ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 373 เจ้าอยากท าอะไรก็ลงมือมาเลย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 373 เจ้าอยากท าอะไรก็ลงมือมาเลย
ในยุคนั้น เขาอาจกล่าวได้ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่
ขุนนางแห่งหนานเจียง ไม่เพียงมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊ แต่ยังมา
จากตระกูลที่โดดเด่น เป็นที่หลงใหลของคุณหนูผู้สูงศักดิ์มากมาย
ผู้คนต่างเรียกเขาว่า คุณชายหน้าหยก เส้าซิน
แต่เขามีเพียงหญิงคนเดียวในใจ นั่นคือหยวนเหมิง องค์หญิง
แห่งหนานเจียงในเวลานั้น หยวนเหมิงไม่เพียงงดงาม แต่ยังฉลาด
เฉลียวและเก่งกาจในด้านการทหาร
เส้าซินรู้สึกว่า ในทั่วทั้งดินแดนหนานเจียง มีเพียงองค์หญิงผู้นี้
เท่านั้นที่คู่ควรกับเขา
หยวนเหมิงก็เช่นกัน นางมองตัวเองสูงส่ง ทั่วทั้งหนานเจียงก็มี
เพียงเส้าซินเท่านั้นที่โดดเด่น
เส้าซินได้รับความโปรดปรานจากองค์หญิง เขาอุทิศทั้งหัวใจ
ให้กับหยวนเหมิง
จนกระทั่งวันหนึ่ง โม่ฉิงปรากฏตัวขึ้น ท าลายความฝันอัน
สวยงามของพวกเขา
นับแต่นั้นเป็นต้นมา หยวนเหมิงไม่เคยปฏิบัติกับเขาเป็นอย่างดี
อีก ทั้งยังขอให้เขาช่วยนางเอาชนะใจโม่ฉิง
เมื่อเผชิญกับค าขอเช่นนี้จากหญิงอันเป็นที่รัก เส้าซินพลันรู้สึก
สิ้นหวัง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้หญิงที่เขารักสมปรารถนา เขาจึงต้องท าใน
สิ่งที่ขัดกับความรู้สึกของตนเอง โดยหวังว่าหยวนเหมิงจะเห็นความ
รักอันมืดบอดของตน และกลับมาหาเขาในที่สุด
ใครจะรู้ว่าหลังจากล้มเหลวหลายครั้ง หยวนเหมิงก็ยังไม่ยอมแพ้
นางกลับยิ่งหลงใหลโม่ฉิงมากขึ้น กระทั่งเขาเองก็กลายเป็นผู้สมรู้
ร่วมคิดในการกระท าที่ผิด
ไม่ว่าจะเป็นความผิดของใคร ท้ายที่สุดหญิงที่รักของเขาก็ตาย
ด้วยน ้ามือของโม่ฉิง
หยวนเหมิงอาจจะไม่รักเขา แต่ขณะนางยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ยังได้
เห็นนางทุกเมื่อเชื่อวัน แต่โม่ฉิงกลับพรากความหวังและความฝัน
ของเขาไปด้วยความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
ดังนั้น ทุกคนในสกุลโม่จะต้องตายตามหญิงสาวอันเป็นที่รักของ
เขา
หลังจากหยวนเหมิงตาย ความหวังทั้งหมดของเส้าซินก็มลาย
หายไป เส้นผมของเขากลายเป็นสีขาวเพียงชั่วข้ามคืน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการแก้แค้นให้หญิงอันเป็นที่รัก เขา
ถึงกับขายทรัพย์สินทั้งหมดในบ้าน เพื่อตามหาอาจารย์มาสอนวิชากู่
ให้แก่เขา
เมื่อครอบครัวรู้ว่าเขาแอบขายทรัพย์สินทั้งหมดไป ก็โกรธจัดถึง
ขั้นตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังต้องจ่ายราคาอันแสนสาหัสเพื่อที่จะ
กลายเป็นผู้ใช้กู่ชั้นยอด
นั่นคือร่างกายที่ไม่สมบูรณ์อีกต่อไป…
เขาไปหาผู้ใช้กู่อันดับหนึ่งแห่งหนานเจียงเพื่อเรียนวิชากู่ โดย
มอบเงินทั้งหมดที่ได้จากการขายทรัพย์สินในครอบครัวให้แก่
อาจารย์
แต่อาจารย์กลับบอกว่า พลังหยางในร่างกายของเขามีมาก
เกินไป โอกาสที่จะกลายเป็นปรมาจารย์ผู้ใช้กู่นั้นมีน้อยมาก
เพื่อแก้แค้นให้หยวนเหมิง เขาจึงตัดสินใจตอนตัวเองเพื่อให้
พลังหยางในร่างกายเจือจางลง
อาจกล่าวได้ว่า เพื่อแก้แค้นให้หญิงที่เขารัก เขาทุ่มเทวางแผน
มาหลายปีและยอมจ่ายราคาที่แสนแพง
เขาเคยสาบานว่าจะพาคนสกุลโม่ทั้งหมดไปสังเวยที่หลุมศพของ
หยวนเหมิงในวันครบวันตายของนาง เพื่อปลอบประโลมดวง
วิญญาณของนางในสรวงสวรรค์
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาค่อย ๆ วางแผนอย่างรอบคอบ
ค านวณทุกย่างก้าวมาจนถึงวันนี้ แต่ไม่คิดว่าจะพลาดพลั้งใน
ช่วงเวลาที่ส าคัญที่สุด
เขาคิดว่าเมื่อจับตัวโม่จิ่วเยี่ยและตามหาโม่จงหยวนที่หายตัวไป
พบ ก็จะสามารถรวมเหล่าบุรุษสกุลโม่ได้ครบถ้วน
ไม่นึกเลยว่าในยามที่ส าคัญที่สุด ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตาม
แผนที่วางไว้ ไม่เพียงจับตัวโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ แม้แต่บุรุษสกุลโม่ที่อยู่ใน
มือเขาก็ทยอยหายตัวไปด้วย
ไม่กี่วันมานี้ นอกจากโม่จิ่วเยี่ยแล้ว ยังมีคนมาปรากฏตัวต่อหน้า
เขาถึงสองคน
เมื่อพิจารณาเช่นนี้ ชายชาวส านักหมึกคนอื่นๆ ที่หายตัวไปก็คง
ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อ
หน้าเขาเท่านั้น
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ความสิ้นหวังก็เข้าครอบง าหัวใจของเขา
ในตอนนี้ เขายอมตาย แต่ไม่ยอมให้คนสกุลโม่ได้มีวันเจอโม่ฉิง
กับลูกชายของเขาอีก
แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้า การที่เขาจะตายนั้นเป็นไปไม่ได้
เลย
ปรมาจารย์ซือเหมิงพยายามควบคุมจิตใจ แล้วถามว่า “พวกเจ้า
ต้องการอะไรกันแน่?”
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ข้าต้องการอะไร จ าเป็นต้องพูดให้
ชัดเจนด้วยหรือ?”
ปรมาจารย์ซือเหมิงหัวเราะเยาะ “หึ ๆ …อย่างไรเสียข้าก็ไม่มีทาง
รอดอยู่แล้ว เจ้าอยากท าอะไรก็ลงมือมาเลย!”
เขาเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถทนต่อการทรมานของอีกฝ่ายได้
ขอเพียงปิดปากให้สนิท ไม่บอกที่อยู่ของโม่ฉิง เขาก็จะสามารถพา
พ่อลูกพวกนั้นลงนรกไปด้วยกันได้
โม่จิ่วเยี่ยคิดไว้แล้วว่าปรมาจารย์ซือเหมิงคงไม่ยอมสารภาพเรื่อง
ที่อยู่ของบิดาและพี่ชายง่าย ๆ แทนที่จะเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับอีก
ฝ่าย ไม่สู้จัดการให้เด็ดขาดไปเสียเลย
คิดได้ดังนั้น เขาจึงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อผงคันออกมา
เขาไม่ได้ท าทีเป็นขู่ โรยผงเหล่านั้นลงบนตัวของปรมาจารย์ซือเหมิง
ทันที่
ปรมาจารย์ซือเหมิงแต่เดิมก็เชี่ยวชาญด้านการใช้พิษอยู่แล้ว
เขาจ ากลิ่นของผงคันนี้ได้ ตอนโม่จิ่วเยี่ยเปิดห่อยา เขาจึงอยากจะ
พูดอะไรบางอย่าง แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้ให้โอกาสเขาเปิดปากแม้แต่
น้อย
ความคันที่ท าให้คนรู้สึกทรมานแผ่ซ่านไปทั่วร่างปรมาจารย์
ซือเหมิงในชั่วพริบตา ท าให้เปล่งเสียงหัวเราะน่าขยะแขยง เขา
พยายามเงยหน้าขึ้นอย่างแรง หมายจะกระแทกกับเพดานรถม้า
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวนก าลังจ้องมองเขาอยู่ พวกเขาจะยอมให้
อีกฝ่ายมีโอกาสนั้นได้อย่างไร?
โม่จงหยวนไม่ลังเล รีบเข้าไปปิดปากปรมาจารย์ซือเหมิง ไม่ให้
เขาได้โอกาสระบายความรู้สึกออกมา
ดวงตาของปรมาจารย์ซือเหมิงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดถึงขั้นมี
น ้าตาไหลออกมา
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จงหยวนต่างก็รู้สึกได้ว่า ในยามนี้ปรมาจารย์
ซือเหมิงอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าตายดีกว่าอยู่
แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยท ากับบุรุษสกุลโม่และเหล่า
ผู้ใต้บังคับบัญชาพวกนั้น ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยของเขา
ในตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยเป็นประกายแดงฉาน เขาหยิบขวดกระเบื้อง
เล็ก ๆ ออกมาอีกครั้ง
นี่ก็เป็นยาที่เฮ่อจือหร่านมอบให้เขา เป็นยาที่สามารถท าให้แผล
เน่าเปื่อยได้
ทว่าเฮ่อจือหร่านได้ปรับปรุงยานี้เล็กน้อย เมื่อเทยาลงบนร่างกาย
มันจะเร่งให้แผลเน่าเปื่อยจนถึงขั้นเห็นกระดูก แต่จะไม่ลุกลาม
ยาชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตของปรมาจารย์ซือเหมิง แต่ก็
สามารถท าให้เขาทรมานจนอยากตายได้เช่นกัน
โดยเฉพาะเมื่อบาดแผลเน่าเปื่อย มันช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยอง
จนไม่อาจมองได้
โม่จิ่วเยี่ยออกแรงกระชากผมสีขาวของปรมาจารย์ซือเหมิง
บังคับให้เขานั่งตัวตรง จากนั้นเทยาลงบนบาดแผลที่ขาของเขา
จากมุมนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
จุดประสงค์ที่เขาท าเช่นนี้ก็เพื่อให้จิ้งจอกเฒ่าได้เห็นกับตา ว่า
เนื้อหนังของตนเองก าลังค่อย ๆ เน่าเปื่อย จนกระทั่งเผยให้เห็นกระดูก
สายตาของปรมาจารย์ซือเหมิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่น่า
เสียดายที่เขาไม่อาจต่อต้าน ได้แต่อดทนต่อความคันทั่วร่างกายและ
ยอมให้ผู้อื่นจัดการตามใจ
โม่จงหยวนก็เห็นเจตนาของของโม่จิ่วเยี่ย จึงก้าวไปข้างหน้าและ
ฉีกกางเกงของปรมาจารย์ซือเหมิงออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นบน
ขาที่พวกเขาสองพี่น้องท าไว้
โม่จิ่วเยี่ยถือขวดยาแกว่งไปมาตรงหน้าปรมาจารย์ซือเหมิง แล้ว
พูดด้วยน ้าเสียงทุ้มลึกว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร?”
แม้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ แต่เขา
สามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้ทรมานเขาอย่างแน่นอน
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เผชิญในสองวันนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงก็รู้สึกกลัว
อย่างแท้จริงแล้ว
เขาอยากจะขอความเมตตา อยากหาข้ออ้างมาหลอกเรื่องที่อยู่
ของโม่ฉิงและบุตรชาย แต่น่าเสียดายที่ปากของเขาถูกปิด ท าให้ไม่
สามารถพูดอะไรได้ ได้แต่จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยความหวาดกลัว
พลางส่งเสียงคร ่าครวญออกมาเป็นชุด
โม่จิ่วเยี่ยมองออกว่านี่คือท่าทีขอความเมตตาของจิ้งจอกเฒ่า
แต่เขาไม่มีความคิดที่จะปล่อยให้ศัตรูของตนเองไป