเตือนพวกนางเสีย
หน่อย
“พี่สะใภ้ ช่วงนี้ข้าฝันร้ำยมาหลายวันแล้ว ฝันว่าจวนฮู่กั๋วกงของ
พวกเราจะถูกยึดทรัพย์และผู้คนถูกเนรเทศ”
พี่สะใภ้ใหญ่ชุยปี้ถิงซึ่งนิ่งสงบอยู่เสมอ เดินมาจับตัวเฮ่อจือหร่าน
พร้อมเอ่ยอย่ำงนุ่มนวลว่า
“น้องสะใภ้เก้ำ เจ้ำไม่ควรเอ่ยเช่นนี้ จวนฮู่กั๋วกงของพวกเราเป็น
ครอบครัวที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีมาเนิ่นนาน จะไปถูกยึดทรัพย์และ
เนรเทศได้อย่ำงไร”
“ไม่ดี ๆ ๆ คำพูดอัปมงคลแบบนั้นไม่ควรพูด น้องสะใภ้เก้ำ คำพูด
เจ้ำในวันนี้พวกข้าจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน” พี่สะใภ้รองเซี่ยฟำง
ทำท่ำทำงบ้วนน้ำลายลงพื้นราวกับพ่นคำพูดอัปมงคลนั้นทิ้ง
เฮ่อจือหร่านรู้อยู่แล้วว่าการเตือนของนางจะได้รับปฏิกิริยาเช่นนี้
ตอบกลับ ทว่ายังไม่คิดยอมแพ้ง่ำย ๆ
“พี่สะใภ้ ข้าเองก็หวังว่ามันจะไม่เป็นความจริง แต่ความฝันนั้น
เหมือนจริงมาก ข้าฝันซ้ำ ๆ แทบทุกคืน พวกเราไม่ควรประมาท การ
เตรียมรับมือไว้บ้ำงก็ไม่เสียหายอะไร”
ทุกคนมองเฮ่อจือหร่านที่กำลังพูดเป็นตุเป็นตะ ความสับสนเริ่ม
เกิดขึ้นในใจ
น้องสาวคนเล็กอย่ำงโม่หานเยี่ยถูกเหล่ำพี่ชายและพี่สะใภ้เลี้ยงดู
ประคบประหงมมาแต่เล็ก จึงเป็นคนขี้กลัวที่สุด หลังจากฟังคำของ
เฮ่อจือหร่านแล้ว ตอนนี้นางจึงหวาดกลัวไปหมด
เด็กสาวพูดเสียงเจือสะอื้น “พี่สะใภ้ ข้ากลัว เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น
จริง ๆ ใช่หรือไม่”
พี่สะใภ้ใหญ่เห็นดังนั้นจึงดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนปลอบโยน
เสียงแผ่ว
“โม่หานเยี่ย เจ้ำอย่ำได้กลัวไป ว่ากันว่าความฝันส่วนใหญ่มักไม่
เป็นความจริง”
โม่หานเยี่ยเช็ดน้ำตำ ซบหน้ำลงในอ้อมกอดของพี่สะใภ้ใหญ่
พี่สะใภ้ใหญ่มองบรรดำน้องสะใภ้
“ตอนนี้ดึกมากแล้ว น้องสะใภ้เก้ำเหนื่อยมาทั้งวัน พวกเราปล่อย
ให้นางพักผ่อนเถอะ”
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าจะมีคนเชื่อคำพูดของนางหรือไม่ แต่อย่ำง
น้อยนางก็ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว ส่วนอนาคตจะเป็นอย่ำงไรก็ต้องคอย
ดูกันต่อไป
เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องนอน สาวใช้หลายคนช่วยนางขัดสี
ฉวีวรรณจนเสร็จ เฮ่อจือหร่านบอกให้พวกนางออกไป เพราะตอนนี้
นางต้องการความสงบ ขอเพียงได้อยู่ในความเงียบ นางจะคิดหา
วิธีการรับมือขั้นต่อไปได้
ภายในห้อง แสงเทียนส่องสว่าง ทำให้เห็นว่าพื้นที่ทั้งหมดเต็มไป
ด้วยของมีค่ำมากมาย แต่น่ำเสียดำยที่นางไม่มีความสามารถจะนา
สิ่งของพวกนี้ไปด้วย ถ้ำเป็นเช่นนั้น นางก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ตั๋วเงินซึ่ง
สะดวกต่อการพกพำ
ณ เวลานี้นางไม่รู้ว่าในจวนฮู่กั๋วกงมีตั๋วเงินอยู่เท่ำไร แต่ในสิน
เดิมที่พ่อแม่เจ้ำของร่ำงเดิมมอบให้มีตั๋วเงินอยู่สองพันตำลึง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เฮ่อจือหร่านรีบลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมเดินออกจาก
ห้อง
เฉี่ยวอวี้รีบเดินเข้า “คุณหนูใหญ่ต้องการอะไรหรือเจ้ำคะ”
เฮ่อจือหร่านส่ำยหน้ำ “ไม่มีอะไร ข้าเพียงนอนไม่หลับเท่านั้น คิด
ว่าจะไปดูสินเดิมสักหน่อย เจ้ำไม่ต้องตำมข้ามาหรอก”
เฉี่ยวอวี้ปรนนิบัติรับใช้เฮ่อจือหร่านมาตั้งแต่เด็ก ย่อมรู้จักนิสัย
พูดคำไหนก็เป็นคำนั้นของคุณหนูอย่ำงดี จึงได้แต่ตอบรับเสียงเบำ
และยืนอยู่ที่เดิม
สินเดิมเพิ่งยกเข้ามาไว้ในจวนฮู่กั๋วกงจึงยังไม่ได้จัดเก็บ สิ่งของ
ทั้งหมดตอนนี้จึงถูกวางไว้ในห้องข้าง ๆ
เฮ่อจือหร่านรีบเปิดหีบบรรจุตั๋วเงิน นาออกมาหนึ่งปึก หลังจาก
ตรวจสอบแล้วก็พบว่าพวกมันมีรวมสองพันตำลึงพอดิบพอดี
ขณะถือตั๋วเงินไว้ในมือ สิ่งแรกที่นางคิดคือตอนที่จวนถูกคน
ตรวจค้น ก็ต้องมีคนมาค้นตัวพวกนางด้วยแน่นอน ฉะนั้นแล้วควร
ซ่อนตั๋วเงินเหล่านี้ไว้ที่แห่งใดดี?
หากนางมีมิติเก็บของเหมือนนางเอกในนิยายก็คงสามารถเก็บ
ตั๋วเงินเข้าไปได้ แค่นี้พวกมันก็ปลอดภัยแล้ว แต่น่ำเสียดำย…
ช่วงเวลานั้นนางกำลังจะบ่นว่าสวรรค์ช่ำงไม่ยุติธรรม พลันรู้สึก
ว่าสภำพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป
สภำพแวดล้อมที่นางเห็นนั้นคุ้นเคยอย่ำงบอกไม่ถูก ราว
กลายเป็นห้องพยาบำลของนางอย่ำงไรอย่ำงนั้น
หรือว่านางจะยังไม่ตำย?
แต่ไม่นานนางก็ถูกความจริงอันโหดร้ำยพิสูจน์ให้เห็นแล้ว
นางพยายามผลักประตูห้องพยาบำล ทว่าประตูนั้นราวกับเป็น
เพียงสิ่งประดับตกแต่ง ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
หน้ำต่ำงก็เช่นกัน พวกมันดูราวกับถูกเชื่อมติดกันจนยึดแน่น…