ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 387 เจ้าเป็นคนหรือผี?
พี่ห้ารับผิดชอบเฝ้าปรมาจารย์ซือเหมิงอยู่ที่เชิงเขา ไม่มี
เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะชายชราใกล้จะสิ้นใจอยู่แล้ว ต่อให้
อยากจะดิ้นรนก็คงท าไม่ไหว
สิ่งเดียวที่ท าให้เขาร้อนใจคือโม่จิ่นเหนียนกับโม่จิ่วเยี่ยขึ้นภูเขา
มาทั้งวันแล้ว ยังไม่มีข่าวคราวอะไรส่งกลับมาเลย ท าให้พี่ห้ารู้สึก
กระสับกระส่าย
ในเวลานี้ ปกติแล้วสมควรเป็นช่วงที่ผู้คนหลับใหล แต่พี่ห้ากลับ
ไม่รู้สึกง่วงงุนเลยสักนิด
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขากังวลว่าเจ้าจิ้งจอกเฒ่าซือเหมิงจะใช้กล
อุบายอะไร แต่สิ่งส าคัญที่สุดคือ เขาก าลังเป็นห่วงความปลอดภัยของ
พี่น้อง
พอได้ยินเสียงฝีเท้าจากบนเขาแว่วมาแต่ไกล โม่จงหยวนก็
เหลือบมองปรมาจารย์ซือเหมิงที่นอนเหมือนสุนัขตาย แล้วกระโดด
ลงจากรถม้า
เมื่อเสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาระบุได้ว่าเสียงฝีเท้านี้ไม่
ได้มาจากคนเพียงสองคน
เขาเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงทุ้มต ่า “ใคร?”
เมื่อได้ยินเสียงของพี่ห้า โม่จิ่วเยี่ยก็รีบตอบกลับทันที่ “พี่ห้า ข้า
เอง”
“น้องเก้า เจ้ากลับมาแล้วหรือ? ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยร้อนใจจะช่วยบิดา ตอนนี้จึงไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก
“พี่ห้า พวกข้าช่วยท่านพ่อกับพี่ชายทั้งสองออกมาแล้ว แต่
อาการของท่านพ่อไม่ค่อยดีนัก พวกเราต้องรีบกลับไปหมู่บ้านซีหลิ่ง
เดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย พี่ห้าจึงเบนสายตาไปยังเงาร่าง
สองร่างที่อยู่ด้านหลังน้องชาย
ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ไข่มุกราตรีก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป พี่
ใหญ่และพี่รองถูกทรมานมาหลายปี รูปร่างของพวกเขาจึงเปลี่ยนไป
มาก ท าให้โม่จงหยวนจดจ าไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ยินค าพูดของน้องเก้า พี่ห้าก็เดาว่าคน
ที่อยู่ด้านหลังน้องชายอาจเป็นท่านพ่อและพี่ชายของพวกเขา
พี่รองที่ก าลังอุ้มบิดาก็เดินมาใกล้โม่จงหยวนแล้ว
“น้องห้า รีบพาพวกข้าไปที่รถม้าเถอะ”
แม้ว่ารูปร่างของพี่รองจะเปลี่ยนไป แต่เสียงของเขากลับไม่ได้
เปลี่ยนไปมากนัก
โม่จงหยวนได้ยินเสียงที่ไม่ได้ยินมานาน ทันใดนั้นน ้าตาก็เอ่อ
คลอ
“พี่รองใช่หรือไม่?”
“เป็นข้าเอง”
พี่ใหญ่เดินเข้ามาเช่นกัน เขาเดินอ้อมโม่จิ่วเยี่ยมาหาโม่จงหยวน
แล้วตบไหล่น้องชายเบา ๆ “น้องห้า ข้าพี่ใหญ่”
“พี่ใหญ่”
แม้โม่จงหยวนยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ของท่านพ่อเป็นอย่างไร แต่
จากน ้าเสียงของน้องเก้าก็รู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วนมาก ดังนั้นเขาจึงไม่มี
เวลาสนใจพี่ชายทั้งสองมากนัก เพียงเอ่ยทักทายสั้น ๆ แล้วน าทาง
คนไปยังรถม้า
เมื่อมาถึงรถม้า พี่ห้าก็ถามขึ้น “น้องเก้า ตอนนี้จัดการจิ้งจอก
เฒ่าได้แล้วใช่หรือไม่”
เมื่อเห็นชายชราที่น่ารังเกียจ พี่ห้าก็รู้สึกหงุดหงิด
บัดนี้น้องเก้าช่วยบิดาและพี่ชายทั้งสองได้ส าเร็จแล้ว ในที่สุดก็ไม่
ต้องมองใบหน้าอันน่ารังเกียจของปรมาจารย์ซือเหมิงทั้งวันอีก
“พี่ห้ารอก่อนเถอะ ตอนนี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะยังมีประโยชน์
อีกหรือไม่”
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดจะเสี่ยง แต่เป็นเพราะสภาพของบิดาน่า
เป็นห่วงเหลือเกิน
และแทนที่จะรีบกลับไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง เขายังอยากลองดูว่า
ปรมาจารย์ซือเหมิงจะสามารถถอนพิษกู่ให้บิดาได้หรือไม่
ขณะเอ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็สาวเท้าไปเปิดประตูรถม้า ลากตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงที่ราวกับสุนัขตายออกมา
ทันใดนั้นเขาหันไปพูดกับพี่รองว่า “พี่รอง ท่านพาท่านพ่อขึ้นรถ
ม้าไปก่อนเถอะ”
พี่รองรู้ดีว่าในตอนนี้ท่านพ่อต้องการสภาพแวดล้อมที่สบายกว่า
เมื่อเทียบกับการอุ้มเขาอยู่ข้างนอก ท่านพ่อจะรู้สึกสบายกว่าเมื่ออยู่
ในรถม้า
ดังนั้นพี่รองจึงพยักหน้าเบา ๆ แล้วอุ้มท่านพ่อเข้าไปข้างใน
พี่ห้าเห็นดังนั้นก็กระโดดตามขึ้นไปด้วย
แม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะอยู่ในรถม้าทุกวัน แต่ด้วยระดับความ
เกลียดชังที่พี่น้องสกุลโม่มีต่อเขา จะยอมให้อีกนอนสบายได้
อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้ ภายในรถม้าจึงโล่งเตียนและแข็งกระด้าง หลังจากพี่
ห้าขึ้นไปก็จัดการปูที่นอน น าผ้าห่มที่วางอยู่ด้านข้างมาปูให้เรียบร้อย
แล้วให้พี่รองค่อย ๆ วางท่านพ่อลงบนนั้น
อีกทั้งเขายังใส่ใจน าน ้ามาให้ พยายามป้อนมันให้บิดาดื่ม
ส่วนนอกรถม้า โม่จิ่วเยี่ยอมน ้าไว้เต็มปากแล้วพ่นใส่หน้า
ปรมาจารย์ซือเหมิงทั้งหมด
จิ้งจอกเฒ่าที่เมื่อครู่ยังรู้สึกมึนงงพลันรู้สึกตื่นตัว
เพิ่งลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นร่างสูงใหญ่ของโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่
ตรงหน้า ท่าทางของเขาเหมือนก าลังประหลาดใจ “เจ้า…เจ้าเป็นคน
หรือผี?”
ปรมาจารย์ซือเหมิงคิดว่าเพียงโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในเนินเขาลูกที่
หกก็จะต้องตายแน่นอน เมื่อเห็นอีกฝ่ายในยามนี้ สิ่งแรกที่คิดคือตัว
เขาเองอาจจะตายไปแล้วด้วย เพื่อพิสูจน์ความคิดนี้ เขาจึงเอ่ยถาม
เช่นนั้น
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา “สิ่งที่เจ้าท ากับสกุลโม่ของข้า เจ้าคิด
ว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าตายง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?”
ความจริงแล้วที่ปรมาจารย์ซือเหมิงถามเช่นนั้น เพราะสมองมึนงง
มานานเกินไป จนท าให้ความคิดสับสนไปบ้าง
เมื่อได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย เขาก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เพราะ
สัมผัสความเจ็บปวดและอ่อนแรงของร่างกายได้อย่างชัดเจน
หากเขาตายจริง ๆ ก็ไม่ควรจะรู้สึกเช่นนี้
“โม่…โม่จิ่วเยี่ย เจ้าสังหารข้าเถอะ!”
ปรมาจารย์ซือเหมิงคิดไม่ออกว่า โม่จิ่วเยี่ยที่เข้าไปในเนินเขาลูก
ที่หกซึ่งเต็มไปด้วยกับดักอันตราย แล้วยังสามารถปลอดภัยกลับมา
ได้อย่างไร
แม้ในใจจะสงสัยเพียงใด แต่เขาก็ไม่กล้าถามออกมา เพราะมัน
จะเป็นการยอมรับว่าเขาจงใจส่งพวกเขาพี่น้องไปตายบนภูเขา
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก าลังเป็นห่วงบิดา จึงไม่มีอารมณ์จะมาเล่นทาย
ปริศนากับจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้
“บอกมา เจ้ามีวิธีถอนพิษหนอนกู่ในร่างของท่านพ่อข้าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินค าถามของโม่จิ่วเยี่ย ปรมาจารย์ซือเหมิงก็รู้สึกใจหาย
วาบ
ตามความคิดของเขา พี่น้องสกุลโม่แม้จะโชคดีหลบหลีกกับดัก
พิษที่ตนวางไว้และเข้าไปข้างในได้ ก็ไม่มีทางรอดชีวิตกลับมา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตามหาโม่ฉิงพบ หากโชคดี อย่างมากก็ได้
พบเพียงบุตรชายคนโตและคนรองของสกุลโม่ กระนั้นพวกเขาก็ต้อง
ตายด้วยน ้ามือของพี่น้องร่วมสายเลือด
แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับถามเขาว่าอะไร?
โม่จิ่วเยี่ยถามเขาว่าสามารถถอนพิษกู่ให้โม่ฉิงได้หรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ช่วยโม่ฉิงออกมาได้ส าเร็จแล้วหรือ?
เครื่องหมายค าถามมากมายปรากฏขึ้นในสมองของปรมาจารย์
ซือเหมิง เพื่อหาค าตอบ เขาไม่ได้ตัดบทสนทนาในทันที่
“กู่ที่อยู่ในร่างของบิดาของเจ้าเป็นของข้าเอง และสิ่งที่ควบคุม
เขาคือกู่คู่กายของข้า กู่ที่อยู่ในร่างของเขา ข้าย่อมสามารถถอนออก
ได้”
ไม่ว่าอย่างไร เขาวางแผนที่จะท าให้โม่จิ่วเยี่ยวางใจก่อน หากมี
โอกาสหลบหนีไปได้ก็จะดีที่สุด แต่ถึงจะหนีไปไม่ได้ เขาก็ยังได้ข้อมูล
บางอย่างมา
หากปรมาจารย์ซือเหมิงลังเลหรือแสดงท่าทีว่าไม่เต็มใจจะช่วย
บิดาของเขา โม่จิ่วเยี่ยอาจจะยังต่อรองกับอีกฝ่ายอีกสักพัก
แต่จิ้งจอกเฒ่ากลับตอบรับอย่างรวดเร็วเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยย่อมคาด
เดาความคิดของเขาออก
จิ้งจอกเฒ่าเพียงต้องการถ่วงเวลา หรือไม่ก็ก าลังคิดหาวิธีชิงกู่คู่
กายคืนจากเขาแล้วฉวยโอกาสหลบหนีไป
เมื่อเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงต้องยอมสละโอกาสช่วยบิดาที่แทบ
เป็นไปไม่ได้นี้
“หากเจ้าคิดจะใช้วิธีนี้เพื่อชิงกู่คู่กายของเจ้าคืน เจ้าก็ควรเลิกล้ม
ความคิดนั้นเสียเถอะ!”
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ ในใจของโม่จิ่วเยี่ย ก็ไม่มีความจ าเป็นที่
จะต้องเก็บปรมาจารย์ซือเหมิงไว้
ปรมาจารย์ซือเหมิงเห็นว่าความคิดของตนถูกมองทะลุปรุโปร่ง
จึงฝืนร่างกายที่อ่อนแอส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ !!!…โม่จิ่วเยี่ย ไม่ใช่ว่าโม่ฉิงก าลังจะทนไม่ไหวแล้ว
หรือ?”
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
…………….