ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 442 คนผู้นี้ก็สามารถส่งตัวให้ทางการได้เลย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 442 คนผู้นี้ก็สามารถส่งตัวให้ทางการได้เลย
แม้ภายนอกโม่จิ่วเยี่ยจะดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับรู้สึกตึงเครียด
ผ่านค าบอกเล่าของเซวียฝาน จุดประสงค์ที่เขามายังซีเป่ยนั้น
แท้จริงแล้วเป็นเพราะสกุลโม่ ซึ่งแตกต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้โดย
สิ้นเชิง
สิ่งที่เขากังวลในตอนนี้คือ ก่อนที่สกุลโม่จะเตรียมพร้อมรับมือ
กับศัตรูภายนอกได้อย่างเต็มที่ เซวียฝานก็ได้สืบทราบข่าวบางอย่าง
ของสกุลโม่เสียแล้ว
หากข่าวเหล่านี้ถูกส่งไปยังเมืองหลวง และจักรพรรดิซุ่นอู่ล่วงรู้
เข้า ย่อมไม่อาจรับประกันได้ว่าฝ่าบาทจะไม่ทรงกระท าการใดที่เป็น
ภัยต่อสกุลโม่
เซวียฝานส่ายหน้าอย่างแรง “หลังจากข้ามาถึงซีเป่ย ข้าก็ยุ่งอยู่
กับเรื่องการเปิดกิจการของจิงเซียนโหลว เพิ่งจะว่างเมื่อไม่นานมานี้
จึงคิดจะใช้เรื่องที่เถ้าแก่ถังจ้างวานฆ่าคนมาบีบให้เจ้าปรากฏตัว แต่
ยังไม่ทันได้ผลอะไร ก็ถูกเจ้าตามหาเจอเสียก่อน ข้าก็ได้แต่ยอมรับ
ชะตากรรม”
ค าพูดของเขานั้นไม่ได้เป็นเท็จแม้แต่น้อย
เซวียฝานนั้นเคยชินกับการท าอะไรตามใจตัวเองมาโดยตลอด
และผู้คนในเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่าสกุลโม่เหลือทายาทชายเพียงคน
เดียวคือโม่จิ่วเยี่ย
เขาก็รู้ดีว่าวรยุทธ์ของโม่จิ่วเยี่ยนั้นเก่งกาจ หากต้องเผชิญหน้า
กันจริง ๆ เขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมแน่นอน
ดังนั้น หลังจากมาถึงซีเป่ยแล้ว เขาจึงไม่ได้ส่งคนออกไป
ปฏิบัติการในทันที่ แต่กลับเปิดจิงเซียนโหลวขึ้นมา
การท าเช่นนี้ นอกจากจะเป็นจุดพักพิงให้เขาและลูกน้องแล้ว ที่
ส าคัญที่สุดคือเพื่อจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาซีเป่ยของเขา
ในขณะเดียวกัน เขาก็หวังว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่คิดอะไรมากมายและ
คิดว่าเขาเพียงแค่ท ากิจการอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม จิงเซียนโหลวมีสาขาทั่วทั้งเหนือใต้ การเปิดสาขา
ในซีเป่ยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ไม่คาดคิดว่า เขากลับประเมินโม่จิ่วเยี่ยต ่าเกินไป คิดว่านักรบ
อย่างเขาคงไม่มีความคิดอะไรมากมาย
ไม่นึกเลยว่า เขาใช้ความคิดอย่างหมดเปลือก แต่ผลลัพธ์กลับ
ถูกค้นพบเร็วขนาดนี้
ไม่เพียงเท่านั้น เกรงว่าชีวิตน้อย ๆ ของเขาคงต้องสูญเสียไปที่นี่
ด้วย
เซวียฝานยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเสียใจ เขาไม่ควรรับงานนี้มาเพียงเพื่อ
ต้องการเอาหน้าต่อหน้าจักรพรรดินีเลย
หากความคิดของเขาถูกรู้โดยโม่จิ่วเยี่ยคงจะต้องหัวเราะออกมา
สักพัก
ตระกูลเซวียไม่มีคนแล้วหรือไร ถึงได้ส่งคนที่ไร้สมองและหลง
ตัวเองเช่นนี้มายังซีเป่ยเพื่อจัดการกับสกุลโม่
ช่างกล้าคิดว่าสกุลโม่ของเขาเป็นคนโง่เสียจริง…
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ยังดีกว่าตระกูลเซวียส่งคนที่เฉลียวฉลาด
มาที่นี่ หากเป็นเช่นนั้นจริง สิ่งแรกที่พวกเขาจะท าเมื่อมาถึงที่นี่คือส่ง
คนไปสืบหาข้อมูลของสกุลโม่
เซวียฝานคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาด และยังใช้เฉินอู่กับหวังหลิน
วางกับดักอีกด้วย
แต่ใครจะรู้ว่ากลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ไม่อาจทนต่อการ
พิจารณาอย่างละเอียดได้
เซวียฝานกลัวว่าโม่จิ่วเยี่ยจะโรยผงยาน่ากลัวนั่นลงบนแผลของ
เขาอีก จึงรีบรับรองว่า “ข้าไม่ได้อะไรเลย เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งข่าวไป
เมืองหลวง เจ้าต้องเชื่อข้า”
ขณะที่เขาพูด ยังจ้องมือของโม่จิ่วเยี่ยอย่างหวาดกลัว กลัวว่า
หากมีอะไรผิดปกติ เขาจะเปิดห่อกระดาษเล็ก ๆ นั่น…
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้น จึงจงใจน าห่อกระดาษเล็ก ๆ มาแกว่ง
ตรงหน้าเขา
“ตระกูลเซวียนอกจากส่งเจ้ามาซีเป่ยแล้ว ยังมีแผนการอื่นใดอีก
หรือไม่”
“ไม่มีแล้ว ข้ามาซีเป่ยก็เพียงแค่หาทางสอบถามที่อยู่ขององค์
ชายหนานเหิงจากเจ้าเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์อื่นใด” เซวียฝานพูด
อย่างรวดเร็ว กลัวว่าหากพูดช้า โม่จิ่วเยี่ยจะมีการกระท าอื่นใดอีก
สิ่งที่ควรถามก็ถามหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่เซวียฝานส่งคนไปจับตัว
ครอบครัวของหวังหลินมาเป็นตัวประกันคุกคามนั้น เป็นเรื่องที่เมิ่ง
ไห่หนิงผู้เป็นขุนนางควรสอบถาม เขาก็ขี้เกียจเสียเวลาพูดคุยกับอีก
ฝ่ายมากไปกว่านี้
โม่จิ่วเยี่ยมองไปทางโม่ชูหาน “พี่แปด คนผู้นี้ก็สามารถส่งตัวให้
ทางการได้เลย”
โม่ชูหานพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
แม้ว่าเขาจะไม่มีความคิดมากมายเหมือนพี่น้องคนอื่น แต่ก็
เข้าใจหลักการหนึ่งอย่างชัดเจน
นั่นคือถึงแม้ว่าเซวียฝานจะถูกส่งไปให้ทางการจัดการ แต่ก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขารอดชีวิตออกไป
เพราะเขารู้เรื่องมากเกินไป หากไม่ใช่เพราะน้องเก้าต้องการ
ข้อมูลส าหรับคดี คงจะจัดการเขาตั้งแต่ตรงนี้แล้ว
การจัดการกับเซวียฝานคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากส าหรับโม่ชูหาน
เพียงแค่ เมิ่งไห่หนิงตัดสินคดีเสร็จ ก็จะถึงเวลาตายของเซวียฝาน
แม่เฒ่าของหวังหลินไปแจ้งความที่เมืองอวิ่น เจ้าหน้าที่ต้องใช้
เวลาสักพักกว่าจะมาถึงเมืองหลวงเพื่อจับคน
พี่น้องสกุลโม่จะไม่มีทางออกจากที่นี่ได้ก่อนที่คนของทางการจะ
มาถึง โม่จิ่วเยี่ยจึงใช้เวลานี้ค้นหาจิงเซียนโหลวทั้งสองแห่งอย่าง
ละเอียด
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับความมั่นใจชั่วคราว
ขณะที่เขาค้นห้องพักของเซวียฝาน เขาพบจดหมายหลายฉบับ
ที่โต้ตอบกับทางเมืองหลวง อยู่ในลิ้นชักโต๊ะหนังสือ
ผู้ที่ติดต่อกับเขาล้วนเป็นบิดาของเขา เซวียจิ้นชวน เนื้อหา
ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการจับกุมโม่จิ่วเยี่ย
ความตั้งใจของเซวียจิ้นชวนคือ ให้เซวียฝานส่งคนไปสืบสวน
สถานการณ์ที่แท้จริงของสกุลโม่หลังจากไปถึงซีเป่ย แล้วจึงวางแผน
จับกุมโม่จิ่วเยี่ย
นอกจากนี้ เซวียจิ้นชวนยังเร่งให้เซวียฝานรายงานสถานการณ์
ที่เขาได้รับรู้ในซีเป่ย
อีกทั้งจากน ้าเสียงในจดหมายของเซวียจิ้นชวน สามารถตัดสิน
ได้ว่า เขาไม่ค่อยไว้วางใจบุตรชายคนนี้เท่าไรนัก จึงคอยเตือนอยู่
ตลอดเวลาให้ฟังค าของตน อย่าท าอะไรตามใจชอบ
จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่า เซวียฝานไม่ได้สืบสวนตามค าก าชับของเซ
วียจิ้นชวน แต่ท าตามความคิดของตัวเอง
การกระท าเช่นนี้ของเขาคงเป็นเพราะร้อนใจอยากสร้างผลงาน
คิดว่าตนเองคิดแผนการดี ๆ ได้ โดยใช้ถังหมิงรุ่ย จ้างวานฆ่าคนเพื่อ
ตัดรายได้ของสกุลโม่ แต่ไม่รู้เลยว่าวิธีการนี้ในสายตาของโม่จิ่วเยี่ย
ช่างน่าขบขันเหลือเกิน
ตระกูลเซวียนี่ก็จริง ๆ ส่งคนไร้สมองเช่นนี้มาท างาน ไม่เพียงแต่
ไม่ส าเร็จ ยังเปิดเผยความคิดออกมาเร็วขนาดนี้…
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแม่ของหวังหลินเคลื่อนไหวช้าเกินไป หรือว่า
ทางเมิ่งไห่หนิงติดธุระจัดการเรื่องอื่นอยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่จากศาลา
กลางเมืองอวิ่น มาถึงเพื่อจับกุมคน เวลาก็ใกล้ค ่าแล้ว
จิงเซียนโหลวกลายเป็นเมืองร้างในทันที่ เรื่องนี้กลายเป็นหัวข้อ
สนทนาของชาวเมืองตลอดบ่าย
ชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า จิงเซียนโหลวไม่มีลูกค้า
กิจการทั้งสองแห่งจึงปิดตัวลงพร้อมกัน ค าพูดนี้บังเอิญไปเข้าหู
เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานปกครองที่เดินผ่านมาพอดี
เจ้าหน้าที่จึงน าเรื่องนี้ไปรายงานต่อท่านเจ้าเมือง
ท่านเจ้าเมืองก็เคยได้ยินมาว่าจิงเซียนโหลวมีผู้หนุนหลังราย
ใหญ่
กิจการที่มีผู้หนุนหลังรายใหญ่จะปิดตัวลงง่าย ๆ แบบนี้ได้
อย่างไร?
แม้ว่าเซวียฝานจะไม่ได้ติดต่อกับท่านเจ้าเมืองเพื่อเปิดจิงเซียน
โหลวที่ซีเป่ย แต่ท่านเจ้าเมืองก็กังวลว่าจิงเซียนโหลวจะประสบปัญหา
ในเขตของตนและท าให้ผู้หนุนหลังรายใหญ่ไม่พอใจ ดังนั้นหลังจาก
ได้ยินเรื่องนี้ เขาก็พาคนมาตรวจสอบเป็นการส่วนตัว
ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกับเมิ่งไห่หนิงที่พาเจ้าหน้าที่มาจับคนพอดี
เจ้าเมืองเป็นหัวหน้าของเมิ่งไห่หนิง เมิ่งไห่หนิงจึงต้องอธิบาย
จุดประสงค์ของการมาที่นี่อย่างชัดเจน
เพราะการที่เขารับผิดชอบคดีนี้ก็เป็นค าสั่งของเจ้าเมือง หากไม่
พูดตอนนี้ เมื่อปิดคดีก็ต้องอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ดี
เจ้าเมืองเพียงแค่คิดว่าเรื่องน้อยดีกว่าเรื่องมาก โดยพิจารณาว่า
ถังหมิงรุ่ยเป็นคนเมืองอวิ่น จึงมอบคดีให้เมิ่งไห่หนิงจัดการ
ไม่คาดคิดว่า เบื้องหลังเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับจิงเซียนโหลวด้วย
ในตอนนี้ เจ้าเมืองรู้สึกโล่งใจอย่างยิ่งที่ตนเองได้ปัดภาระโดย
โยนคดีให้เมิ่งไห่หนิง หากมีหลักฐานชัดเจน คนของจิงเซียนโหลวก็
จะถูกลงโทษ ซึ่งก็เท่ากับเปินการทำให้ผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังไม่พอใจ โดยอ้อม