ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 526 เจ้าสมควรตายจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านหลบให้ เฟ่ยหนานอวี่จึงปรากฏตัวต่อหน้าหวังมามา
หวังมามาจ้องมองบุคคลตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์
“เหมือน…เหมือนมากจริง ๆ…” คิ้วและดวงตานี้ราวกับถูก
แกะสลักออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันกับกุ้ยเฟ่ยเหนียงเหนียง
ท่ามกลางความประหลาดใจ หวังมามารีบหลบไปด้านข้างเพื่อให้
เฮ่อจือหร่านและเฟ่ยหนานอวี่เข้ามา
ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน เห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับจับ
คนไว้ในมือ ท าเอาหวังมามาตกใจ
“นี่…นี่คือ?”
โม่จิ่วเยี่ยลากร่างคนเดินเข้าไปในห้องด้วยฝีเท้าอันหนักแน่น
เนื่องจากเสียงตะโกนของเฟ่ยมามาเมื่อครู่เกือบจะก่อเรื่องวุ่นวาย ท า
ให้ในใจของเขาไม่ค่อยสบายใจนัก ดังนั้นเมื่อเข้ามาในห้องแล้ว เขา
จึงไม่ได้ระมัดระวังน ้าหนักมือแต่อย่างใด โยนร่างนั้นลงบนพื้นทันที่
ตอนนี้ร่างกายของหยวนกุ้ยเฟยก็ฟื้นตัวมากแล้ว สามารถลง
จากเตียงและเดินได้แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงสนทนาที่หน้าประตู นางก็เดินมาตรวจสอบพร้อม
กับจักรพรรดิซุ่นอู่
เมื่อทั้งสองเห็นเฟ่ยหนานอวี่ ต่างก็ชะงักงันอยู่กับที่
เพราะรูปลักษณ์ของเฟ่ยหนานอวี่นั้นเหมือนกับหยวนกุ้ยเฟ
ยมากจริง ๆ
เมื่อวานได้ฟังค าบอกเล่าของโม่จิ่วเยี่ย บัดนี้ได้เห็นโฉมหน้าของ
เฟ่ยหนานอวี่กับตาแล้ว ยากที่จะไม่เชื่อว่าพวกเขามีความสัมพันธ์แม่
ลูกกัน
จักรพรรดิซุ่นอู่เอ่ยปากก่อน
“เจ้าชื่ออะไร?”
ในยามนี้ จิตใจของเฟ่ยหนานอวี่ไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่คิดไว้แล้ว
แม้จะเป็นบิดามารดาผู้ให้ก าเนิดของตนเองที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ถึงแม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งสองคนนี้จะติดค้างเขาอยู่บ้าง แต่
ค าพูดที่ว่าเลือดข้นกว่าน ้านั้นไม่ใช่ค าพูดที่กล่าวขึ้นมาลอย ๆ
เฟ่ยหนานอวี่พยายามปรับอารมณ์ของตนเอง แต่ก็ยังไม่สามารถ
ท าใจให้เผชิญหน้ากับบิดามารดาผู้ให้ก าเนิดได้อย่างสงบ
ตามปกติแล้ว เฟ่ยหนานอวี่มีนิสัยในการปฏิบัติต่อผู้คนว่าเมื่อ
พบองค์จักรพรรดิและกุ้ยเฟ่ยเหนียงเหนียงจะต้องค านับทักทายอย่าง
สุภาพ
อย่างไรก็ตาม วันนี้เขาไม่สามารถท าเช่นนั้นได้เลย
เขายืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น น ้าเสียงปราศจากความอบอุ่นใด ๆ
“กระหม่อมชื่อเฟ่ยหนานอวี่”
จักรพรรดิซุ่นอู่แม้จะเลอะเลือนไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกเสีย
ทีเดียว
บรรดาโอรสของเขา นอกจากไม่ชอบหนานรุ่ยและละเลยองค์
ชายสี่แล้ว เขาก็ยังรักและเอ็นดูหนานเหิงกับหนานฉีมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงว่าหากคนตรงหน้านี้เป็นบุตรแท้ ๆ
ของตน ไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างองค์ชายแม้แต่วันเดียว นับตั้งแต่
เกิดต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายนอก จักรพรรดิซุ่นอู่ก็รู้สึกเจ็บปวดใจ
อย่างบอกไม่ถูก
“เฟ่ยหนานอวี่… เฟ่ยไม่ต้องพูดถึงตามสกุลของข้ารับใช้ผู้นั้น
ส่วนหนานเป็นตัวอักษรอะไร?”
ขณะนี้จิตใจของเฟ่ยหนานอวี่สงบลงมากแล้ว เมื่อเห็นจักรพรรดิ
ซุ่นอู่ถาม จึงตอบอย่างจริงจังว่า “เนื่องจากหนานเป็นสกุลของ
ราชวงศ์ สามัญชนไม่อาจใช้ตามอ าเภอใจ ดังนั้น เมื่อท่านพ่อตั้งชื่อ
ให้กระหม่อม จึงเลือกใช้อักษรหนานที่มีความหมายว่าไม้”
จักรพรรดิซุ่นอู่สามารถถามสิ่งเหล่านี้ได้อย่างใจเย็น แต่
หยวนกุ้ยเฟยที่อยู่ข้างกายเขากลับท าไม่ได้ ในตอนนี้นางได้พุ่งเข้า
ไปและจับแขนของเฟ่ยหนานอวี่ไว้แน่น
เนื่องจากเฟ่ยหนานอวี่มีรูปร่างสูงโปร่ง หยวนกุ้ยเฟยจึงต้องเงย
หน้ามองเขา
“เจ้าต้องเป็นบุตรแท้ ๆ ของแม่แน่นอน ไม่มีทางผิดพลาดได้ แม่
ท าผิดต่อเจ้า…”
ขณะที่พูดหยวนกุ้ยเฟยก็ดึงแขนข้างหนึ่งของเฟ่ยหนานอวี่
ขึ้นมา ให้เขาตีร่างของนาง
“ลูกแม่ เจ้าต้องทนทุกข์มามาก ทุกอย่างในตอนนั้นล้วนเป็น
ความผิดของแม่ แม่เห็นแก่ตัวส่งเจ้าไปอยู่กับชาวบ้านเพื่อความ
ต้องการของตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแม่ เจ้าตีแม่เถิด…
ฮือๆๆๆๆ…”
หยวนกุ้ยเฟยยังพูดไม่ทันจบก็ร้องไห้จนพูดไม่เป็นภาษาแล้ว
หวังมามาเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงตั้งใจจะเข้าไปปลอบโยน
แต่ใครจะรู้ เฟ่ยหนานอวี่กลับใช้แรงสะบัดแขนที่ถูกหยวนกุ้ยเฟยจับ
ไว้ออก พร้อมกับถอยหลังไปหลายก้าว เพื่อรักษาระยะห่างกับ
หยวนกุ้ยเฟย
เมื่อเทียบกับจักรพรรดิซุ่นอู่แล้ว เฟ่ยหนานอวี่เกลียดชังหยวนกุ้ย
เฟยผู้เป็นมารดามากกว่า
เพราะในตอนนั้น นางเป็นคนส่งคนมาพาเขาไปเพื่อรักษา
ต าแหน่งของตัวเอง ในขณะที่จักรพรรดิซุ่นอู่ผู้เป็นบิดาแท้ ๆ กลับไม่
รู้เรื่องอะไรเลย
เมื่อเขายืนนิ่งแล้ว สายตาก็กลับไปจับจ้องที่จักรพรรดิซุ่นอู่อีก
ครั้ง
“หากจ าเป็นต้องมีการตรวจสอบสายเลือด กระหม่อมสามารถให้
ความร่วมมือได้” กล่าวจบ เขาก็ชี้ไปยังเฟ่ยมามาที่ยังคงสลบอยู่บน
พื้น
“หากต้องการพยานบุคคล ผู้นี้ก็คือข้ารับใช้ข้างกายกุ้ยเฟย
เหนียงเหนียงในอดีต การสลับตัวระหว่างกระหม่อมกับหนานฉีนั้น
ล้วนเป็นฝีมือของนางทั้งสิ้น”
เมื่อเฟ่ยหนานอวี่กล่าวจบ จักรพรรดิซุ่นอู่ หยวนกุ้ยเฟย และหวัง
มามาต่างก็หันไปมองเฟ่ยมามา
เมื่อครู่นี้เป็นเพราะความสนใจของพวกนางทั้งหมดอยู่ที่เฟ่ยหนา
นอวี่ หากไม่เป็นเช่นนั้น หยวนกุ้ยเฟยและหวังมามาคงจะจ าเฟ่ยมา
มาได้ในทันทีอย่างแน่นอน
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฟ่ยมามาได้ท าไว้ในอดีต และเมื่อปีที่แล้วยังแอบ
ขโมยเครื่องประดับของกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงหนีออกจากวัง หวังมามา
ก็รู้สึกโกรธจนแทบระงับไม่อยู่
นางก้าวไปข้างหน้าและเตะเฟ่ยมามาอย่างแรงหนึ่งที่
“นังชั่วช้าทรยศต่อเจ้านาย คอยดูสิว่าวันนี้ข้าจะไม่ตีเจ้าให้ตาย
ไป”
เห็นได้ชัดว่าหวังมามายังคงโกรธและต้องการลงมือ เฮ่อจือหร่าน
จึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อห้ามนางไว้
พวกเขายอมเสี่ยงพาเฟ่ยหนานอวี่และเฟ่ยมามามาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อ
ดูกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงช าระแค้นส่วนตัว อีกทั้งภายในวังหลวงเต็มไป
ด้วยอันตรายรอบด้าน สถานการณ์ที่คาดไม่ถึงอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“หากหวังมามาต้องการจัดการนาง รอให้สอบถามเรื่องราวให้
กระจ่างเสียก่อนก็ยังไม่สาย”
เมื่อหวังมามาได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ว่าตัวเองท าตัวหุนหันพลันแล่น
เพราะความโกรธ นางจึงรีบถอยหลังไปกี่ก้าว
“เพคะ ๆ ๆ …หม่อมฉันลืมตัวไป”
เดิมทีเฟ่ยมามาถูกเฮ่อจือหร่านใช้มือฟาดจนสลบ จึงไม่ได้สลบ
นานมากนัก
เมื่อครู่ถูกหวังมามาเตะไปทีหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้ว
เฮ่อจือหร่านหยิบถ้วยน ้าบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเทน ้าที่เหลืออยู่ในนั้น
ทั้งหมดราดลงบนใบหน้าของเฟ่ยมามา
ในตอนนี้ เฟ่ยมามาตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ นางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
สิ่งที่อยู่ตรงหน้านางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ที่นี่คือห้องบรรทมของ
หยวนกุ้ยเฟย
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นางก็เห็นจักรพรรดิซุ่นอู่และหยวนกุ้ย
เฟย
ร่างกายของเฟ่ยมามาถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่นางก็
รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว รีบคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสองคนทันที่
“หม่อมฉันมีความผิด ขอองค์จักรพรรดิและกุ้ยเหยเหนียงเหนียง
โปรดละเว้นชีวิตด้วยเพคะ”
ละเว้นชีวิต?
ตอนนี้จักรพรรดิซุ่นอู่มีความคิดอยากจะบีบคอนางให้ตาย
แน่นอนว่าในใจของเขาก็มีความโกรธต่อหยวนกุ้ยเฟยไม่น้อย
เช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียด เขายังไม่มีเวลาจัดการ
เรื่องพวกนี้
“เจ้าสมควรตายจริง ๆ”
เฟ่ยหนานอวี่พาเฟ่ยมามามาด้วย ไม่ใช่เพื่อให้นางต้องตาย
ในทันที่
“เฟ่ยมามาสิ่งที่ข้าเคยสัญญากับเจ้าไว้ ข้าจะต้องท าให้ได้
แน่นอน วันนี้องค์จักรพรรดิและหยวนกุ้ยเฟยก็อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว
เจ้าก็ต้องท าตามสัญญาที่เราให้ไว้ต่อกันด้วยใช่หรือไม่?”
คนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าเฟ่ยหนานอวี่กับเฟ่ยมามาได้ตกลงอะไรกันไว้
แต่โม่จิ่วเยี่ย กับเฮ่อจือหร่านก็พอจะเดาได้
แม้หนานฉีจะเคยส่งคนไปสังหารเฟ่ยมามา แต่นั่นก็เป็น
หลานชายแท้ ๆ ของนาง หลังจากเฟ่ยมามาปลอดภัยแล้ว นางก็ค่อย
ๆ เลิกล้มความคิดที่จะเปิดเผยตัวตนของหนานฉี
เฟ่ยหนานอวี่สามารถท าให้นางเต็มใจที่จะพูดความจริงในอดีต
ต่อหน้าจักรพรรดิซุ่นอู่และหยวนกุ้ยเฟย ก็เพราะมีชีวิตของหนานฉี
เป็นเดิมพัน
เมื่อเขาได้รับการฟื้นฟูสถานะองค์ชายแล้ว ชีวิตของหนานฉีก็คง
จะไม่ปลอดภัยแน่นอน
เฟ่ยหนานอวี่ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการต่อรองกับเฟ่ยมามา
เฟ่ยมามาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาต่อหน้าจักรพรรดิซุ่น
อู่และหยวนกุ้ยเฟย และหลังจากที่เขาได้รับการฟื้นฟูสถานะแล้ว เขา
จะหาทางช่วยชีวิตหนานฉี
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น นี่คือข้อตกลงที่เฟ่ยหนานอวี่ท ากับเฟ่ย
มามา