ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 524 ตราแผ่นดินหยก
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอันตรายอยู่ข้างในแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงจูงมือ
เฮ่อจือหร่านลงมา
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสังเกตเห็นความผิดปกติ หลังจากแน่ใจว่า
เฮ่อจือหร่านปลอดภัยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็กลับไปยกแผ่นหินที่เปิดขึ้นมา
วางกลับคืนที่เดิม
แม้ว่าวิธีนี้จะไม่สามารถท าให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่าง
สมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็ไม่ท าให้ผู้อื่นเห็นความผิดปกติได้ชัด
เฮ่อจือหร่านน าไฟฉายออกมาจากพื้นที่มิติ ทั้งสองคนเดินไป
ข้างหน้าด้วยความระมัดระวังพลางสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
เมื่อเทียบกับครั้งก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยพานางมา ครั้งนี้เหมือนนางจะ
ไม่ตื่นเต้นมากนัก ดังนั้นจึงสังเกตสิ่งต่าง ๆ ได้ละเอียดมากขึ้น
โม่จิ่วเยี่ยตอนเด็กชอบเล่นซน เคยเข้าออกอุโมงค์ลับนี้หลายครั้ง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของอุโมงค์ลับเป็น
อย่างดี
วันนี้เมื่อได้เข้ามาอีกครั้ง แม้จะเปลี่ยนทางเข้า แต่หลังจากเดิน
วนไปวนมา เขาสามารถยืนยันได้ว่าอุโมงค์ลับนี้ นอกจากทางเข้าที่มี
การเปลี่ยนแปลงแล้ว ส่วนอื่น ๆ ยังคงเหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้แม้ว่าเขาจะสังเกตรอบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ละเอียดถี่ถ้วนเท่า
เฮ่อจือหร่าน
หลังเดินออกมาได้ระยะทางประมาณหนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็หยุด
ฝีเท้าลงกะทันหัน แสงจากไฟฉายส่องไปยังจุดหนึ่งบนผนัง
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยาของตนต้องพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง
เฮ่อจือหร่านชี้ไปยังต าแหน่งที่ไฟฉายส่องอยู่ กล่าวว่า “ท่านพี่
ท่านดูตรงนี้สิ”
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองอย่างตั้งใจ บนผนังตรงนั้นมีรอยประทับ
สี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่
การปรากฏของรอยประทับในสถานที่นี้ช่างแปลกประหลาดยิ่ง
นัก
โม่จิ่วเยี่ยใช้มือข้างเดียวผลักโดยไม่ได้ออกแรงมาก ทว่าผนังที่มี
รอยประทับสี่เหลี่ยมกลับเคลื่อนถอยไปอย่างช้า ๆ
ทั้งสองไม่คิดว่าในเส้นทางลับนี้จะยังมี ‘ห้องลับซ้อนอีกชั้น’
เฮ่อจือหร่านส่องไฟฉายไปยังช่องที่ปรากฏบนผนัง
เมื่อมองเข้าไป ทั้งนางและโม่จิ่วเยี่ยต่างต้องตกตะลึง
ภายในมีห่อสี่เหลี่ยมท าจากผ้าไหมสีเหลืองวางอยู่ ไม่จ าเป็นต้อง
พูดถึงโม่จิ่วเยี่ย แม้แต่เฮ่อจือหร่านเองก็ยังรู้ว่านี่คืออะไร
“ท่านพี่ ข้าไม่คิดว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะซ่อนตราแผ่นดินหยกไว้
ที่นี่”
นี่ก็เป็นสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้คาดคิดเช่นกัน
“ในเมื่อพบแล้วก็เอาไปด้วยเถอะ”
เฮ่อจือหร่านก็คิดแบบเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่คิดแย่งชิง
บัลลังก์ แต่หลังจากน าไปแล้วก็สามารถมอบให้เฟ่ยหนานอวี่ได้
โดยตรง
นี่ถือเป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ หากเฟ่ยหนานอวี่ไม่สามารถ
กลายเป็นรัชทายาทได้อย่างราบรื่นหลังจากพบจักรพรรดิซุ่นอู่ สิ่งนี้ก็
สามารถกลายเป็นไพ่ตายของอีกฝ่ายได้
เฮ่อจือหร่านคิดในใจแล้วส่งตราแผ่นดินหยกเข้าพื้นที่มิติ
โม่จิ่วเยี่ยตรวจสอบเส้นทางอย่างละเอียด หลังจากไม่พบสิ่งของ
อื่นใดอีกจึงท าให้ก าแพงกลับคืนสู่สภาพเดิม
พวกเขาเดินทางต่อไปตามเส้นทางอุโมงค์ลับ และออกจากที่นั่น
ได้เมื่อท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง
ทางออกของอุโมงค์ลับไม่ใช่ต าแหน่งที่โม่จิ่วเยี่ยรู้จักอีกต่อไป
แม้จะยังอยู่ในบ้านของชาวบ้าน แต่ไม่ใช่จุดเดิมอีกแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยคุ้นเคยกับเมืองหลวงเป็นอย่างดี หลังจากออกมาจาก
บ้านพักและสังเกตสภาพแวดล้อมสักครู่ ก็สามารถเข้าใจต าแหน่ง
ที่ตั้งของที่นี่ได้อย่างชัดเจน
พอสังเกตดูแล้ว เขาก็อดข าในใจไม่ได้ เส้นทางลับที่จักรพรรดิ
ซุ่นอู่เปลี่ยนกับทางเข้าเดิมนั้นอยู่ห่างกันเพียงลานบ้านหนึ่งเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายท างานอย่างลวก ๆ แค่ไหน
แต่ถึงจะท าลวก ๆ ก็ช่างเถอะ อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่กงการของ
โม่จิ่วเยี่ยอยู่แล้ว
เขาต้องพาเฮ่อจือหร่านไปถึงจวนตระกูลเฟ่ยก่อนฟ้าจะสว่าง
จักรพรรดิซุ่นอู่หายตัวไปในห้องลับของจักรพรรดินีท าให้วัง
หลวงเกิดความวุ่นวาย และส่งผลกระทบไปถึงภายนอกวัง
ตอนที่ทั้งสองคนออกจากลานบ้านที่เป็นทางเข้าอุโมงค์ลับ ก็
พบว่าบนท้องถนนมีทหารลาดตระเวนเพิ่มขึ้นมากมาย
ที่นี่อยู่ห่างจากจวนตระกูลเฟ่ยพอสมควร โม่จิ่วเยี่ยจึงอุ้มเฮ่อจือห
ร่านขึ้นไปตามหลังคาบ้านเรือนจนกระโดดข้ามก าแพงเข้าไปในจวน
ตระกูลเฟ่ย
ตอนนี้เฟ่ยหนานอวี่ตื่นแล้ว หรือพูดอีกอย่างคือเขาไม่ได้นอนมา
ทั้งคืนเพราะมีเรื่องกังวล
สรุปคือ ยามนี้เขาก าลังเดินไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่ในห้อง
หนังสือ
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านเคาะประตูพร้อมกับแจ้งชื่อของตน เฟ่ย
หนานอวี่รีบต้อนรับพวกเขาเข้าไปทันที่
แม้ว่าเขาจะสนใจมากเกี่ยวกับสิ่งที่ทั้งสองพบในวังหลวง แต่ก็ยัง
บอกสถานการณ์ของเสนาบดีเฮ่อให้เฮ่อจือหร่านฟังก่อน
“ฮูหยินเก้าวางใจได้ ข้าจัดการให้เสนาบดีเฮ่อพักผ่อนอยู่ที่เรือน
รับรองแล้ว อีกสักครู่ข้าจะพาพวกท่านไปพบเขา”
“ขอบคุณคุณชายเฟ่ยที่ดูแลท่านพ่อของข้า” เฮ่อจือหร่านกล่าว
ขอบคุณ โม่จิ่วเยี่ยไม่รอให้อีกฝ่ายถามก็เอ่ยเข้าเรื่องทันที่
“ครั้งนี้พวกเราเข้าวังหลวงไปได้พบกับหยวนกุ้ยเฟยก่อน พวก
เราได้อธิบายสถานการณ์คร่าว ๆ ของท่านให้ฟังแล้ว ข้าสังเกตว่า
หยวนกุ้ยเฟยรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมาก และตอนนี้นาง
อยากพบท่านโดยเร็ว พระพันปีสิ้นพระชนม์ด้วยน ้ามือของ
จักรพรรดินีแล้ว ส่วนองค์จักรพรรดิถูกจักรพรรดินีซ่อนไว้ในห้องลับ
ที่ต าหนักของนาง…”
โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากเข้าวังให้เฟ่ยหนานอวี่
ฟังในครั้งเดียว พร้อมกับบอกเขาว่าองค์จักรพรรดิและหยวนกุ้ยเฟ
ยต่างก็อยากพบเขา
เฟ่ยหนานอวี่ไม่คิดว่าโม่จิ่วเยี่ยเข้าวังไปจะท าอะไรได้มากมาย
ขนาดนี้ และสิ่งที่ท าให้เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือเขาวางแผน
มานานแล้ว แต่ก็ยังคิดหาวิธีที่จะทวงคืนสถานะของตนเองไม่ได้
ทว่าเรื่องนี้กลับถูกจัดการให้ส าเร็จได้โดยบังเอิญ ด้วยฝีมือของ
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน
เขาค้อมค านับอย่างจริงจังให้แก่ทั้งสองคน “เรื่องในวันนี้ ข้าต้อง
ขอขอบคุณคุณชายเก้าและภรรยาที่ช่วยให้ส าเร็จ”
ไม่ว่าหลังจากได้พบกับจักรพรรดิซุ่นอู่และหยวนกุ้ยเฟยแล้ว
เรื่องราวจะด าเนินไปตามแผนที่เขาวางไว้หรือไม่ ครั้งนี้เขาก็
จ าเป็นต้องขอบคุณโม่จิ่วเยี่ยที่สร้างโอกาสเช่นนี้ให้
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามโม่จิ่วเยี่ยว่า
“ตอนนี้วังหลวงมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ท่านมีวิธีดี ๆ
ให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่”
การเข้าไปนั้นมีเพียงวิธีเดียว คือท าให้เขาหมดสติ ส่งเข้าไปใน
พื้นที่มิติและพาตัวไปยังวังหลวง
แต่เมื่อค านึงถึงความเฉลียวฉลาดของเฟ่ยหนานอวี่ โม่จิ่วเยี่ยก็
รู้สึกลังเลอยู่บ้าง
เฮ่อจือหร่านมองความล าบากใจของเขาออก จึงก้าวไปข้างหน้า
หนึ่งก้าวแล้วกล่าวว่า “หากคุณชายเฟ่ยไว้วางใจพวกข้าก็ไม่ต้อง
ถามอะไรทั้งสิ้น ข้ากับสามีขอรับรองว่าจะพาท่านไปพบจักรพรรดิซุ่น
อู่และหยวนกุ้ยเฟยอย่างปลอดภัยแน่นอน”
เฟ่ยหนานอวี่เป็นคนฉลาด แม้ในใจจะสงสัยว่าอีกฝ่ายก าลังพูด
ถึงวิธีอะไร แต่ก็ยังคงอดทนไม่ถามต่อ
สุดท้ายแล้ว ทุกคนล้วนมีความลับของตนเอง หากถามออกไป
ผู้อื่นไม่เพียงจะไม่บอก แต่ยังจะส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจระหว่าง
กันอีกด้วย
“หากข้าไม่สามารถไว้วางใจคุณชายเก้าและฮูหยินเก้าได้ เกรง
ว่าในโลกนี้คงไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดที่ข้าจะเชื่อถือได้อีกแล้ว ขออภัยที่
รบกวนถามอีกครั้ง หากนอกจากข้าแล้วจะพาอีกคนเข้าวังไปด้วยได้
หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านเลิกคิ้ว “คุณชายเฟ่ยตั้งใจจะพาเฟ่ยมามาไปด้วย
หรือ?”
เฟ่ยหนานอวี่พยักหน้า “คนส าคัญที่สามารถพิสูจน์ตัวตนของ
ข้าได้ก็คือเฟ่ยมามา ข้าคิดว่าหากสามารถพานางไปด้วยได้ จะช่วย
เพิ่มความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ตัวตนของข้าได้มากขึ้น”
จุดนี้เป็นความจริง ในสมัยโบราณไม่เหมือนกับการแพทย์
สมัยใหม่ที่ก้าวหน้า หากต้องการยืนยันว่าเป็นบุตรแท้ ๆ หรือไม่ ก็
เพียงท าการตรวจดีเอ็นเอครั้งเดียวก็พอ
แม้ว่าพวกเขาเพิ่งอธิบายตัวตนของเฟ่ยหนานอวี่ไปอย่างชัดเจน
แต่ก็เป็นเพียงค าพูดลอย ๆ ไร้หลักฐาน
ดังนั้น เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ การมีพยานที่รู้เห็นทุกอย่างจึง
เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พวกเราวางแผนจะส่งคุณชายเฟ่ยเข้าวังหลัง
พลบค ่าวันนี้ แค่ให้เฟ่ยมามามาถึงที่นี่ก่อนฟ้ามืดก็พอแล้ว”