ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 443 นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด
เพื่อตัดความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ท่านเจ้าเมืองสั่งก าชับเมิ่งไห่หนิง
สองสามประโยค แล้วรีบพาคนของตนจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรง
ว่าจะมีคนรู้เห็นว่าเขามีส่วนร่วมในคดีนี้
เมิ่งไห่หนิงไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดของจิงเซียนโหลว ถึงแม้ว่า
จะรู้ แต่ด้วยนิสัยของเขาก็คงไม่กลัวผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังของร้านแห่ง
นี้
หลังจากสอบถามสถานการณ์บางอย่างจากโม่จิ่วเยี่ยและคนอื่น
ๆ แล้ว เขาก็สั่งให้เจ้าหน้าที่มัดตัวคนของจิงเซียนโหลวทั้งหมดพา
กลับไปเมืองอวิ่น
ในบรรดาคนที่จับได้จากจิงเซียนโหลว นอกจากนักฆ่าคนนั้นกับ
เซวียฝานที่มีวรยุทธ์แล้ว คนที่เหลือก็เป็นเพียงคนที่รู้วิชาต่อสู้
เล็กน้อยเท่านั้น
ตอนนี้ทั้งนักฆ่าและเซวียฝานถูกพี่น้องสกุลโม่ตัดเส้นเอ็นมือเอ็น
เท้าแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะหนีไปจากมือของเมิ่งไห่หนิงได้
พี่น้องสกุลโม่จึงตัดสินใจจากไป
พวกเขาออกมานานพอสมควรแล้ว ที่บ้านคงจะกังวลหากเห็นว่า
พวกเขายังไม่กลับไปเสียที่
ด้วยความทที่เมิ่งไห่หนิงจะน าคนกลับไปสอบสวนในคืนนี้
แน่นอนว่าโม่ชูหานจ าเป็นตามไปที่ที่ว่าการด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีภารกิจที่ยากล าบากอีกอย่าง คือการรอให้
เมิ่งไห่หนิงสอบสวนคดีให้กระจ่างเสียก่อน แล้วเขาจะได้ลงมือจัดการ
กับเซวียฝาน
พี่น้องคนอื่นของสกุลโม่กับพวกเหลียงห่าวรีบเร่งกลับไปยัง
หมู่บ้านซีหลิ่งโดยเร็วที่สุด
ระยะทางจากเมืองมณฑลไปยังหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ใกล้นัก แม้ว่าพี่
น้องจะเร่งรีบเดินทาง แต่เมื่อกลับไปถึงก็มืดค ่าแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นอกจากเฮ่อจือหร่านแล้วก็ยังไม่มี
ใครรู้ ทุกคนคิดเพียงว่าพวกเขาพี่น้องไปท าธุระในเมือง ตอนนี้ทุกคน
จึงทานอาหารเย็นและกลับไปพักผ่อนในเรือนของตัวเอง
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โม่จิ่วเยี่ยตั้งใจจะเรียกทุกคนมา
รวมตัวกันพูดคุย แต่เพราะเวลาดึกเกินไป เขาจึงไม่ได้รบกวนผู้อื่น
และกลับมาที่บ้านของเขากับเฮ่อจือหร่าน
เฮ่อจือหร่านส่งเฮ่อฮูหยินกลับไปพักผ่อนแต่หัวค ่า นางรออยู่ใน
ห้องเพียงล าพัง รอโม่จิ่วเยี่ยกลับมา
เมื่อได้ยินเสียงประตู นางก็ลุกขึ้นยืนทันที่
“ท่านพี่ สถานการณ์ที่เมืองมณฑลเป็นอย่างไรบ้าง”
ขณะเอ่ยถาม นางก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งส่งให้โม่จิ่ว
เยี่ยเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
โม่จิ่วเยี่ยรับผ้าเช็ดหน้ามา แล้วจูงมือเฮ่อจือหร่านมานั่งด้วยกันที่
ขอบเตียง
“หร่านหร่าน วันนี้โชคดีที่เจ้าคิดรอบคอบ ให้พี่หกและคนอื่นไป
ช่วยข้า ซ ้ายังน าผงยาเหล่านั้นมาให้ข้าด้วย…”
โม่จิ่วเยี่ยเช็ดหน้าพลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมืองมณฑลให้
เฮ่อจือหร่านฟังอย่างละเอียด
เฮ่อจือหร่านฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว “การที่พวกเขามาซีเป่ยครั้งนี้ แค่
เริ่มลงมือก็ถูกจับได้เสียแล้ว เขายังไม่ได้ก่อเรื่องอะไรให้สกุลโม่เลย
แต่เรื่องนี้ก็เพียงพอจะบอกว่าพวกคนในเมืองหลวงยังไม่ปล่อยมือกับ
คนสกุลโม่”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ใช่ เป็นเช่นนั้น มีคนมากมายที่มองสกุลโม่
เป็นหนามยอกอก เป็นภัยคุกคามต่อสถานะของพวกเขา ครั้งนี้เป็น
ตระกูลเซวีย ยังไม่มีอะไรต้องกังวล แต่สิ่งที่ข้ากลัวที่สุดก็คือ
จักรพรรดิซุ่นอู่จะรู้เรื่องของสกุลโม่ หากเขาลงมือคงรับมือไม่ง่าย
เหมือนอย่างวันนี้”
นี่ก็เป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านกังวลมากที่สุดเช่นกัน สุดท้ายแล้ว
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็คือกษัตริย์ของแผ่นดิน หากอีกฝ่ายไม่ต้องการให้
ใครมีชีวิตอยู่ก็เพียงประกาศราชโองการเท่านั้น
ยามนี้พวกพี่ห้าท าระเบิดออกมาได้มากแล้ว เหลือแค่หวังว่าพี่
เจ็ดจะน าเหล่าดอีตทหารกลับมาจากหนานเจียงในเร็ววัน
จากนั้นพี่น้องสกุลโม่จะได้ฝึกฝนกองก าลังให้แข็งแกร่งเร็วที่สุด
ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะส่งกองทัพใหญ่มา พวกเขาก็ไม่หวั่น
ใจจะต่อสู้
ค าพูดเหล่านี้เฮ่อจือหร่านแค่คิดอยู่ในใจ ตอนนี้ความเข้าใจกัน
ระหว่างนางกับโม่จิ่วเยี่ย ไม่จ าเป็นต้องพูดออกมา ทั้งสองก็สามารถ
เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดแล้ว
แม้ว่าจะร้อนใจ ทว่าสิ่งที่ท าได้ก็มีเพียงการรอคอย หวังว่าในช่วง
นี้จะไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก
หลังจากทั้งคู่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็
ถามขึ้นว่า “วันนี้น้องชายถังมาหาหรือ?”
“ใช่แล้ว เขาเป็นคนที่ในหัวมีแต่เรื่องการค้า พอเห็นการค้าที่ดี
เช่นนี้ จะไม่มาได้อย่างไร?” พูดถึงถังหมิงรุ่ย เฮ่อจือหร่านก็อดหัวเราะ
ไม่ได้
เขาเป็นคนหลงใหลในการท าการค้าจริง ๆ แม้จะมีส่วนเกี่ยวข้อง
กับคดี แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหาเงิน
เฮ่อจือหร่านหยุดไปชั่วครู่แล้วพูดต่อว่า “วันพรุ่งนี้ถังหมิงรุ่ยจะ
พาคนมาขนแตงโมแต่เช้า คงต้องรบกวนให้ท่านพาคนไปจัดการตื่น
แต่เช้าด้วย หลังจากเรื่องในวันนี้ ข้าตั้งใจจะชะลอเรื่องการท า
เครื่องประดับไปสักระยะ”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อย ถึงจะมีคนหมายตาสกุลโม่ แต่มันก็
ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับการเงิน
“ท าไมเล่า?”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด พี่เจ็ดคงใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก็จะ
กลับมาจากหนานเจียงแล้ว มีคนมากมายเพิ่มเช่นนั้นย่อมต้องมีที่พัก
อาศัย ในหมู่บ้านคงไม่เหมาะ ไม่เพียงสะดุดตาเกินไป แต่ยังไม่สะดวก
ท าการฝึกฝนด้วย แต่เดิมพวกเราตัดสินใจให้พวกเขาอยู่บนภูเขา
ดังนั้น ข้าจึงคิดว่าควรสร้างบ้านบนภูเขาสักหลัง เมื่อพวกเขามาถึงก็
จะได้มีที่อยู่”
พูดถึงเรื่องนี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกล าบากใจอยู่ไม่น้อย
อย่างไรพวกเขาก็ตั้งใจจะให้คนพวกนั้นไม่ได้ออกมาเพ่นพ่าน
ข้างนอก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้พวกเขามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
เหมือนกับเถาหรานและคนอื่น
การสร้างที่พักอาศัยบนภูเขาส าหรับคนหนึ่งพันแปดร้อยคนนั้น
ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
แค่วัสดุที่ใช้ก็มีมากมายแล้ว อีกทั้งการสร้างบ้านยังต้องใช้
แรงงานคนจ านวนมากด้วย
ตามที่กล่าวมา หูชงค่อนข้างช านาญเรื่องนี้ หากพวกเขาบอกไป
อีกฝ่ายจะต้องทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มที่
เพียงแต่เรื่องนี้พวกเขาไม่ต้องการให้ใครรู้นอกจากคนสกุลโม่
และพวกผู้ติดตาม ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงล าบากใจอยู่บ้าง
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้โง่เขลา แต่ความคิดของเขาก็ไม่ได้
ละเอียดอ่อนเท่ากับเฮ่อจือหร่าน เขาเพียงรู้ว่าบนภูเขามีถ ้าอยู่หลาย
แห่ง เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาจากหนานเจียงที่มาถึงสามารถอยู่ที่นั่นได้
ชั่วคราว
แต่เขาไม่ได้คิดว่านั่นคือจ านวนคนหลายพัน แม้ว่าภายในถ ้าจะ
สามารถรองรับผู้คนได้มากมาย แต่หากต้องใช้ชีวิตในที่มืดไร้แสง
สว่างเป็นเวลานาน ใคร ๆ ก็ย่อมเบื่อหน่าย
อีกอย่าง คนเหล่านั้นล้วนเป็นชายชาติทหารที่ปกป้องบ้านเมือง
พวกเขาไม่ควรต้องไปใช้ชีวิตเช่นนั้น
เมื่อได้รับค าเตือนจากเฮ่อจือหร่าน โม่จิ่วเยี่ยก็ตระหนักถึงปัญหา
นี้ได้
ขณะเดียวกันเขาก็ก าลังคิดว่าจะท าอย่างไรให้พี่น้องที่ร่วมเป็น
ตายมาถึงและอยู่อย่างสบายขึ้น
ทันใดนั้น เขาพลันเกิดความคิดขึ้นมา ราวกับว่านึกอะไร
บางอย่างได้
“หร่านหร่าน ข้าเคยเห็นในเถาเป่า ตอนนั้นบังเอิญไปเห็นสิ่งหนึ่ง
เรียกว่า…ใช่แล้ว เรียกว่าบ้านส าเร็จรูปเคลื่อนที่ได้”
โม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็นึกขึ้นได้
ในชาติก่อน สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งมีการติดตั้งบ้าน
เคลื่อนที่แบบนี้
โครงสร้างภายในของบ้านเคลื่อนที่สามารถปรับแต่งได้ตาม
ความต้องการของแขก และการติดตั้งก็ง่ายมาก
“ท่านพี่ เจ้าหมายความว่าจะวางบ้านเคลื่อนที่แบบนี้บนภูเขาให้
เหล่าทหารได้อยู่อาศัยหรือ?”
“เหมือนว่าตอนนี้นี่จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด” โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสนใจมาก
ตอนเห็นบ้านแบบนี้ เขาจึงกดเข้าไปดูอย่างละเอียด
ในความคิดของเขา ตอนนี้ไม่มีอะไรจะเหมาะสมส าหรับให้เหล่า
ทหารอยู่อาศัยไปมากกว่าบ้านเคลื่อนที่นี้อีกแล้ว
“เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องที่มาของมัน เมื่อถึงเวลา ข้าจะจัดการเอง”