ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 410 บ้านของคุณหนูใหญ่ช่างหรูหราเหลือเกิน
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 410 บ้านของคุณหนูใหญ่ช่างหรูหราเหลือเกิน
หน้าต่างของเรือนหลังเล็กนั้นท าจากแก้ว
มีคนกล่าวว่าแก้วถูกน ามาจากตะวันตกโดยชาวต่างชาติ ถวาย
แด่จักรพรรดิซุ่นอู่ และมีเพียงสองชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้น
เพื่อแสดงถึงความกตัญญู จักรพรรดิซุ่นอู่จึงทรงน าแก้วสองชิ้น
นั้นไปสร้างเรือนหลังเล็กให้กับพระพันปี
ในตอนนั้น ผู้คนมากมายวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างลับ ๆ ถึงมูลค่า
ของแก้วสองชิ้นนั้น สุดท้าย ขันทีชราคนหนึ่งก็กระซิบบอกทุกคนว่า
แก้วสองชิ้นนั้นมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นต าลึง
ตอนนี้เมื่อมองดูบ้านของบุตรสาว หน้าต่างทุกบานท าจากแก้ว
และหน้าต่างแต่ละบานก็ใหญ่กว่าหน้าต่างในเรือนของพระพันปี
หลายเท่า
นี่… นี่มันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน?!
ขณะที่เฮ่อฮูหยินยังคงตกตะลึง นางก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าเชิญเข้าไป
ในห้องโถงหลักเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ ดวงตาของนางยิ่งเบิกกว่างมากขึ้นไปอีก สาวใช้ชราที่
ติดตามมาก็อดอุทานออกมาไม่ได้ “สวรรค์ ฮูหยินเจ้าคะ ที่นี่…ที่นี่คือ
บ้านของคุณหนูใหญ่จริง ๆ หรือเจ้าคะ”
ความจริงแล้ว เฮ่อจือหร่านได้ดัดแปลงห้องหนึ่งในเรือนหลักให้
เป็นห้องรับแขก แม้ข้าวของเครื่องใช้ภายในจะเป็นฝีมือของคนยุค
โบราณ แต่มีรูปแบบที่เน้นไปทางสมัยใหม่
สิ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือกระจกบานใหญ่ที่อยู่ทางด้านซ้ายของ
ห้อง
นอกจากนี้ บนพื้นยังมีกระเบื้องเคลือบลายสวยงามดูหรูหรา เข้า
กันได้ดีกับเครื่องเรือน สมกับค าว่า “หรูหรา” อย่างแท้จริง
แม้ว่าบ้านหลังใหม่ของฮูหยินผู้เฒ่าจะเลือกใช้เครื่องเรือนแบบ
โบราณ แต่นางก็ไม่รู้สึกแปลกหน้ากับการตกแต่งในบ้านของ
บุตรชายเลย
นางรีบก้าวไปข้างหน้าพลางชี้ไปที่เก้าอี้ยาวตรงกลาง
ห้องรับแขกแล้วกล่าวว่า
“แม่สะใภ้เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เชิญนั่งพักก่อนเถอะ พวกท่าน
แม่ลูกคงไม่ได้พบกันนาน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดคุยกัน”
พูดจบ นางก็หันไปบอกกับโม่หานเยี่ย “หานเยี่ย เจ้าไปบอกพวก
พี่สะใภ้กับพี่ชายของเจ้า บ้านเรามีแขกมาเยือน ใครว่างก็ให้มา
ทักทายหน่อย แล้วก็บอกอวี่เอ๋อร์ให้เตรียมอาหารเย็นด้วย”
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
โม่หานเยี่ยออกไป เฮ่อฮูหยินถูกฮูหยินผู้เฒ่าพยุงให้นั่งลงบน
เก้าอี้ยาว
เฮ่อจือหร่านก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยประคองให้นั่งลงข้าง ๆ เฮ่อฮูหยิน
เช่นกัน
ยามนี้เฮ่อฮูหยินหายตกใจแล้ว
นางมองไปทางบุตรสาวแล้วถามว่า “หร่านหร่าน เจ้าบอกแม่
หน่อย หน้าต่างทั้งหมดในบ้านของเจ้าท าจากแก้วหรือ?
แล้วคือกระจกเงาใช่หรือไม่?
แล้วการตกแต่งห้องนี้เล่า?
…
ที่นี่หรูหรายิ่งกว่าวังหลวงเสียอีก ไม่ว่าอย่างไร เฮ่อฮูหยินก็ไม่เชื่อ
ว่าสกุลโม่จะมีก าลังทรัพย์มากมายถึงเพียงนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พวกเขาถูกเนรเทศ จักรพรรดิทรงสั่งริบ
ทรัพย์สินทั้งหมด ไม่อนุญาตให้คนสกุลโม่น าสิ่งของมีค่าใด ๆ ติดตัว
ไป
ครั้งนางกับเฮ่อเยวียนหมิงไปส่งพวกเขาที่ชานเมืองหลวง นาง
เห็นกับตาว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในตอนนั้นก็คือรถเข็นไม้ที่โม่จิ่วเยี่ยนอน
อยู่บนนั้น
สิ่งนี้ท าให้เฮ่อฮูหยินอดสงสัยไม่ได้ว่าสกุลโม่หาเงินมาจากไหน
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่ามารดาต้องมีค าถามมากมายหลังจากเห็นสิ่ง
เหล่านี้
“ท่านแม่ สิ่งที่ใช้ท าหน้าต่างไม่ใช่แก้ว แต่เป็นกระจกที่
ชาวต่างชาติน ามาเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ว่าเมืองอวิ่นอยู่ติดทะเล ท่าเรือที่นั่น
บางครั้งก็มีเรือสินค้าของชาวต่างชาติมาจอด กระจกเหล่านี้ก็ซื้อมา
จากชาวต่างชาติ” เฮ่อจือหรานอธิบาย
“ส่วนกระจกเงากับกระเบื้องพวกนี้ก็มาจากชาวต่างชาติเช่นกัน
เจ้าค่ะ”
ข้ออ้างเรื่องชาวต่างชาตินี้ถูกโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านใช้อย่าง
เต็มที่ จนกระทั่งพวกเขาทั้งสองเองก็เริ่มเชื่อบ้างแล้ว
แต่เฮ่อฮูหยินไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของสกุล
โม่ในปัจจุบัน แม้เฮ่อจือหร่านจะอธิบายได้ละเอียดเพียงใด นางก็
ยังคงสงสัยว่าเงินทองของสกุลโม่มาจากไหน
แต่นางรู้ดีกว่าใครว่าแม้จะเป็นบ้านสามีของบุตรสาวแท้ ๆ นางก็
ไม่ควรเอ่ยปากถามเรื่องเงินทองของผู้อื่น
หากนางอยากรู้จริง ๆ ก็ไม่อาจถามเรื่องนี้กับบุตรสาวต่อหน้าแม่
เขยได้
ในทางกลับกัน ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้รู้สึกว่าสถานการณ์ของสกุล
โม่ตอนนี้มีอะไรที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น
นางมองแววตาความอยากรู้อยากเห็นของเฮ่อฮูหยินออก
“หากจะพูดถึงเหตุที่สกุลโม่สามารถมีชีวิตที่ดีเช่นนี้ได้ ข้าก็ต้อง
ขอบคุณแม่สะใภ้สักหน่อย หากไม่ใช่เพราะท่านยกบุตรสาวที่ดีเช่นนี้
ให้แต่งกับจิ่วเยี่ย อย่าว่าแต่สกุลโม่ของพวกข้าจะไม่มีวันนี้เลย เกรง
ว่าพวกเราคงตายกันหมดตั้งแต่เดินทางเนรเทศแล้ว”
ค าพูดของฮูหยินผู้เฒ่าท าให้เฮ่อฮูหยินยิ่งรู้สึกสับสน
ไม่มีใครรู้จักความสามารถของบุตรสาวดีไปกว่านางผู้เป็นแม่
ถึงแม้แม่เขยอยากจะชมบุตรสาวต่อหน้านาง ก็ไม่จ าเป็นต้องพูด
เกินจริงถึงเพียงนี้กระมัง?
ขณะนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
จากความทรงจ าของเจ้าของร่างเดิมที่นางได้รับมา นอกจาก
ความสนใจในต าราแพทย์แล้ว นางก็ไม่มีทักษะพิเศษอื่นอีก
แต่ตอนนี้แม่สามีพูดไปไกลแล้ว นางเองก็โกหกไม่ได้ด้วย
หากสกุลโม่ไม่มีนาง อย่าว่าแต่จะเดินทางมาถึงซีเป่ยได้อย่าง
ปลอดภัยและได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมีความสุข
เลย เกรงว่าพวกเขาคงต้องตายระหว่างทางก่อนแล้ว
ตอนที่นางก าลังคิดว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี โม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ย
ปาก
“ท่านแม่ยาย หร่านหร่านฉลาดมาก นางบอกข้าว่าตั้งแต่เด็กก็
ชอบอ่านต าราแพทย์ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้แสดงฝีมือในเมืองหลวง
ระหว่างทางถูกเนรเทศ เพื่อจะดูแลทุกคนในที่สุดนางก็ได้แสดง
ความสามารถที่แท้จริงออกมา”
“มารดาของข้าบอกว่าที่สกุลโม่มีวันนี้ได้ก็เพราะหร่านหร่าน
ค าพูดนี้เป็นความจริง นางไม่เพียงมีวิชาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ แต่ยังคิด
วิธีหาเงินได้มากมาย”
“ตอนที่พวกข้าอยู่ระหว่างเดินทาง นางใช้ผ้าขนสัตว์ที่ซื้อมาจาก
ชาวต่างชาติมาท าตุ๊กตาสัตว์ เหล่าหญิงสาวต่างชอบมันมาก ท าให้
พวกเราได้เงินมา ไม่ใช่เพียงส าหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น
แต่ยังเหลือพอที่จะน ามาสร้างตัวที่นี่อีก”
โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่าน เขารู้ว่า
ความสามารถทั้งหมดของนางมาจากที่นั่น
เพื่อไม่ให้เรื่องพื้นที่มิติของภรรยาถูกเปิดเผย เขาจึงพยายาม
อธิบายสุดความสามารถ
เจ้าของร่างเดิมไม่เก่งเรื่องการเย็บปักถักร้อย เฮ่อจือหร่านกังวล
ว่าจะถูกมารดาสงสัย จึงอธิบายต่อว่า
“ท่านแม่ อย่าฟังแม่สามีกับสามีข้าพูดเกินจริงเลย ตอนนั้นข้า
เป็นคนคิดจะหาเงินด้วยการท าตุ๊กตาสัตว์ก็จริง แต่ท่านก็รู้ว่าข้าไม่
เก่งงานฝีมือ คนที่ลงมือท าจริง ๆ คือแม่สามีกับพวกพี่สะใภ้ข้า
ต่างหาก”
แต่เดิมเฮ่อฮูหยินฟังค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยแล้วก็ยังคลางแคลงใจ
อยู่บ้าง เพราะนางรู้ดีที่สุดว่าบุตรสาวของตนไม่เก่งงานฝีมือเช่นนี้
หลังได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น นางก็เข้าใจแล้ว
เฮ่อฮูหยินก าลังจะพูดอะไรบางอย่าง สาวใช้ชราที่ยืนอยู่ข้างหลัง
นางก็เอ่ยขึ้น
“คุณหนูใหญ่ ตุ๊กตาที่ท่านท า มีหลากหลายสีสันและนุ่มฟูใช่
หรือไม่เจ้าคะ?”
เฮ่อจือหร่านไม่กล้ารับรองว่าตุ๊กตานุ่มฟูนั้นจะเป็นฝีมือของคน
สกุลโม่ แต่หากพูดถึงเรื่องสีสันที่หลากหลาย นางย่อมไม่ยอมแพ้
เพราะตุ๊กตาที่สกุลโม่ท าขึ้นนั้นมีสีสันหลากหลายจริง ๆ
เนื่องจากสีย้อมมาจากร้านค้าในเถาเป่า เป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้
เลียนแบบไม่ได้
เฮ่อจือหร่านจึงพยักหน้า “ป้าหลี่พูดถูกต้องแล้ว ตุ๊กตาหลากสีที่
วางขายอยู่ในท้องตลาดมาจากสกุลโม่จริง ๆ”
เห็นเฮ่อจือหร่านยอมรับ ป้าหลี่ยิ้มจนรอยย่นบนใบหน้าปรากฏ
ชัด
“อย่างนี้นี่เอง”
เมื่อเห็นเฮ่อฮูหยินยังคงงุนงงอยู่ ป้าหลี่จึงอธิบายว่า
“ฮูหยินคงไม่ทราบ ตลอดทางที่พวกเรามาซีเป่ย ข้าเห็นร้านค้า
มากมายขายตุ๊กตาและจี้รูปสัตว์ พวกคุณหนูหลายคนต่างพากันแย่ง
กันซื้อ และที่ส าคัญกว่านั้น ราคาของตุ๊กตาแต่ละตัวยังสูงถึงยี่สิบ
ต าลึงเชียวนะเจ้าคะ”