ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 270 พวกเจ้าไม่อยากแก้แค้นให้องค์หญิงหรือ?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 270 พวกเจ้าไม่อยากแก้แค้นให้องค์หญิงหรือ?
ซุ่นจือเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นมา เขาถูกคนท าให้สลบไปอย่าง
กะทันหัน ตอนนี้ในห้องมีคนเพิ่มขึ้นอีกหลายคน จึงรู้สึกงุนงงและไม่
เข้าใจสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าพวกนายท่านเองก็อยู่ด้วย เขาจึงรู้สึก
สบายใจขึ้น
ซุ่นจือลุกขึ้นยืน นวดต้นคอที่ปวดเมื่อย แล้วท าท่าว่าจะออกไปดู
ข้างนอก จากนั้นก็เดินออกไป
โม่ซิวเหยียนกับโม่หยวนเช่อต่างต้องการพักฟื้นร่างกาย ตอนนี้
บ้านที่พวกเขาเช่ามีแค่สองห้อง โชคดีที่มีเตียงใหญ่พอ พวกเขาทั้งคู่
นอนบนนั้นก็ไม่รู้สึกอึดอัดอะไร
ส่วนหลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ ก็รอให้พวกนางตื่นก่อนแล้วค่อย
สอบถาม ถ้าพวกนางไม่มีที่ไปจริง ๆ พวกเขาก็จะพาพวกนางกลับไป
ซีเป่ยด้วย
เรื่องที่พวกเขาพบเจอพี่ชายที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นคงปิดบังไม่ได้แล้ว
นอกจากนี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องกลัวว่าจะถูกเปิดเผยอีก จึงไม่ต้อง
กังวลว่าพวกนางสองคนจะน าความลับไปบอกใคร
หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ต่างมีร่างกายแข็งแรง จึงฟื้นเร็วกว่าพี่น้อง
สกุลโม่
เมื่อเห็นทั้งสองทยอยตื่นขึ้นมา เฮ่อจือหร่านก็เดินเข้าไปหาพวก
นางก่อน
หลานเอ๋อร์ตอบสนองเร็วที่สุด นางสังเกตว่าสภาพแวดล้อม
ในตอนนี้ไม่ถูกต้อง จึงลุกขึ้นยืนทันที่ นางมองข้ามเฮ่อจือหร่านที่อยู่
ตรงหน้าไป แล้วเริ่มกวาดตามองทั่วห้อง
“องค์หญิง องค์หญิงอยู่ไหน?”
อวี่เอ๋อร์ก็ลุกขึ้นตามและถามอย่างสงสัย “ที่นี่คือที่ไหนกัน?”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตอนนี้พวกนางคงรู้สึกไม่ดี จึงพูดด้วยน ้าเสียง
อ่อนโยนขึ้นมาก
“พวกเจ้าออกมาจากจวนรัชทายาทแล้ว”
ได้ยินดังนั้น หลานเอ๋อร์ก็หันหลังวิ่งออกไปทันที่
“ข้าจะกลับไป องค์หญิงยังอยู่ที่นั่น”
เฮ่อจือหร่านก้าวไปขวางตรงหน้าประตูไว้ “องค์หญิงสี่
สิ้นพระชนม์แล้ว พวกเจ้าคิดว่าถ้ากลับไป องค์รัชทายาทจะปล่อย
พวกเจ้าไว้หรือ?”
หลานเอ๋อร์พูดอย่างดื้อรั้น “พวกเราไม่ต้องการให้ใครปล่อย
พวกเราแค่อยากอยู่เคียงข้างองค์หญิงเท่านั้น”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่อาจบอกได้แล้วว่าพวกนางจงรักภักดีหรือ
โง่เขลากันแน่
นางพยายามโน้มน้าวอย่างจนปัญญา “ชัดเจนว่าองค์หญิงสี่ถูก
รัชทายาทแห่งหนานเจียงสังหาร พวกเจ้าไม่อยากแก้แค้นให้องค์
หญิงบ้างหรือ?”
“แก้แค้น?” หลานเอ๋อร์หัวเราะขื่น ราวกับเยาะเย้ยตัวเอง “พวก
เราสองคนเป็นแค่สตรีอ่อนแอ จะช่วยองค์หญิงแก้แค้นได้อย่างไร?”
“พวกเจ้าส่งข่าวไปให้จักรพรรดิซุ่นอู่ทราบได้ ธิดาของเขา
สิ้นชีวิตแล้ว พระองค์จะไม่สนใจจริง ๆ หรือ” เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะ
พยายามโน้มน้าวให้ทั้งสองล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
ถ้าท าไม่ส าเร็จ นางก็จะไม่บังคับ อย่างไรเสียนางก็ท าเต็มที่แล้ว
ใครจะรู้ว่าค าพูดของนางไม่เพียงไม่ท าให้หลานเอ่อร์เปลี่ยนใจ
แต่อีกฝ่ายกลับท าให้สีหน้าผิดหวังของนางหนักอึ้งขึ้นอีกหลายส่วน
“หลังจากองค์หญิงถูกรัชทายาทหนานเจียงพาตัวไปที่นั่น พวก
เราก็พยายามส่งจดหมายไปยังเมืองหลวงหลายครั้งแล้ว แต่มันก็
เหมือนกับการโยนหินลงทะเล”
เฮ่อจือหร่านเลิกคิ้ว “หรือว่าจดหมายของพวกเจ้าส่งไปไม่
ส าเร็จ?”
หลานเอ๋อร์ส่ายหน้า “ทั้งหมดมีสิบกว่าฉบับ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะ
ไม่มีสักฉบับที่ส่งถึงองค์จักรพรรดิ”
เฮ่อจือหร่านยิ่งงุนงงมากขึ้น “หรือว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่คิดสนใจ
กระทั่งชีวิตของธิดาแท้ ๆ ?”
มาถึงตอนนี้ หลานเอ๋อร์ก็ไม่จ าเป็นต้องปิดบังอีก
“พวกเราเติบโตมาในวังพร้อมกับองค์หญิงตั้งแต่เด็ก เราได้เห็น
ความเย็นชาและไร้น ้าใจของคนในราชวงศ์มาแล้ว”
“ลูกสาวที่ถูกส่งไปแต่งงานเพื่อรักษาบัลลังก์ ใครจะสนใจชีวิต
ความเป็นความตายของนางกัน?”
“แม้แต่องค์จักรพรรดินีก็ไม่สนใจหรือ?” เฮ่อจือหร่านยิ่งสับสน
มากขึ้น
หลานเอ๋อร์หัวเราะเยาะ “องค์จักรพรรดินีทุ่มเทความสนใจไปที่
องค์ชายหนานเหิงทั้งหมด เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ยินข่าวว่าองค์ชาย
หนานเหิงหายตัวไป พระนางจะมีเวลาที่ไหนมาสนใจว่าองค์หญิงจะ
ทุกข์ทรมานหรือไม่”
เฮ่อจือหร่าน “…”
เอาล่ะ!
เป็นเพราะนางอยู่ในบ้านสกุลโม่ที่มีความกลมเกลียวกันมานาน
จนหลงลืมความเฉยเมยในหมู่ราชวงศ์ไปเสียสนิท
“แม้แต่จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ไม่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้
องค์หญิงสี่ แล้วจักรพรรดิองค์ต่อไปจะไม่สนใจเหมือนกันหรือ?”
จักรพรรดิองค์ต่อไป?
หลานเอ๋อร์ไม่เคยคิดไปไกลขนาดนั้น
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านพอพูดออกมา นางจึงจ าเป็นต้องครุ่นคิดอย่าง
ลึกซึ้ง
ในราชวงศ์ต้าซุ่น มีรัชทายาทเพียงสองพระองค์ที่มีโอกาสสืบ
ราชบัลลังก์ นั่นคือองค์ชายหนานเหิงและองค์ชายหนานฉี
ตอนนี้องค์ชายหนานเหิงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จึงเหลือเพียง
องค์ชายหนานฉีเท่านั้น
องค์ชายหนานเหิงถูกองค์จักรพรรดินีปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้
สนใจแค่ราชบัลลังก์เท่านั้น เขาไม่มีความรักใคร่ต่อน้องสาวร่วม
มารดาเลย ถึงขนาดรังเกียจองค์หญิงสี่ที่เป็นสตรีว่าไม่สามารถช่วย
เขาแย่งชิงราชบัลลังก์มาได้
แต่องค์ชายหนานฉีนั้นต่างออกไป เขาสุภาพอ่อนโยนมาตั้งแต่
เด็ก และให้ความเคารพต่อองค์หญิงสี่ผู้เป็นพี่สาวมาก
เขาถึงกับยื่นมือช่วยเหลือเวลาองค์หญิงสี่ถูกคนรังแก
หากองค์ชายหนานฉีได้ขึ้นครองราชย์ เขาจะช่วยเรียกร้องความ
ยุติธรรมให้องค์หญิงหรือไม่?
คิดถึงตรงนี้ หลานเอ๋อร์ก็เริ่มเห็นความหวังอันริบหรี่
“แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าองค์ชายหนานฉีจะได้ขึ้นครองราชย์
เมื่อไหร่”
ได้ยินนางพูดเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าค าพูดของตนใช้ได้ผล
“มีค ากล่าวว่าแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ยิ่งไปกว่านั้น ต้าซุ่นกับ
หนานเจียงก็ท าสงครามกันอยู่บ่อย ๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หนานเจียงจะถูก
ต้าซุ่นพิชิตอย่างราบคาบ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเจ้าเผากระดาษเงิน
กระดาษทองบอกข่าวนี้กับองค์หญิง ยิ่งจะไม่เป็นการปลอบประโลม
ดวงวิญญาณขององค์หญิงหรอกหรือ?”
หลานเอ๋อร์ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าค าพูดนี้มีเหตุผล ถ้านางตาย
เรื่องราวที่องค์หญิงประสบในจวนรัชทายาทหนานเจียงก็จะไม่มีวันถูก
เปิดเผย นางต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี หาโอกาสจุดธูปบอกกล่าวการแก้
แค้นให้องค์หญิงทราบ
“ฮูหยินเก้า ขอบคุณส าหรับค าเตือนของท่าน หลานเอ๋อร์ยินดี
รับใช้อยู่ข้างกายท่าน ชาตินี้ขอเพียงรอวันที่รัชทายาทหนานเจียงล่ม
สลาย แล้วน าข่าวนี้ไปบอกองค์หญิง ชีวิตของหลานเอ๋อร์ก็ไม่มีอะไร
ให้เสียดายแล้ว”
ขณะหลานเอ๋อร์พูด นางก็คุกเข่าลงตรงหน้าเฮ่อจือหร่านแล้ว
เห็นได้ชัดว่าอวี่เอ๋อร์เป็นคนที่ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเอง
โดยพื้นฐานแล้วไม่ว่าหลานเอ๋อร์พูดอะไร นางก็จะคิดว่าสิ่งนั้น
สมเหตุสมผล
ดังนั้น เมื่อหลานเอ๋อร์คุกเข่าลง นางก็คุกเข่าตามด้วย
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รีบพยุงพวกนางขึ้นมา นางต้องการพาพวก
นางไปซีเป่ย จึงต้องพูดเรื่องที่ไม่น่าฟังให้ชัดเจนก่อน
“พวกเจ้าคงได้ยินเรื่องที่สกุลโม่ถูกยึดทรัพย์และเนรเทศแล้ว
ตอนนั้นสกุลโม่มีบุรุษรอดชีวิตเพียงคนเดียว นั่นก็คือสามีของข้า โม่
จิ่วเยี่ย”
นางพูดพลางมองไปยังสองคนบนเตียงที่ยังคงอยู่ในสภาพหมด
สติ
“ที่วันนี้พวกเราแอบเข้ามาในจวนรัชทายาทและช่วยพี่เจ็ด
ออกมาได้ส าเร็จ เรื่องนี้คงปิดบังไม่ได้นาน แต่ข้าหวังว่าข่าวนี้จะไม่
รั่วไหลออกไปจากปากของพวกเจ้า”
หลานเอ๋อร์รีบรับปาก “ฮูหยินเก้าวางใจได้ หลานเอ๋อร์ขอสาบาน
ว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนเด็ดขาด”
เพื่อรักษาคนคนนี้ไว้ องค์หญิงถึงกับยอมสละชีวิตตนเอง แม้จะ
เป็นเพราะเห็นแก่องค์หญิง แต่นางก็ต้องช่วยสกุลโม่ปกปิดเรื่องนี้
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางจริงใจของนาง จึงพูดต่อว่า “ตอนนี้พวก
เราอาศัยอยู่ในชนบทของซีเป่ย ถ้าพวกเจ้าทนชีวิตล าบากแบบนี้
ไม่ได้ ข้าก็จะไม่บังคับให้พวกเจ้าไปอยู่ด้วย อีกอย่าง ที่บ้านเราไม่
เลี้ยงคนเกียจคร้าน อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย แม้แต่แม่สามีและพี่สะใภ้
ของข้าเองก็ต้องท างานทุกวัน”
เฮ่อจือหร่านเป็นห่วงว่าแม้องค์หญิงสี่จะไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ก็
ยังเป็นถึงองค์หญิงของแคว้น สาวใช้ที่สามารถติดตามนางไปยัง
หนานเจียงได้ต้องเป็นสาวใช้ในวังระดับสูงแน่
ตามความเข้าใจของนาง สาวใช้ในวังระดับสูงแทบไม่ต้องท างาน
อะไรเลย แค่ช่วยดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจ าวันของเจ้านาย
ก็พอแล้ว
นางหวังดีพานางสองคนกลับไป แต่ถ้าพาคนที่ไม่สามารถ
ท างานหนักได้กลับไปด้วย จะยิ่งไม่เป็นการสร้างภาระหรอกหรือ?