ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 507 ท่านพ่ออยู่ในห้องหนังสือหรือไม่?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 507 ท่านพ่ออยู่ในห้องหนังสือหรือไม่?
เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย ในเมื่อเป็ นพ่อลูกแท้ ๆ ไม่ได้พบหน้ากัน มาเป็ นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว เฮ่อจือหร่านถือโอกาสที่โม่จิ่วเยี่ยเข้าเมือง หลวงมาทาธุระ จึงติดตามมาเยี่ยมบิดาด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่มีบางเรื่องที่เฟ่ยหนานอวี่ก็จาเป็ นต้องเตือนสักหน่อย
“ตอนนี้สถานการณ์ของท่านเสนาบดีเฮ่อก็ไม่ค่อยดีนัก ฝ่ าย จักรพรรดินีใช ้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งพยายามดึงตัวท่านไปเป็ นพวก แต่ ท่านเสนาบดีเฮ่อเป็ นคนซื่อตรง ไม่อยากคบคิดกับพวกนี้”
“โชคดีที่เขาไม่ได้เข้าร่วมกับฝ่ ายจักรพรรดินี และก็ไม่ได้ เข้าข้างฝ่ ายของ องค์ชายหนานฉีและองค์ชายหนานรุ่ย ดังนั้นฝ่ าย จักรพรรดินีจึงยังไม่ได้ลงมือกับเขา แต่นี่เป็ นเพียงสถานการณ์ ชั่วคราว หากฝ่ ายจักรพรรดินีได้เปรียบ และยึดอานาจในราชสานัก ได้อย่างมั่นคง คนอย่างท่านเสนาบดีเฮ่อก็คงไม่เป็ นประโยชน์ส าหรับ พวกเขาแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น จักรพรรดินีย่อมจะต้องกาจัดผู้ที่ไม่
เห็นด้วยเพื่อเสริมสร ้างอานาจของตน ท่านเสนาบดีเฮ่อก็จะตกอยู่ใน อันตราย”
“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านพ่อตาเป็ นบิดาของภรรยาข้า พวกเราจะไม่ ยอมให้ท่านได้รับอันตรายอย่างแน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยกลัวว่าเฮ่อจือหร่านจะกังวล แม้ว่าคาพูดนี้จะพูดกับเฟ่ ย หนานอวี่ แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ภรรยาตลอดเวลา
จริง ๆ แล้ว สถานการณ์เช่นนี้แม้เฟ่ ยหนานอวี่จะไม่พูด เฮ่อจือห ร่านก็สามารถคาดเดาได้คร่าวๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางรู ้ดีถึงนิสัยซื่อตรงของบิดา หากถึงวันที่ไม่ อาจหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ ท่านคงเลือกที่จะตายแทนที่จะยอม ประนีประนอม
เพราะคานึงถึงจุดนี้ เฮ่อจือหร่านถึงได้ไม่สนใจคาทัดทานของเฮ่ อฮูหยินและยืนกรานที่จะติดตามโม่จิ่วเยี่ยมายังเมืองหลวง
การพูดคุยระหว่างโม่จิ่วเยี่ยกับเฟ่ ยหนานอวี่นั้น ทั้งสองฝ่ ายต่าง เข้าใจกันเป็ นอย่างดี แม้จะไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ก็สามารถเข้าใจ ความหมายของกันและกันได้
เมื่อได้รับทราบสถานการณ์โดยคร่าวแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงจูงมือ เฮ่อจือหร่านลุกขึ้นยืน
“ได้เวลาแล้ว ข้ากับภรรยาคงไม่รบกวนนานนัก อย่างช ้าสามวัน ข้าจะกลับมาหาคุณชายเฟ่ยอีกครั้ง”
“ดี ข้าจะรอคอยข่าวจากคุณชายเก้า” เฟ่ ยหนานอวี่ส่งแขกทั้ง สองไปจนถึงประตูด้านข้างที่พวกเขาเข้ามา มองร่างของทั้งสองเดิน ห่างออกไปจึงหันกลับเข้าไป
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านออกจากจวนตระกูลเฟ่ ย พวกเขาเดิน วนไปวนมาหลบหลีกสายตาของทหารลาดตระเวน ก่อนจะอ้อมไปยัง ลานหลังของจวนเสนาบดี
สาหรับจวนตระกูลเฟ่ ยนั้น โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยดี ส่วนสภาพของ จวนเสนาบดี เฮ่อจือหร่านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
ทั้งสองคนพากันอ้อมไปทางด้านหลังจวน เฮ่อจือหร่านชี้ไปยัง ตาแหน่งหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยพานางปีนกาแพงเข้าไป
ที่นี่คือด้านหลังของจวนเสนาบดี ท่านเสนาบดีเฮ่อไม่มีอนุภรรยา ด้านหลังจวนเคยเป็ นห้องส่วนตัวของเฮ่อจือหร่าน รวมถึงเป็ นเรือน ของท่านแม่และท่านพ่อของนาง
อาจเป็ นเพราะทั้งเฮ่อจือหร่านและเฮ่อฮูหยินไม่อยู่ ด้านหลังจวน จึงมืดสนิท ให้ความรู ้สึกอ้างว้างอย่างมาก
เฮ่อจือหร่านรู ้จักนิสัยของท่านเสนาบดีเฮ่อดี ตามปกติแล้ว แม้ว่า ตอนนี้ท่านพ่อจะยังคงยุ่งอยู่กับงานราชการในห้องหนังสือ แต่เรือนที่ ท่านพักก็ควรจะมีข้ารับใช ้จุดตะเกียงทิ้งไว้
นางลากตัวโม่จิ่วเยี่ย เดินวนเวียนรอบลานบ้าน ไม่เพียงแต่ไม่มี การจุดโคมไฟ แม้แต่เงาของข้ารับใช ้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่คนเดียว
เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เฮ่อจือหร่านก็เหยียบก้อนหินเล็ก ๆ เข้า
เรื่องเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในบ้านขุนนางใหญ่เช่นนี้ แม้ ข้ารับใช ้จะทาความสะอาดที่อื่นไม่เรียบร ้อย แต่ก็ไม่กล้าละเลย บริเวณรอบลานบ้านของเจ้านาย
จากเหตุการณ์นี้ นางคาดเดาว่าการที่นางเหยียบก้อนหินเล็ก ๆ ที่นี่ได้ คงเป็ นเพราะไม่มีใครทาความสะอาดแน่นอน
เฮ่อจือหร่านไม่เห็นร่างของท่านพ่ออยู่ในเรือน ความสงสัยในใจ ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
นางไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่นนาน แต่กลับลากโม่จิ่วเยี่ยไปยังห้อง หนังสือที่อยู่ในเรือนหน้าของจวนเสนาบดี
ท่านพ่อไม่ได้กลับไปยังเรือนของตนเอง น่าจะอยู่ในห้องหนังสือ
สิ่งที่ทาให้นางรู ้สึกโล่งใจคือทันทีที่ก้าวเข้าสู่เรือนหน้า นางก็เห็น แสงสว่างในห้องหนังสือ เฮ่อจือหร่านรู ้สึกว่าหัวใจที่เคยหนักอึ้งเบาลง บ้างแล้ว
แต่สิ่งที่ยังคงทาให้นางรู ้สึกประหลาดใจคือ แม้ว่าท่านพ่อจะ ซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด แต่ค่าใช ้จ่ายในบ้านก็ไม่เคยขาดแคลน
ข้ารับใช ้ในจวนเสนาบดีอาจจะมีไม่มากเท่ากับตระกูลขุนนางอื่น แต่ก็ยังคงเห็นพวกเขาอยู่บ่อย ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนนี้ นางเข้ามาในจวนเสนาบดีแล้วอย่าง น้อยหนึ่งก้านธูป อย่าว่าแต่ยามเฝ้ าประตูเลย แม้แต่คนเดินยามก็ยัง ไม่เห็น
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ด้วยความสงสัยในใจ สองสามีภรรยาจึงเดินเข้ามาราวกับเข้าสู่ ดินแดนไร ้ผู้คน ตลอดทางไม่มีอุปสรรคใด ๆ และไม่ต้องหลบหลีก ผู้ใด จนมาถึงด้านนอกห้องหนังสือโดยตรง
เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เฮ่อจือหร่านจึงถอนหายใจด้วย ความโล่งอกเสียที
คนผู้นั้นคือผู้ติดตามของท่านพ่อ นางเรียกเขาว่าลุงเฟิงมาตั้งแต่ เด็ก
ลุงเฟิงมีอายุใกล้เคียงกับเสนาบดีเฮ่อ เขารับใช ้อยู่ข้างกายท่าน เสนาบดีมาตั้งแต่เด็ก และเป็ นคนที่ท่านเสนาบดีไว้วางใจมากที่สุด
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยมองสารวจรอบ ๆ ก่อนจะเดินไปที่ประตู ห้องหนังสือ
แม้ลุงเฟิงจะไม่มีวรยุทธ ์ แต่เขาเป็ นคนจริงจัง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาจึงเอ่ยถามเสียงดังว่า “ใคร?”
“ลุงเฟิง ข้าเอง” เฮ่อจือหร่านรีบตอบ
“คุณหนู?” เสียงนี้ลุงเฟิงคุ้นเคยเป็ นอย่างดี คุณหนูเป็ นคนที่เขา เฝ้ าดูการเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
“ลุงเฟิง ท่านพ่ออยู่ในห้องหนังสือหรือไม่?”
เสียงสนทนานอกห้องหนังสือดังพอสมควร เสนาบดีเฮ่อที่อยู่ข้าง ในก็ได้ยินเช่นกัน เขาไม่แน่ใจว่าตนเองหูแว่วไปหรือไม่ ถึงกับได้ยิน เสียงของบุตรสาวตัวเอง
ยังไม่ทันที่ลุงเฟิงจะตอบ เสนาบดีเฮ่อก็รีบผลักประตูห้องหนังสือ ออกมาก่อนแล้ว
เมื่อเขาอาศัยแสงจันทร ์มองไปที่เงาร่างสองคนข้างหน้า เขาก็ ชะงักค้างไปทันที
เสียงนั้นเป็ นของหร่านหร่านจริง ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็ นผู้ชายสอง คน
“พวกเจ้าเป็ นใครกันแน่? ท าไมถึงแอบอ้างเป็ นบุตรสาวของข้า?”
เฮ่อจือหร่านสามารถบอกได้ว่าน้าเสียงของท่านพ่อตอนพูด ไม่ได้สงบนิ่งเช่นนั้น
“ท่านพ่อ ข้าคือหร่านหร่านเอง เพื่อเข้าเมือง ข้าและสามีได้ ปลอมตัวเล็กน้อย”
ขณะพูด เฮ่อจือหร่านอาศัยความมืด หยิบทิชชูเปียกแผ่นหนึ่ง ออกมาจากพื้นที่มิติ รีบเช็ดเครื่องแต่งหน้าบนใบหน้าออกอย่าง รวดเร็ว จากนั้นก็สยายผม เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงอย่างสมบูรณ์
ในขณะนั้น ลุงเฟิงก็ถือโคมไฟเดินเข้ามาใกล้
ภายใต้แสงสว่างของโคมไฟ ท่านเสนาบดีเฮ่อในที่สุดก็มองเห็น บุคคลตรงหน้าได้ชัดเจน
เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย เสียงที่เคยดูน่าเกรงขามในความ ทรงจ าของเฮ่อจือหร่านก็หายไป
“เป็ นหร่านหร่านจริง ๆ พ่อคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้พบเจ้า อีกแล้ว…”
เมื่อเห็นท่านพ่อเป็ นเช่นนั้น น้าตาของเฮ่อจือหร่านก็เอ่อคลอ
นางก้าวเข้าไปประคองแขนของท่านพ่อ “ท่านพ่อ ระวังมีคนแอบ ฟังอยู่ข้างนอก พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถิด”
เสนาบดีเฮ่อตื่นเต้นเกินไปที่ได้เห็นลูกสาว จนลืมไปชั่วขณะว่า พวกเขายังยืนอยู่ข้างนอก
เมื่อเดินตามท่านเสนาบดีเฮ่อเข้าไปในห้องหนังสือ ลุงเฟิงก็ทา หน้าที่เฝ้ าอยู่ข้างนอกอย่างซื่อสัตย์
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสาหรับเฮ่อจือหร่าน เพราะนาง ได้รับความทรงจาและความรู ้สึกทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิม
ทุกอย่างในห้องหนังสือยังคงเหมือนกับในความทรงจ าของนาง เพียงแต่บนโต๊ะที่เคยมีเอกสารราชการกองหนาวางอยู่ วันนี้กลับไม่มี
ในขณะที่นางกาลังสงสัยอยู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ค้อมคานับให้กับ เสนาบดีเฮ่อแล้ว
“คารวะท่านพ่อตา”
ท่านเสนาบดีเฮ่อนึกขึ้นได้ว่า คนที่มาพร ้อมกับบุตรสาวของตน อาจจะเป็ นบุตรเขย เพียงแต่เมื่อครู่นี้ความสนใจของเขาทั้งหมดอยู่ที่ เฮ่อจือหร่าน จึงไม่ได้พิจารณาโม่จิ่วเยี่ยอย่างละเอียด
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยได้ค้อมคานับและเอ่ยปากทักทายด้วยตนเอง เขา จึงเริ่มพิจารณาอย่างละเอียด
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ได้ล้างเครื่องแต่งหน้าออก เฮ่อจือหร่านรีบอธิบาย ว่า “ท่านพ่อ ข้าและสามีแต่งกายเช่นนี้เพื่อความสะดวกในการเข้า เมืองเท่านั้น”
ถึงแม้นางจะไม่พูด ท่านเสนาบดีเฮ่อก็ยังจาเสียงของโม่จิ่วเยี่ยได้