ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 496 ท่านพ่อไม่ท าต าแหน่งนั้นก็ไม่เป็นไร!
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 496 ท่านพ่อไม่ท าต าแหน่งนั้นก็ไม่เป็นไร!
เฮ่อฮูหยินเคยพอใจกับชีวิตของนางมาก แต่นับตั้งแต่มาถึงซีเป่ย
นางก็พบว่าตัวเองใช้ชีวิตมาครึ่งหนึ่งแล้ว เพิ่งจะได้สัมผัสถึงความสุข
ของชีวิตอย่างแท้จริง
บางทีชีวิตเช่นนี้จะด ารงอยู่ตลอดไปได้ก็ต่อเมื่ออยู่ที่ซีเป่ยเท่านั้น
ในฐานะบุตรชาย เฮ่อซื่อหมิงย่อมมองออกถึงความคิดบางอย่าง
ของท่านแม่
เรื่องที่เขาพูดในวันนี้ หากท่านแม่ไม่เห็นด้วย นางคงจะคัดค้าน
ไปแล้ว แต่วันนี้ท่านแม่กลับไม่ได้คัดค้านในทันที่ ไม่เพียงเท่านั้น ดู
เหมือนนางจะรับฟังค าพูดของน้องสาวด้วย
สุภาษิตกล่าวว่า ต้องตีเหล็กตอนร้อน เฮ่อซื่อหมิงรู้สึกว่าถึงเวลา
เหมาะสมแล้ว จึงเอ่ยปากขึ้นว่า
“ท่านแม่ ท่านว่าการที่ข้าอยู่ที่ซีเป่ยมีอะไรไม่ดีหรือ? พวกเราก็
สร้างลานบ้านเหมือนกับบ้านของหร่านหร่าน แล้วเลี้ยงสัตว์ปีกและ
ปศุสัตว์บ้าง ไม่เพียงแค่นั้น ข้ายังอยู่ใกล้หร่านหร่าน พวกเราพี่น้อง
ยังได้ดูแลกันอีกด้วย”
เฮ่อฮูหยินจ าต้องยอมรับว่าค าพูดเหล่านี้ของลูกชายล้วนตรงใจ
นาง
“จริง ๆ แล้วแม่ก็อยากอยู่ที่ซีเป่ยเหมือนกัน แต่ว่าพ่อของเจ้า
เขา…”
นางไม่จ าเป็นต้องพูดให้ชัดเจนนัก พี่น้องทั้งสองต่างเข้าใจ
ความหมายของมารดา
“ท่านแม่ ท่านพ่อเคยบอกว่าเมื่อเส้นทางการรับราชการของข้า
มั่นคงและสามารถค ้าจุนตระกูลเฮ่อได้แล้ว ก็ตั้งใจจะลาออกจาก
ราชการกลับบ้านเกิด พาท่านไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาเพื่อใช้ชีวิต
บั้นปลายอย่างสงบสุขยามนี้สถานการณ์ในราชส านักไม่มั่นคง ท่าน
พ่อก็เป็นคนกลาง เช่นนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะท าให้ผู้มีอ านาจบาง
คนไม่พอใจ แทนที่จะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความร้อนรุ่มในเมืองหลวง
สู้ชักชวนท่านให้ลาออกจากต าแหน่งเสียแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า…”
“ดังค ากล่าวที่ว่าไร้ต าแหน่งก็เบาตัว พวกเราทั้งครอบครัวจะได้
ออกห่างจากสถานที่วุ่นวายนั้น ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข อีกอย่างข้าก็มี
วิชารักษาติดตัว แม้ทุกคนจะเรียกข้าว่าหมอต าแยผู้เลื่องลือ นั่นเป็น
เพราะข้าศึกษาวิชาหมอต าแยเป็นหลัก แม้จะเป็นเช่นนั้น ข้าก็ได้
เรียนรู้วิชารักษาด้านอื่น ๆ ด้วย ถึงจะไม่กล้าพูดว่าเชี่ยวชาญ แต่หมอ
ทั่วไปก็ยังเทียบข้าไม่ได้ ในอนาคต ข้าสามารถรับประกันได้ว่าจะท า
ให้ท่านทั้งสองไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง”
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่พูดถูก จักรพรรดิซุ่นอู่เป็นคนโง่เขลา
บุตรชายของเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร ยังมีฝ่ายจักรพรรดินีที่ก่อความ
วุ่นวายในราชส านัก สถานการณ์เช่นนี้ ท่านพ่อไม่ท าต าแหน่งนั้นก็
ไม่เป็นไร!”
ในสายตาของนาง อ านาจและความมั่งคั่งใด ๆ ก็ไม่ส าคัญเท่ากับ
ความปลอดภัยของครอบครัว
ยิ่งไปกว่านั้น นางเข้าใจนิสัยของท่านพ่อดี ท่านเป็นคนซื่อตรง
เกินไป หากเจอเรื่องที่ไม่ชอบใจก็จะท าให้ขัดใจผู้อื่นได้ง่าย
แทนที่จะดิ้นรนเอาชีวิตรอดในราชส านักที่วุ่นวายนั้น ไม่สู้ใช้
ชีวิตอย่างสบายใจในชนบทดีกว่า
แม้ว่าพี่ใหญ่จะไม่สามารถรับประกันชีวิตที่ไร้กังวลของท่านพ่อ
และท่านแม่ในภายภาคหน้าได้ แต่นางสามารถท าให้ทั้งสองท่านไม่
ต้องกังวลเรื่องปากท้องได้อย่างแน่นอน
นางยังมีพื้นที่มิติอันน่าอัศจรรย์นั้นอยู่ เมื่อถึงเวลาก็สามารถซื้อ
ของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ท่านพ่อและท่านแม่คลายเหงาได้ รับรองว่า
ชีวิตในอนาคตของพวกท่านจะไม่รู้สึกน่าเบื่อเลย
“หร่านเอ๋อร์ เจ้าไม่ควรพูดเรื่องเช่นนี้อย่างไม่ระมัดระวัง”
เฮ่อฮูหยินเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว แม้นางจะเห็นด้วยกับค าพูดของ
บุตรสาว แต่การพูดเรื่องที่ในสายตาของนางถือว่าเป็นการกบฏเช่นนี้
ออกมา อาจน ามาซึ่งภัยพิบัติถึงชีวิตได้
“ท่านแม่ ที่นี่ไม่มีคนนอก ข้าเพียงแค่พูดความคิดที่แท้จริงในใจ
ออกมาเท่านั้น หากท่านไม่มีข้อคัดค้าน ข้าตั้งใจว่าอีกไม่กี่วัน
หลังจากจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้ว ข้าจะออกเดินทางไปเมือง
หลวงกับสามี ข้าจะพูดเรื่องเหล่านี้กับท่านพ่อด้วยตัวเอง ส่วนจะเลือก
อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความคิดของท่านเอง ท่านแม่กับพี่ใหญ่ไม่ต้องรีบ
กลับไป รอฟังข่าวจากท่านพ่อก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เฮ่อฮูหยินเปลี่ยนความคิดอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่ยังกังวลว่าจะชวน
สามีของนางลาออกจากต าแหน่งหรือไม่ แต่ตอนนี้ความสนใจของ
นางได้เปลี่ยนไปยังเรื่องที่เฮ่อจือหร่านวางแผนจะเข้าเมืองหลวงแล้ว
“หร่านหร่าน เจ้าจะไปเมืองหลวงหรือ?” เรื่องนี้เกินความ
คาดหมายของนางเหลือเกิน
ทุกคนต่างรู้ดีว่าตัวตนของคนสกุลโม่นั้นอ่อนไหวเพียงใดใน
เมืองหลวง อีกทั้งตอนนี้พวกเขายังมีสถานะเป็นผู้ถูกเนรเทศ ไม่ได้รับ
อนุญาตให้ออกจากเมืองอวิ่น
นางรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยได้ไปเมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ แต่นั่นก็เพราะ
นายอ าเภอเป็นลูกเขยของครอบครัวพวกเขา
คราวนี้กลับกลายเป็นสามีภรรยาทั้งสองที่จะไปเมืองหลวง หากมี
คนที่คิดไม่ดีพบเข้าและแจ้งให้ราชส านักรู้ นั่นอาจน ามาซึ่งภัยพิบัติ
ถึงชีวิตได้
เฮ่อจือหร่านแต่เดิมไม่ได้ตั้งใจจะบอกมารดาเรื่องการไปเมือง
หลวง นางคิดว่าเมื่อมารดาจากเมืองหลวงมานานเช่นนี้ หลังจากบุตร
ครบเดือนก็คงจะจากไป ตอนนั้นนางกับโม่จิ่วเยี่ยก็จะแอบไปเมือง
หลวงอย่างเงียบ ๆ
ใครจะรู้ว่ามารดาและพี่ชายไม่มีแผนจะจากไปเลย เมื่อครู่ดูจาก
ท่าทางของพวกเขา ดูเหมือนจะเกิดความคิดที่จะตั้งรกรากอยู่ที่ซีเป่ย
การที่ญาติทางบ้านเกิดสามารถอาศัยอยู่ที่ซีเป่ยได้เป็นเวลานาน
นางก็ยินดีอย่างจริงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ในราช
ส านักไม่มั่นคง นางก็ไม่อยากให้บิดาเข้าไปพัวพันด้วย
เพียงแต่หากเป็นเช่นนี้ การที่นางกับโม่จิ่วเยี่ยจะจากที่นี่ไปเมือง
หลวง ก็ต้องมีค าอธิบายให้มารดาและพี่ใหญ่
“ท่านแม่ ข้าจะไม่ปิดบังท่าน ตอนนี้สถานการณ์ของสกุลโม่
ไม่ได้ดีอย่างที่เห็นจากภายนอก เรื่องนี้พี่ใหญ่รู้ดีที่สุด จักรพรรดินีรับ
เลี้ยงองค์ชายสี่ แม้ว่าสกุลโม่จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราช
ส านักอีกแล้ว แต่จักรพรรดินีเป็นคนหวาดระแวงอยู่ตลอด นางจะไม่
ปล่อยให้ผู้ที่อาจขัดขวางเส้นทางสู่บัลลังก์ขององค์ชายสี่มีชีวิตอยู่บน
โลกนี้…”
“ข้ากับสามีเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ ก็ตั้งใจจะลงมือก่อน ดังค ากล่าว
ที่ว่า ศัตรูไม่รุกรานเรา เราก็ไม่รุกรานผู้อื่น แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับความ
ปลอดภัยและผลประโยชน์ของสกุลโม่ พวกเราจะอยู่เฉย ๆ ให้คนอื่น
มารังแกไม่ได้”
เฮ่อฮูหยินแม้จะไม่ได้เฉลียวฉลาดและกล้าหาญเท่าฮูหยินผู้เฒ่า
แต่ก็ไม่ใช่สตรีชนบทที่ไม่รู้อะไรเลย
“เหตุผลที่เจ้าพูดมาทั้งหมดนี้ แม่ก็เข้าใจ แม่แค่เป็นห่วงว่าเจ้าจะ
ตกอยู่ในอันตราย”
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าการที่หร่านหร่านกับน้องเขยเข้าเมืองหลวงนั้น
ถูกต้องแล้ว สกุลโม่มีความจงรักภักดีมาตลอด จักรพรรดิเชื่อค าใส่
ร้ายและกล่าวหาพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้ พวกเขามาถึงซีเป่ย
แล้วยังมีคนไม่ต้องการให้ครอบครัวพวกเขาอยู่อย่างสงบสุข การ
เสี่ยงอันตรายก็เป็นสิ่งจ าเป็นยิ่ง การชิงลงมือก่อนก็คือต้องก าจัด
อันตรายทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นให้ตายตั้งแต่อยู่ในเปล”
เฮ่อซื่อหมิงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดที่จะเข้าเมืองหลวงของ
พวกเขา เพียงแต่เขาไม่เห็นด้วยที่น้องสาวผู้บอบบางจะไปด้วย
“หร่านเอ๋อร์ เหล่าสกุลโม่เข้าเมืองหลวงนั้นถูกต้องแล้ว แต่ข้าไม่
เห็นด้วยที่เจ้าจะไปด้วย” นางอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กลับอวด
ดีจะไปเมืองหลวงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ลูก ๆ ทั้งสองคนก็ยังเล็กนัก เฮ่
อฮูหยินในตอนนี้ก็เข้าใจถึงความจ าเป็นที่สกุลโม่ต้องเข้าเมืองหลวง
หากต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่นี่ ก็จ าเป็นต้องก าจัดวิกฤตที่อาจ
เกิดขึ้นให้ได้
“หร่านเอ๋อร์ พี่ชายของเจ้าพูดถูกแล้ว เจ้าเป็นเพียงสตรี ไม่
เหมาะที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้”
เฮ่อจือหร่านรู้อยู่แล้วว่านางจะถูกคัดค้านเมื่อบอกว่าจะไปเมือง
หลวง
เรื่องเช่นนี้นางก็ฉลาดขึ้นแล้ว ไม่จ าเป็นต้องโต้แย้ง อย่างไรเสีย
นางก็ได้พูดสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกไปอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อถึงเวลา
นางก็จะแอบตามโม่จิ่วเยี่ยไปด้วยเท่านั้นเอง
“ท่านแม่ ตอนนี้เรามาคุยกันต่อเรื่องที่ท่านพ่อจะลาออกจาก
ราชการดีกว่า”
เฮ่อฮูหยินคิดว่านางได้รับฟังค าแนะน าของตนเองและบุตรชาย
แล้ว
“เช่นนั้นก็ดี การพูดกับท่านพ่อของเจ้าต่อหน้าเพื่อชี้แจง
ความคิดของแม่และพี่ใหญ่ของเจ้า ย่อมดีกว่าการเขียนจดหมายที่
อาจถูกผู้อื่นจับผิดได้ง่าย”
“หากเป็นเช่นนั้น ท่านแม่และพี่ใหญ่ก็อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถิด
ข้าจะบอกสามีให้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในละแวกนี้ เพื่อสร้างเรือนหลัง
หนึ่งให้พวกท่านเหมือนกับเรือนของสกุลโม่”
เฮ่อซื่อหมิงนั้นเป็นคนซื่อ เมื่อได้ยินว่าจะสร้างเรือนเหมือนกับ
ของสกุลโม่ ก็รีบหยิบตั๋วเงินหลายใบออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้นาง
ทันที