ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 341 ค้นหาสัตว์เลี้ยง ส่งไปยังจวนอ๋องเก้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 341 ค้นหาสัตว์เลี้ยง ส่งไปยังจวนอ๋องเก้า
สามวันมานี้ โม่จิ่วเยี่ยพยายามจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านให้
เรียบร้อย
เช้าวันต่อมา สามพี่น้องตื่นก่อนฟ้าสาง แต่งตัวเตรียมพร้อมออก
เดินทาง
ทั้งสามคนขึ้นขี่ม้าพันธุ์ดีที่เฮ่อจือหร่านเลี้ยงไว้ในพื้นที่มิติ จับ
บังเหียนแล้วควบม้าออกไป
การจากไปของโม่จิ่วเยี่ยในครั้งนี้ ท าให้เฮ่อจือหร่านต้องลงมือ
ท าเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเองหลายอย่าง
เช่น การพูดคุยกับหูชงเกี่ยวกับรายละเอียดบางอย่างของบ้าน
และเครื่องเรือน รวมถึงการเติบโตของพืชผลที่นางต้องคอยดูแล
การกระท าของเฮ่อจือหร่านท าให้แม่สามีเป็นกังวลมาก
ฮูหยินผู้เฒ่าจึงสั่งให้หลานเอ๋อร์มาอยู่เป็นเพื่อนนางทุกวัน
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าหากนางไม่ยอมให้หลานเอ๋อร์มาอยู่เป็นเพื่อน
ฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่สบายใจ จึงต้องจ าใจยอมรับ
แม้ว่านางจะรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่มีปัญหา แต่ใครจะรู้ได้
ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือไม่
หลานเอ๋อร์นั้นเป็นคนละเอียดลออและช่างสังเกต นางอยู่เคียง
ข้างเฮ่อจือหร่านเช่นนี้ก็ดีแล้ว
เวลาผ่านไปทีละน้อย พริบตาเดียวพวกโม่จิ่วเยี่ยก็ออกจากเมือ
งอวิ่นมาครึ่งเดือนแล้ว
พวกเขาเดินทางด้วยความเร่งรีบ หากไม่มีเรื่องผิดพลาดอะไร
ตอนนี้พวกเขาน่าจะถึงเมืองหลวงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะราบรื่นดี
หรือไม่
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะยุ่งอยู่กับงานทุกวัน แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน
และอยู่คนเดียว นางก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้
นางอยู่ในพื้นที่มิติ มือข้างหนึ่งลูบหัวกลม ๆ และนุ่มฟูของข้าว
ปั้นน้อย ส่วนมืออีกข้างวางอยู่บนท้องของตัวเองที่ก าลังขยายใหญ่
พลางพึมพ า
“ลูกรัก เจ้าว่าพวกท่านพ่อจะเดินทางถึงเมืองหลวงเรียบร้อยแล้ว
หรือยัง”
คราวนี้ ผู้ที่ตอบนางได้มีเพียงข้าวปั้นน้อยเท่านั้น
“อือ…”
“หวังว่าพวกเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
“อือ…”
……
เมืองหลวง
ตรอกหย่งอัน
เวลาโพล้เพล้
สามพี่น้องสกุลโม่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“น้องเก้า นี่น่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ชาวหนานเจียงพูดถึง”
“เช่นนั้น ด้านหน้านี้ก็คือบ้านที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่”
ฟังพี่ชายทั้งสองวิเคราะห์แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ตอบสนอง
เพราะเขาสัมผัสได้ว่าภายในกรงที่ถืออยู่ เสี่ยวไป๋ก าลังเดินไปมา
ด้วยความหวาดกลัว
เขาเปิดผ้าสีด าที่คลุมกรงออก แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเบา “เสี่ยว
ไป๋ เจ้าพบอะไรหรือไม่”
เสี่ยวไป๋ค่อย ๆ กระพือปีกสองครั้ง ก่อนจะส่งเสียงร้องแผ่วเบา
จากการเรียนรู้กับเสี่ยวไป๋ โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่ามันก าลังยืนยันค าพูด
ของมัน
ก่อนเข้าเมืองหลวง โม่จิ่วเยี่ยได้น าเอาถุงผ้าที่ยึดมาจากชาว
หนานเจียงให้เสี่ยวไป๋ดม และบอกมันว่าหากพบกลิ่นแบบนี้เมื่อไหร่
ต้องเตือนเขา
การกระท าเมื่อครู่ของเสี่ยวไป๋ชัดเจนมาก มันก าลังเตือนเขาว่า
บริเวณใกล้เคียงนี้อาจมีกลิ่นแบบเดียวกัน
โม่จิ่วเยี่ยมองไปรอบ ๆ ในที่สุดสายตาก็หยุดอยู่ที่ต าแหน่งไม่
สะดุดตาบนยอดไม้
อาศัยเพียงแสงจันทร์ ก็พอจะมองเห็นว่าตรงนั้นมีรังนกอยู่รังหนึ่ง
หากเป็นคนช่างสังเกตจะต้องพบว่ารังนกนี้มีความผิดปกติ
รังนกตามปกติล้วนสร้างอยู่บนล าต้นที่แข็งแรงมั่นคง แต่รังนกนี้
กลับอยู่บนปลายกิ่งไม้
โม่จิ่วเยี่ยยื่นกรงนกให้พี่ห้า จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้น
ไปอย่างแผ่วเบา ร่อนลงบนกิ่งที่อยู่ใกล้กับรังนกที่สุด
เขาไม่ได้ผลีผลามไปเอารังนกลงมา เพราะไม่แน่ใจว่าปรมาจารย์
ซือเหมิงจะมาหรือไม่ หากขยับสิ่งของตรงนี้ อาจท าให้ฝ่ายตรงข้าม
เกิดความสงสัยได้
เขาเพียงลองเคลื่อนไหวไปทางรังนก พยายามท าให้ตัวเอง
มองเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทว่าสุดท้ายเวลาก็ยังเป็นยามราตรี ภายในรังนกนั้นมืดมิด ถึงแม้
โม่จิ่วเยี่ยจะมีสายตาที่ดีเพียงใด ก็ไม่อาจมองเห็นภายในได้ชัดเจน
ดังนั้น เขาจึงหยิบไฟฉายขนาดเล็กที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ในอก
เสื้อออกมา
ไฟฉายนี้ไม่ใช่แบบที่ให้แสงสว่างจ้า เมื่อกดปุ่มแล้วจะมีแสงสี
เหลืองนวลออกมา
เหตุผลที่เฮ่อจือหร่านเตรียมไฟฉายแบบนี้ไว้ให้โม่จิ่วเยี่ย
เพราะว่าแสงไฟของไฟฉายนี้ไม่สะดุดตานัก หากมองจากไกล ๆ ก็คง
คิดว่าเป็นเพียงสิ่งของจ าพวกไข่มุกราตรีเม็ดเล็กเท่านั้น
แม้ว่าแสงสว่างจะน้อยนิด แต่ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยมันเพียงพอแล้ว
เขาใช้แสงไฟส่องดูภายในรังนก
ภายในนั้นสะอาดเรียบร้อย แม้แต่ฟางที่ใช้ท ารังก็ยังวางเป็น
ระเบียบ ไร้ร่องรอยสะเปะสะปะ เห็นได้ชัดว่ารังนกนี้ถูกท าขึ้น ไม่ใช่
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยคาดการณ์เอาไว้แล้ว เขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจแต่
อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในความคิดของเขา สิ่งนี้ต้องมีอะไรสักอย่างที่
แปลกประหลาด ถึงแม้ว่าจะท าขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่านกจะไม่มา
อาศัยอยู่ชั่วคราว
ดังนั้นโม่จิ่วเยี่ยจึงลองเข้าไปใกล้รังนกอีกครั้ง ยื่นมือข้างหนึ่งไป
คล าดู
การลูบคล าครั้งนี้ท าให้เขาพบสิ่งใหม่
ด้านบนของรังนกมีชั้นบางอย่างบาง ๆ กั้นอยู่ หากไม่เอื้อมมือ
เข้าไปก็ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
โม่จิ่วเยี่ยสอดมือเข้าไป ก็สัมผัสกับสิ่งที่คล้ายกับกระดาษ
เขาจึงหยิ่งสิ่งนั้นออกมาและใช้ไฟฉายส่องดู
บนนั้นมีเพียงตัวอักษรขนาดเล็กแถวเดียว ‘ค้นหาสัตว์เลี้ยง
ส่งไปยังจวนอ๋องเก้า’
ดวงตาคมดุจน ้าหมึกของโม่จิ่วเยี่ยหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะวาง
กระดาษกลับต าแหน่งเดิมแล้วกระโดดลงจากต้นไม้
“น้องเก้า เป็นอย่างไรบ้าง” พี่เจ็ดถาม
“ภายในรังนกมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง เขียนไว้ว่าค้นหาสัตว์เลี้ยง
ส่งไปยังจวนอ๋องเก้า”
“จวนอ๋องเก้าหรือ”
พี่ห้ากับพี่เจ็ดรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
กล่าวถึงอ๋องเก้า พี่น้องสกุลโม่ต่างคุ้นเคยดี
อ๋องเก้าเป็นท่านอ๋องเพียงคนเดียวของราชวงศ์ต้าซุ่นที่รุ่นราว
คราวเดียวกับจักรพรรดิซุ่นอู่ และยังเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกับ
จักรพรรดิซุ่นอู่อีกด้วย
เดิมทีเขาก็ไม่ต่างอะไรกับองค์ชายหนานรุ่ยในตอนนี้ ที่ไม่เคย
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแก่งแย่งชิงดีในราชส านัก จึงท าให้จักรพรรดิซุ่
นอู่คลายความหวาดระแวงไปได้มาก
พวกเขายังเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จักรพรรดิซุ่นอู่จึงไม่คิด
สังหารเขา แต่ทรงแต่งตั้งให้เป็นท่านอ๋องเก้าและให้อยู่ในเมืองหลวง
ต่อไป
อ๋องเก้ามักเก็บตัวเงียบเชียบ แม้แต่ในยามที่ราชส านักเกิดเรื่อง
วุ่นวาย ก็ไม่ปรากฏตัวให้คนเห็น
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ยังทรงค านึงถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง จึง
พระราชทานเบี้ยหวัดให้อย่างเพียงพอ ท าให้เขาใช้ชีวิตอย่างสุข
สบายมาโดยตลอด
พวกโม่จิ่วเยี่ยลงความเห็นว่าลายมือบนกระดาษแผ่นนั้นต้องเป็น
ของปรมาจารย์ซือเหมิงแน่
สิ่งที่ท าให้พวกพี่น้องต่างไม่คาดคิดคือ อ๋องเก้าที่ไม่เคยแสดง
พิรุธอะไรในยามปกติ กลับมีส่วนเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์ซือเหมิง
ดูท่าราชวงศ์ต้าชุ่นคงต้องเผชิญหน้ากับเรื่องวุ่นวายในอีกไม่ช้า
นี้
เรื่องราวเหล่านี้ส าหรับพี่น้องสกุลโม่แล้วช่างน่าประหลาดใจ
เกินไป แต่แน่นอนว่าพวกเขาก็รู้ดีว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวก
เขาแล้ว
“น้องเก้า พวกเราไปที่จวนอ๋องเก้าเพื่อตามหาคนต่อหรือไม่” พี่
ห้าเอ่ย
แม้ว่าอ๋องเก้าที่ภายนอกดูเหมือนไม่สนใจเรื่องราวทางโลก แต่
อย่างไรเสียเขาก็ยังคงเป็นถึงท่านอ๋อง ในจวนย่อมต้องมีการป้องกัน
เข้มงวด หากต้องการไปตามหาคนที่นั่น ก็จ าเป็นต้องเตรียมการให้
รัดกุม
“การไปจวนอ๋องเก้าเป็นสิ่งที่ต้องท า แต่พวกเราต้องมั่นใจ
เสียก่อน หากเร่งรีบเกินไป จนท าให้เขาไหวตัวทันแล้วหลบหนีไปได้
ก็คงไม่คุ้มค่า” โม่จิ่วเยี่ยวิเคราะห์
พี่หกเห็นด้วย “นั่นสินะ ในเมื่อเราได้เบาะแสมาอย่างยากล าบาก
เช่นนี้แล้ว ก็ต้องหาตัวเขาให้พบให้ได้”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบกลับทันที่ เขามองไปยังกรงที่พี่ห้าถืออยู่
ชายหนุ่มรับกรงมาแล้วเปิดผ้าสีด าที่คลุมออก