ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 298 ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างข้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 298 ขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างข้า
ต่อจากนั้น หูชงก็เล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาให้เมิ่งไห่หนิงฟัง
อย่างละเอียด
เมิ่งไห่หนิงฟังจบก็เคาะไม้เสียงดังลั่น
“พวกคนในอู่เดินเรือไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา!”
ส าหรับเรื่องของหูชง เมิ่งไห่หนิงไม่คิดจะซักถามมากนัก เพราะ
หลักฐานที่เขามีอยู่ในมือนั้นมีหลายอย่างที่คล้ายคลึงและเป็น
หลักฐานที่แน่ชัดแล้ว
เรื่องของหูชงสามารถจัดการพร้อมกับหลักฐานที่เขารวบรวมมา
ได้
เมิ่งไห่หนิงสั่งให้เจ้าหน้าที่เรียกโม่ชูหานมา เนื่องจากได้ยินมาว่า
เจ้าของอู่เดินเรือเป็นยอดฝีมือ หากส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้แค่วิชาหมัดมวย
ไปก็อาจจะเสียเปรียบ
ไม่นานนัก โม่ชูหานที่ก าลังลาดตระเวนอยู่ข้างนอกก็ถูกเชิญ
กลับมา
ต่อหน้าสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย เมิ่งไห่หนิงออกค าสั่งให้โม่ชูหานน า
ก าลังเจ้าหน้าที่ยี่สิบนายไปยังอู่เดินเรือ และต้องจับกุมเจ้าของอู่
เดินเรือให้ได้
โม่ชูหานน าคนออกไปแล้ว สิ่งที่เมิ่งไห่หนิงต้องท าตอนนี้คือการ
รอคอย
เขาทักทายโม่จิ่วเยี่ยกับภรรยาและหูชง แล้วชวนพวกเขาไปคุย
กันในห้องด้านหลัง สั่งให้คนน าน ้าร้อนมาให้หูชงช าระล้างร่างกาย
และหาเสื้อผ้าสะอาด ๆ มาให้เขาเปลี่ยน
เมื่อหูชงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและกลับมาก็ดูราวกับเป็นคนละคน
บุคลิกของนักปราชญ์ปรากฏเด่นชัด
เมิ่งไห่หนิงถามอย่างเป็นกันเอง “ท่านหูไม่ต้องร้อนใจ หลังจาก
จับกุมคนของอู่เดินเรือได้แล้ว ข้าจะท าลายสัญญาขายตัวของท่าน
และจะชดเชยให้ท่านตามสมควรด้วยทรัพย์สินที่ยึดมา”
หูชงยืนขึ้น ค้อมตัวค านับด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณท่านที่
ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างข้า”
เมิ่งไห่หนิงโบกมือ บอกให้เขาไม่ต้องเกรงใจ
โม่จิ่วเยี่ยก็เป็นห่วงสถานการณ์ของหูชง “พี่หู บ้านของท่านถูก
ไฟไหม้ไปแล้ว ตอนนี้มีที่พักที่เหมาะสมหรือไม่?”
หูชงส่ายหน้าจนปัญญา “ข้าไม่อยากกลับไปที่หมู่บ้าน
ชาวประมงแล้ว และไม่อยากจับปลาด้วย สู้ไปหาหมู่บ้านอื่นอยู่แล้ว
เป็นชาวนาเต็มตัวจะดีกว่า”
ได้ยินว่าหูชงอยากเป็นชาวนา เฮ่อจือหร่านก็เกิดความคิด
บางอย่าง
นางเคยได้ฟังโม่จิ่วเยี่ยบอกว่าสามารถเรียกหูชงว่าเป็นช่างฝีมือ
ชั้นหนึ่งของต้าซุ่นได้ เพียงแต่เขาเป็นคนถ่อมตัวมาก หลังจากมาถึง
ซีเป่ยก็ไม่เคยแสดงความสามารถของตัวเองออกไป
คนที่มีความสามารถเช่นนี้ ไม่ใช่แค่ในยุคโบราณ แม้แต่ในยุค
ปัจจุบันก็ถือว่าเป็นวิศวกรชั้นน าเลยทีเดียว
นางกับโม่จิ่วเยี่ยซื้อบ้านร้างและที่ดินในหมู่บ้านซีหลิ่งไว้มากมาย
นอกจากต้องการจะสร้างบ้านให้ครอบครัวได้อยู่อาศัยแล้ว ยังอยาก
สร้างโรงผลิตเล็ก ๆ ด้วย
การผลิตในโรงผลิตจ าเป็นต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัย แม้ว่านางจะ
สามารถซื้อเครื่องมือเหล่านั้นได้จากแอปเถาเป่า แต่ก็ไม่สามารถ
เปิดเผยได้
หากมีหูชงอยู่ทุกอย่างก็จะต่างออกไป นางสามารถเขียนแบบ
แปลนบางอย่าง แล้วขอให้หูชงช่วยสร้าง ด้วยวิธีนี้ก็จะสามารถใช้
งานได้อย่างถูกต้อง แก้ปัญหาของนางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ นางรู้สึกว่าหูชงเป็นคนที่มีความสามารถสูงมาก การ
ที่เขาถูกละเลยไปเช่นนี้ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
“ในเมื่อพี่หูไม่คิดจะกลับหมู่บ้านชาวประมง เช่นนั้นท่านคิดจะไป
อยู่ที่หมู่บ้านซีหลิ่ง เป็นเพื่อนบ้านกับคนสกุลโม่หรือไม่? พวกเราล้วน
มาจากเมืองหลวงด้วยกัน อยู่ใกล้กันก็จะได้ช่วยเหลือกันได้”
โม่จิ่วเยี่ยมองความคิดของภรรยาตนออก จึงช่วยพูดโน้มน้าวว่า
“ชาวบ้านในหมู่บ้านซีหลิ่งล้วนเป็นคนซื่อ อีกทั้งที่นั่นยังมีที่ดินท ากิน
มากมาย พวกเราก็ก าลังจะสร้างบ้านพอดี ถ้าพี่หูไม่รังเกียจก็
สามารถสร้างอยู่ด้วยกันได้”
หลังจากหูชงถูกคนของอู่เดินเรือจับตัวไป เขาก็เคยท้อแท้และ
สิ้นหวัง คิดว่าชีวิตนี้คงจบลงเช่นนี้แล้ว
ไม่คิดว่าเมื่อเขาหนีออกมาจากอู่เดินเรือ จะได้รับการช่วยเหลือ
จากโม่จิ่วเยี่ย เมื่อครู่ที่พูดถึงแผนการในอนาคตของเขา ก็เป็นเพียง
ความคิดชั่วขณะเท่านั้น ยังไม่ได้วางแผนอย่างละเอียดอะไร
อีกทั้งเขาไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหรียญเดียว ตอนนี้แม้แต่ที่พัก
อาศัยก็ยังไม่มี
หากค าพูดของท่านนายอ าเภอเป็นความจริง เขาอาจได้รับ
ค่าชดเชยส่วนหนึ่งจากอู่เดินเรือ ถึงตอนนั้น เขาก็สามารถจะไปอยู่
ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านซีหลิ่งและบ้านสกุลโม่ได้
“เรื่องนี้ข้าไม่มีความเห็นอะไร แต่ว่า…”
ขณะเอ่ย หูชงมองไปทางเมิ่งไห่หนิงโดยไม่รู้ตัว หวังว่าจะได้รับ
การยืนยันจากเขาว่าตนเองจะได้รับค่าชดเชยจากอู่เดินเรือจริง
หรือไม่
ใครจะรู้ว่าเมิ่งไห่หนิงไม่ได้มองเขา แต่กลับจ้องน ้าชาในมืออย่าง
เหม่อลอย
แม้หูชงจะไม่ถาม โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจสถานการณ์ของเขาได้
ชัดเจน
“พี่หูไม่ต้องกังวลไป ข้าสามารถให้ท่านหยิบยืมเงินไปก่อนได้ ให้
ท่านมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านซีหลิ่ง”
หูชงไม่มีเงินติดตัวแม้แต่น้อย ตอนนี้จึงไม่ใช่เวลาที่จะท าตัวสูงส่ง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไม่เกรงใจคุณชายเก้าแล้ว หากโชคดี
ได้รับค่าชดเชยจากอู่เดินเรือ ข้าก็จะคืนเงินให้ทันที่ แต่ถ้าไม่ได้ ข้าก็
มีฝีมือติดตัวอยู่บ้าง ขอข้าเวลาสักหน่อย รับรองว่าจะคืนเงินให้ท่าน
ได้แน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านถือครองทรัพย์สินของท้องพระคลังอยู่
ในมือ แล้วพวกเขาจะสนใจเงินจ านวนเล็กน้อยนี้ท าไมกัน?
ที่พวกเขายินดีช่วยเหลือหูชงนั้นเป็นเพราะเห็นแก่ฝีมือและ
คุณธรรมของเขา
อาจกล่าวได้ว่าคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้ขาดไม่ได้เลย
“พี่หูไม่ต้องคิดมาก ท่านสามารถไปตั้งรกรากที่หมู่บ้านซีหลิ่งได้
เลย”
หลังจัดการเรื่องของหูชงเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็พูดคุยกันตาม
สบาย
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม เฮ่อจือหร่านเริ่มรู้สึกนั่งไม่ติดแล้ว
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก ถึงขั้นลืม
เคาะประตูด้วยความร้อนใจ
“แย่แล้วขอรับใต้เท้า เจ้าของอู่เดินเรือใช้พิษได้ เมื่อครู่ตอนที่
หัวหน้าน าพวกเราไปจับกุม ยังไม่ทันได้เข้าไป คนที่อยู่ข้างหน้าก็ล้ม
ลงเพราะพิษไปแล้วขอรับ”
เมิ่งไห่หนิงได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นทันที่
“อะไรนะ? เจ้าว่าเจ้าของอู่เดินเรือใช้พิษได้ แล้วคนของเราเป็น
อย่างไรบ้าง?” ตอนนี้สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือชีวิตของพวกลูกน้อง
เจ้าหน้าที่เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วรายงานต่อ “พี่น้องที่เดิน
น าหน้าหมดสติไปหลายคนแล้ว หัวหน้าก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
ขอรับ”
คราวนี้เป็นตาโม่จิ่วเยี่ยที่สงบนิ่งไม่ได้แล้ว
พี่แปดเพิ่งรอดตายมาหวุดหวิด ไม่อาจถูกพวกคนชั่วท าร้ายได้
อีก
ยิ่งไปกว่านั้น เขากับเฮ่อจือหร่านต่างมีความเห็นตรงกันว่า อู่
เดินเรืออาจเป็นเพียงอันธพาลท้องถิ่นส าหรับเมืองอวิ่น ส่วนใหญ่เป็น
พวกนักเลงทั่วไป
อย่างไรก็ตาม คนที่รู้จักใช้ยาพิษและกล้าใช้มันกับพวก
เจ้าหน้าที่ทางการ คงไม่ใช่นักเลงธรรมดาแน่
จากการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างลงความเห็นว่า
เจ้าของอู่เดินเรือนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ด้วยสถานการณ์เร่งด่วน โม่จิ่วเยี่ยจึงลุกขึ้นพูดกับเมิ่งไห่หนิง
“น้องชายเมิ่ง ข้าจะไปดูสถานการณ์ตอนนี้ก่อน”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่แปด แต่
เขาไม่รู้เรื่องยาพิษ การบุ่มบ่ามจะไปดูเช่นนี้อาจเสียเปรียบได้
นางลุกขึ้นตาม “ท่านพี่ ท่านพาข้าไปด้วยนะ”
เฮ่อจือหร่านพูดด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
แต่ครั้งนี้โม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร
“ไม่ได้ ตอนนี้เจ้าก าลังตั้งครรภ์ ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าไปเสี่ยง
อันตรายได้”
เฮ่อจือหร่านมองหน้าท้องของตัวเอง ตอนนี้นางไม่ควรท าอะไร
เกินตัวจริง ๆ
คิดไปคิดมา นางก็เดินออกจากประตูใหญ่ของที่ว่าการพร้อมกับ
โม่จิ่วเยี่ย
ในมุมอาคารซึ่งไม่มีใคร นางมอบหน้ากากป้องกันพิษแบบ
ล่องหนให้โม่จิ่วเยี่ย
สิ่งนี้เป็นของที่ใช้แล้วทิ้งและบางมาก เป็นอุปกรณ์ทางทหารที่
เก็บไว้ในห้องพยาบาลของนาง นางเคยใช้มันตอนที่ าภารกิจ เพื่อ
ป้องกันไม่ให้สูดพิษเข้าสู่ร่างกาย