ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 509 ไม่จาเป็ นต้องมีใครมาเดินบนเส้นทางสู่ยมโลกกับข้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 509 ไม่จาเป็ นต้องมีใครมาเดินบนเส้นทางสู่ยมโลกกับข้า
บทที่ 509 ไม่จาเป็ นต้องมีใครมาเดินบนเส้นทางสู่ยมโลกกับข้า
หลังจากฟังค าพูดของขันทีหลิว เฮ่อจือหร่านก็ตระหนักได้ถึง บางสิ่ง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาไม่พบข้ารับใช ้แม้แต่คนเดียวตอน เข้ามาในจวน
แน่นอนว่าท่านพ่อคงคาดการณ์ไว้แล้วว่าจักรพรรดินีจะท าอะไร ในที่สุด เพื่อไม่ให้เหล่าข้ารับใช ้ต้องมาเดือดร ้อน เขาจึงไล่ทุกคน ออกไปก่อนหน้านี้
ลุงเฟิงเป็ นข้อยกเว้น เขาจงรักภักดีต่อท่านพ่ออย่างสุดหัวใจ แม้ รู ้ว่าจะต้องตาย ก็ไม่คิดจะหนีไปคนเดียวเพื่อเอาชีวิตรอด
ดังคาด เฮ่อเยวียนหมิงหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆๆๆ… ข้ารู ้ว่าวันนี้ต้องมาถึง ดังนั้นข้าจึงส่งครอบครัวและข้า รับใช ้ทั้งหมดออกไปล่วงหน้าแล้ว แม้ข้าจะตาย ก็ไม่จาเป็ นต้องมีใคร มาเดินบนเส้นทางสู่ยมโลกกับข้า”
“เจ้า… เจ้าบังอาจนัก!!” ขันทีหลิวไม่คิดว่าเสนาบดีเฮ่อจะทาเรื่อง ถึงขนาดนี้ ก่อนที่เขาจะออกมาปฏิบัติหน้าที่ จักรพรรดินีได้กาชับไว้ ว่า เสนาบดีเฮ่อเป็ นคนดื้อรั้น หากเขาไม่กลัวตาย ก็ให้ใช ้ครอบครัว ของเขามาข่มขู่
ใครจะรู ้ว่าอีกฝ่ายได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
แบบนี้เขาจะมีอะไรมาข่มขู่อีกฝ่ายได้
ขันทีหลิวกลอกตาไปมา ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้
“เจ้าอย่าลืมว่า บุตรสาวของเจ้ายังอยู่ที่ซีเป่ ย เพียงแค่ จักรพรรดินีตรัสคาเดียว ส่งคนออกไปหนึ่งกอง เจ้าคิดว่านางจะยังมี โอกาสรอดชีวิตหรือไม่”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป
นางและโม่จิ่วเยี่ยเดินออกมาจากหลังฉากกั้นพร ้อมกัน
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวอย่างพร ้อมเพรียงกัน ฉวยโอกาสที่ขันที หลิวไม่ทันระวังตัว เข้าไปด้านซ ้ายและขวาของเขา ท าให้ขันทีสอง คนที่อยู่ข้าง ๆ สลบไป
จากนั้นนางก็หัวเราะเยาะอย่างเย็นชาว่า “หากต้องการฆ่าข้า ไม่ จาเป็ นต้องไปถึงซีเป่ย ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว ดูซิว่าเจ้าจะมี ความสามารถหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยเป็ นผู้ฝึ กฝนวิชายุทธ ์ ความสามารถในการรับรู ้ถึง อันตรายรอบตัวนั้นแข็งแกร่งเป็ นพิเศษ
ตอนที่เขาหลบอยู่หลังฉากกั้น เขาก็คอยสังเกตสถานการณ์ โดยรอบอย่างระมัดระวัง และมั่นใจว่าวันนี้มีเพียงคนสามคนนี้ที่มาที่ จวนเสนาบดี
ดังนั้นเมื่อเฮ่อจือหร่านตั้งใจจะปรากฏตัว เขาก็เตรียมพร ้อม สนับสนุน
ขันทีหลิวไม่รู ้จักคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่
จากค าพูดของเฮ่อจือหร่านก็สามารถตัดสินตัวตนของนางได้ เพียงแต่ขันทีหลิวไม่ค่อยเชื่อว่า คุณหนูตระกูลเฮ่อที่แต่งเข้าสกุลโม่ ได้เพียงสองวันก็ถูกเนรเทศไปซีเป่ย จะมาปรากฏตัวในเมืองหลวงได้ อย่างไร?
ต้องบอกว่าขันทีหลิวคนนี้ก็ยังมีสมองอยู่บ้าง
ถึงแม้ว่าในใจเขาจะสงสัยในตัวตนของหญิงสาวที่พูดอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็เห็นกระบวนการลงมือของคนทั้งสองเมื่อครู่อย่างชัดเจน
ความคล่องแคล่วว่องไวนั้นเทียบชั้นได้กับเหล่าองครักษ์ลับข้าง กายจักรพรรดินี แน่นอนว่าต้องเป็ นผู้เชี่ยวชาญยุทธ ์
ขันทีหลิวก็นับว่ารู ้กาลเทศะ ไม่จ าเป็ นต้องให้เฮ่อจือหร่านกับโม่ จิ่วเยี่ยเตือนเขาไม่ให้ส่งเสียง เขาก็ปิดปากเงียบเองโดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม เพื่อพิสูจน์ตัวตนของคนตรงหน้า เขาก็ยังคงถาม ด้วยน้าเสียงปกติว่า “เจ้าเป็ นใครกันแน่?”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเยาะเย้ย
“ฮึ… เมื่อครู่เจ้ายังข่มขู่ท่านพ่อของข้า ให้จักรพรรดินีส่งคนไปซี เป่ยเอาชีวิตข้ามิใช่หรือ? เป็ นไรไป? ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว เจ้ากลับจ าข้าไม่ได้?”
ในตอนนี้ท่านเสนาบดีเฮ่อได้ตกตะลึงไปแล้ว เมื่อครู่นี้เขาก็ได้ เห็นการเคลื่อนไหวของเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน
เขาไม่เคยรู ้มาก่อนเลยว่าบุตรสาวของเขาได้เรียนรู ้วิทยายุทธ ์ เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด
อีกทั้งเมื่อเห็นนางอยู่ใกล้กับขันทีหลิวขนาดนั้น เขาก็กลัวว่า ขันทีหลิวจะหมดหนทางแล้วท าอะไรบ้า ๆ โดยจับตัวนางไว้เป็ นตัว ประกันเพื่อข่มขู่เขา
“หร่านหร่าน มายืนข้างพ่อ อย่าได้เสียเวลาพูดจากับคนแบบนี้ เลย”
เสนาบดีเฮ่อได้เตรียมใจพร ้อมที่จะตายไปแล้ว หากวันนี้บุตรสาว และบุตรเขยไม่ได้มา เขาอาจจะดื่มยาพิษในขวดบนโต๊ะนั้นไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คนที่เขารักและห่วงใยอยู่ที่นี่ เขาจะทาแบบ นั้นไม่ได้เด็ดขาด
ดูเหมือนว่าเขาจาเป็ นต้องสู้กับขันทีหลิวนี้จนถึงที่สุดแล้ว
พูดถึงการสู้จนถึงที่สุด เขากลับลืมโม่จิ่วเยี่ยไปเสียสนิท เมื่อมี เทพสงครามแห่งต้าซุ่นในอดีตอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้พ่อลูกตกอยู่ใน อันตรายได้อย่างไร?
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ต้องการให้เฮ่อจือหร่านเสี่ยงอันตรายใด ๆ เขาจึง ยืนขวางหน้าพ่อลูกตระกูลเฮ่อทั้งสอง จ้องมองขันทีหลิวตรง ๆ
จากสายตาเยือกเย็นของเขา ไม่ยากที่จะตัดสินได้ว่า เขามอง ขันทีหลิวราวกับก าลังมองศพ
ลุงเฟิงยืนฟังความเคลื่อนไหวอยู่นอกประตูห้องหนังสือ เขารู ้ดีถึง ความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย และทราบว่าเมื่อมีเขาอยู่ ท่านเสนาบดี และคุณหนูจะไม่ตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงยืนหยัดทาหน้าที่ อย่างซื่อสัตย์อยู่ตรงนั้น
เมื่อครู่นี้เขาได้ยินท่านเสนาบดีเฮ่อเรียกคุณหนูให้ไปอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง แม้จะวางใจในความสามารถของโม่จิ่วเยี่ย แต่เขาก็อดเป็ น ห่วงไม่ได้
ทางด้านนี้ โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะยื่นมือไปบีบคอของขันทีหลิว ลุงเฟิงก็ ถือไม้กระบองขนาดเท่าแขนพังประตูเข้ามา
เดิมทีเขาคิดว่าจะตายตามท่านเสนาบดีไป แต่วันนี้คุณหนูและ ท่านเขยกลับมาแล้ว ท่านเสนาบดีเฮ่อคงจะไม่เลือกทาเช่นนั้น
ในเมื่อต้องสู้ตาย เขาก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย
“เจ้าสุนัขขันที กล้าดีมารังแกนายท่านกับคุณหนูรึ สมควร ตาย!!”
โม่จิ่วเยี่ยเห็นลุงเฟิงเดินเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน จึงรีบโยนขันที หลิวที่เกือบจะถูกเขาบีบคอตายไปให้
ร่างที่อ้วนท้วนของขันทีหลิวลอยไปตามแรงของโม่จิ่วเยี่ย เหมือนก้อนเนื้อที่ตกลงไปที่เท้าของลุงเฟิง
ลุงเฟิงก็ว่องไวไม่แพ้กัน ไม้กระบองที่เพิ่งยกขึ้นก็ฟาดลงบนร่าง ของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ครั้งนี้ลุงเฟิงใช ้แรงทั้งหมดที่มี ขันทีหลิวถูกตีจนไม่ทันได้ร ้องก็ สลบไปเสียแล้ว
ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเลือกที่จะปรากฏตัวต่อหน้าขันที เหล่านี้แล้ว ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอด
ทั้งสองคนต่างมีความแม่นยาในการลงมือ สามารถมั่นใจได้ว่า ขันทีสองคนที่ถูกทาให้หมดสติเป็ นคนแรกนั้นจะไม่ฟื้นขึ้นมาภายใน ครึ่งชั่วยาม
ขันทีหลิวก็ถูกไม้กระบองของลุงเฟิงฟาดเอาจนเกือบเอาชีวิตไม่ รอด
“ท่านพ่อ คนพวกนี้ถูกจักรพรรดินีส่งมา นางต้องการเอาชีวิต ท่านหรือ?”
ในเวลานี้ราชสานักกาลังวุ่นวาย เสนาบดีเฮ่อไม่เต็มใจที่จะ ร่วมมือกับฝ่ายของจักรพรรดินี เป็ นธรรมดาที่เขาได้เตรียมพร ้อมที่จะ ตายอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุตรสาวของตน เรื่องเช่นนี้เขาไม่ อยากจะกล่าวออกมา
เสนาบดีเฮ่อไม่ต้องการจะพูด แต่ลุงเฟิงกลับอดใจไม่ไหว
เขาเห็นว่านายท่านของตนยังคงลังเลไม่ยอมเอ่ยปาก จึงก้าว ออกมาพูดว่า “คุณหนู ข้าขอร ้องท่านให้ช่วยเกลี้ยกล่อมนายท่าน ด้วยเถิด! เมื่อวานซืนนายท่านได้ไล่ข้ารับใช ้ในจวนออกไปจน หมดแล้ว เตรียมพร ้อมที่จะไปตายเสียด้วยซ้า หากไม่ใช่เพราะข้ายืน กรานจะอยู่ต่อ นายท่านคงจะไล่แม้แต่ข้าออกไปด้วย”
“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ อย่าได้พูดเรื่องพวกนี้กับหร่านหร่าน นาง เป็ นเพียงสตรี ไม่เหมาะที่จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้” เสนาบดีเฮ่อขู่ ตวาดลุงเฟิงอย่างดุดัน ไม่ยอมให้เขาพูด
ลุงเฟิงเพิ่งจะหาเส้นฟางที่จะช่วยชีวิตนายท่านของตนได้ จะยอม หยุดได้อย่างไร
“นายท่าน วันนี้ต่อให้ท่านจะฆ่าข้า ข้าก็ต้องบอกคุณหนูให้ได้ ต้องให้คุณหนูพาท่านออกไปจากสถานที่อันตรายนี้ให้ได้”
พูดจบ ลุงเฟิงไม่สนใจค าเตือนของเสนาบดีเฮ่อเลย กลับหันไป พูดกับเฮ่อจือหร่านอีกครั้งว่า “คุณหนู ไม่ว่าอย่างไรท่านต้องเกลี้ย กล่อมนายท่านให้ออกไปจากที่นี้ให้ได้นะขอรับ ตอนนี้ฝ่ ายของ จักรพรรดินีไม่อาจทนนายท่านได้อีกต่อไปแล้ว…”
“นายท่านอุทิศชีวิตส่วนใหญ่รับใช ้ราชส านักอย่างทุ่มเทและ จริงจัง ไม่ควรจบลงเช่นนี้ เมื่อครู่คุณหนูก็เห็นแล้ว หากไม่ใช่เพราะ คุณหนูและท่านเขยอยู่ที่นี่ นายท่านคงเสียชีวิตไปแล้ว…”
ลุงเฟิงพูดต่อไม่ออกแล้ว ดวงตาแดงก่า