ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 217 น้องสะใภ้เก้า เจ้าไม่ต้องแกล้งท าหรอก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 217 น้องสะใภ้เก้า เจ้าไม่ต้องแกล้งท าหรอก
คืนนั้นโม่จิ่วเยี่ยอุ้มเฮ่อจือหร่านเข้าออกห้องน ้าถึงเจ็ดครั้ง
เมื่อกลับมานอนบนเตียงอีกรอบ เฮ่อจือหร่านใช้แรงเฮือกสุดท้าย
ที่เหลืออยู่กัดไหล่เขาทีหนึ่ง
“โม่จิ่วเยี่ย ท่านเป็นคนบ้ากามที่ชั่วช้าที่สุด”
แม้ถูกกัด โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่สนใจแม้แต่น้อย
เขาดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“ขอโทษนะหร่านหร่าน ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า ต่อไปข้าจะ
ระวัง”
กล่าวจบ โม่จิ่วเยี่ยก็จูบหน้าผากนางเบา ๆ “นอนเถอะ พรุ่งนี้เจ้า
ไม่ต้องตื่นเช้า เรื่องข้างนอกข้าจะจัดการเอง”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกง่วงนอนมาก เพียงส่งเสียงตอบรับเบา ๆ
หลังจากนั้นนางก็ไม่รู้อะไรอีกเลย
นาฬิกาชีวิตของโม่จิ่วเยี่ยแม่นย าที่สุด เขาจะตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่
สว่าง
เขาเรียนรู้ที่จะดูนาฬิกาแขวนบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้า
โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้นแต่งตัวเงียบ ๆ หากไม่จ าเป็นต้องออกไปจาก
พื้นที่มิติ เขาคงไม่อยากปลุกภรรยาตัวน้อยที่ก าลังหลับสนิท
“หร่านหร่าน ส่งข้าออกไปก่อน เจ้าค่อยนอนต่อ”
เมื่อได้ยินเสียงของโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงลืมตาขึ้นมองเวลา
บนนาฬิกา
วินัยที่ถูกฝึกฝนมาจากกองทัพในชาติก่อน กลับไม่มีประโยชน์
กับนางในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย เฮ่อจือหร่านก็พยายามให้ตัวเองตื่นตัว
ขึ้นมา แล้วใช้จิตส านึกย้ายตัวเองพร้อมกับเสื้อผ้า โม่จิ่วเยี่ย และข้าว
ปั้นน้อย ไปปรากฏในห้องนอนที่หมู่บ้านซีหลิ่งพร้อมกัน
เฮ่อจือหร่านนอนลงบนเตียงอุ่นอีกครั้งเพื่อพักผ่อน ส่วนโม่จิ่ว
เยี่ยค่อย ๆ ออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ข้าวปั้นน้อยเป็นห่วงเจ้าของมาทั้งคืนตั้งแต่เมื่อวาน ตอนนี้เจ้าคน
เลวที่รังแกเจ้าของก็ไปได้เสียที่ เจ้าตัวน้อยจึงพยายามปีนขึ้นเตียงอุ่น
แนบชิดอยู่ข้างกายนาง พยายามปกป้องเจ้าของต่อไป
จนกระทั่งดวงตะวันลอยขึ้นสูง เฮ่อจือหร่านจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น
นางแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเปิดประตูเดินออกไป
พอดีกับที่พี่สะใภ้แปดเพิ่งกลับมาจากสวนหลังบ้าน นางก็เห็น
เฮ่อจือหร่านทันที่
“น้องสะใภ้เก้า ได้ยินน้องเก้าบอกว่าเมื่อคืนเจ้าไม่สบาย ตอนนี้ดี
ขึ้นแล้วหรือยัง”
“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณพี่สะใภ้ที่เป็นห่วง”
เฮ่อจือหร่านพูดประโยคนี้จบ ก็บ่นโม่จิ่วเยี่ยในใจอย่างหนัก
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขา ตอนนี้นางถึงรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตก
ออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเลย
ไม่เพียงเท่านั้น เวลาเดินไปไหนมาไหนก็ไม่กล้าก้าวเท้ายาว ๆ
ด้วย…
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว อาหารที่เก็บไว้ให้เจ้าตอนเช้า ข้าจะไปอุ่นให้
เดี๋ยวนี้เลย” พูดจบพี่สะใภ้แปดก็เดินเข้าไปในครัว
แต่เฮ่อจือหร่านตื่นสายอยู่แล้ว ยังจะให้พี่สะใภ้ช่วยอุ่นอาหารให้
อีกได้อย่างไร
นางรีบวิ่งตามไปทันที่
“พี่สะใภ้ ท่านให้ข้าท าเองดีกว่าเจ้าค่ะ!”
ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ไม่อาจก้าวขาได้
อย่างเต็มที่ ได้แต่เดินหนีบไปข้างหน้า ท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึก
หงุดหงิดใจนัก
โชคไม่ดีที่นางเพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เจอกับพี่สะใภ้ใหญ่
และพี่สะใภ้คนรอง
พี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนช่างสังเกต จึงเห็นทันทีว่าเฮ่อจือหร่านเดิน
ด้วยท่าทางผิดปกติ
นางยิ้มมีเลศนัย ตรงเข้ามาคล้องแขนเฮ่อจือหร่านพลางกระซิบ
ว่า “น้องสะใภ้เก้า น้องเก้าบอกว่าเจ้าไม่สบาย ข้าก็นึกว่าเป็นอะไรไป
เสียอีก…”
แม้พี่สะใภ้รองจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ในฐานะผู้ที่ผ่าน
ประสบการณ์มาแล้ว พอพี่สะใภ้ใหญ่พูดเช่นนั้น หากนางไม่เข้าใจ
อะไรอีกก็คงเป็นคนโง่แล้ว
“น้องเก้านี่ก็จริง ๆ เชียว น้องสะใภ้บอบบางอ่อนแอขนาดนี้ เหตุ
ใดถึงไม่รู้จักทะนุถนอมกันบ้าง”
ค าพูดของทั้งสองท าให้ใบหน้าของเฮ่อจือหร่านแดงก ่าทันที่
คนยุคโบราณช่างเก่งกาจเหลือเกิน
แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังสังเกตออกด้วย
หากไม่ใช่เพราะนางหน้าหนาพอ คงอยากหาที่ซ่อนตัวแล้ว…
“แค่ก ๆ …พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พวกท่านก าลังพูดอะไรกัน
มันไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่รู้สึกไม่สบายจริง ๆ
…”
“จุ๊ ๆ …พวกเราต่างก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว พี่สะใภ้รองมองออก
หมดแล้ว น้องสะใภ้เก้า เจ้าไม่ต้องแกล้งท าหรอก”
พี่สะใภ้ใหญ่ยิ่งพูดมากกว่านั้นอีก
“น้องสะใภ้เก้า ไม่รู้ว่าปีหน้าบ้านเราจะมีหลานชายตัวอ้วนเพิ่ม
อีกสักคนหรือไม่นะ”
เฮ่อจือหร่าน “…”
ดูเหมือนว่าค าอธิบายของนางเมื่อครู่จะยิ่งท าให้เรื่องแย่ลง
กว่าเดิม
สองพี่สะใภ้ยิ่งพูดก็ยิ่งสนุกปาก
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังจะอธิบายบางอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยิน
เสียงอยู่ในลานบ้านจึงเดินเข้ามา
พี่สะใภ้รองกลัวว่าในบ้านจะมีความลับ จึงรีบวิ่งไปบอกว่า “ท่าน
แม่ น้องเก้าเก่งจริง ๆ ปีหน้าท่านรอกอดหลานชายตัวอ้วนได้เลยนะ
เจ้าคะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางมองส ารวจเฮ่อจือหร่าน
ซ ้ายังมองหน้าท้องที่แบนราบของนางเป็นระยะ
ราวกับว่าในท้องของนางมีอะไรบางอย่างอยู่จริง ๆ …
สถานการณ์เช่นนี้ เฮ่อจือหร่านไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย
นางพยายามให้ก าลังใจตัวเองในใจ
เฮ่อจือหร่าน เจ้าเป็นวิญญาณที่มาจากยุคปัจจุบัน แค่ท า
กิจกรรมกับสามีของตัวเองไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง
มีอะไรให้น่าอายด้วยหรือ
ก็แค่เผชิญหน้าไปอย่างเปิดเผย พวกผู้หญิงที่อยู่ที่นี่ มีใครบ้างที่
ไม่เคยท าเรื่องแบบนี้กับสามีตัวเอง
หลังจากให้ก าลังใจตัวเองแล้ว ในที่สุดเฮ่อจือหร่านก็กล้าเงยหน้า
ขึ้น
“ท่านแม่ เมื่อคืนข้ารู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อย วันนี้จึงตื่นสาย”
นางตั้งใจจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาก่อน ขอเพียงทุกคนไม่คิดถึงเรื่อง
พวกนี้ นางก็จะไม่รู้สึกอึดอัดใจแล้ว
ขณะเดียวกัน นางก็ยิ่งบ่นตัวต้นเหตุอย่างโม่จิ่วเยี่ยในใจอีกหน
โม่จิ่วเยี่ยคนบ้า ท าเรื่องแย่ ๆ แล้วก็หายตัวไป ปล่อยให้นางต้อง
เผชิญกับเรื่องพวกนี้ตัวคนเดียว
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ก าลังขับเกวียนลาไปยังที่ว่าการอ าเภอ
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เขาก็ไปหาผู้เฒ่าจ้าวกับผู้เฒ่าโจว
เรื่องซื้อที่ดินและบ้านพวกเขาได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ต้องรีบโอน
กรรมสิทธิ์มาเป็นของตัวเองเร็ว ๆ จึงจะสบายใจ
ใครจะรู้ว่าขณะเขาก าลังคุยกับหัวหน้าตระกูลทั้งสอง จู่ ๆ ก็จาม
ออกมาสองครั้ง…
เฮ่อจือหร่านแอบด่าโม่จิ่วเยี่ยในใจอย่างหนัก ท าให้รู้สึกสบายใจ
ขึ้นมานิดหน่อย แล้วเดินย ่าเท้าเล็ก ๆ ไปยังห้องครัว
หลังจากกินอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ เสร็จแล้ว นางก็ตั้งใจจะไปดู
กระต่ายที่ลานหลังบ้าน
พอมาถึงหัวมุม ก็เจอกับพี่สะใภ้ห้าเข้าพอดี
“น้องสะใภ้เก้า ข้าก าลังจะไปหาเจ้าพอดี พวกกระต่ายนี่กินเก่ง
กันจริง ๆ ผักกาดขาวกับหัวไชเท้าที่บ้านเราเก็บไว้คงอยู่ได้แค่สองวัน
เท่านั้น หากมันกินหมดแล้วจะท าอย่างไรดีเล่า”
ส าหรับพี่สะใภ้ห้าแล้ว นางใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมาโดยตลอด
แม้แต่ตอนที่เดินทางเนรเทศมา ทุกอย่างก็ให้น้องสะใภ้เก้าเป็นคน
จัดการ ส่วนนางแค่ออกแรงช่วยเท่านั้น
ยามนี้นางต้องการรับผิดชอบงานให้อาหารกระต่ายด้วยตัวเอง
แต่วันแรกที่ท าก็ท าให้นางล าบากเสียแล้ว
เมื่อนางพูดจบ พี่ห้าก็เดินมาจากลานหลังบ้าน
ดูจากท่าทางการเดินที่มั่นคงของพี่ห้าแล้ว เห็นได้ชัดว่าร่างกาย
ของเขาฟื้นตัวได้มาก
“ภรรยา เรื่องอาหารของกระต่ายเจ้าไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจะไป
ถามคนในหมู่บ้านว่าบ้านไหนมีผักเหลือพอจะขายให้พวกเราบ้าง”
เฮ่อจือหร่านก็เห็นด้วย “พี่ห้าพูดถูก ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเก็บ
ผักกาดขาวกับหัวไชเท้าไว้บ้าง พวกเราลองไปถามที่หมู่บ้านดูสัก
หน่อยเถอะ”
เฮ่อจือหร่านอยากไปตอนนี้เลย ระหว่างที่ซื้อผักจากชาวบ้าน
นางยังสามารถถือโอกาสน าผักจากพื้นที่มิติออกมาปะปนได้ด้วย
แต่ใครจะรู้ว่าพอนางหมุนตัว ความเจ็บปวดในร่างกายก็เตือนว่า
วันนี้นางไม่ควรออกไปข้างนอก…
พี่สะใภ้ห้าก็ลงมือรวดเร็ว พอได้ยินพวกเขาทั้งสองพูดแบบนั้น
นางก็รีบจับแขนของสามีทันที่
“ท่านพี่ พวกเราไปถามคนในหมู่บ้านกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ”