ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 542 หวังว่าสกุลโม่จะกลับสู่ราชส านัก แบ่งเบาภาระของ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 542 หวังว่าสกุลโม่จะกลับสู่ราชส านัก แบ่งเบาภาระของ
ข้า
“ข้าเข้าใจค าพูดของใต้เท้าเฮ่อดี เพียงแต่ราชส านักก าลัง
ต้องการคนมาช่วยงาน ข้าแค่อยากลองพยายามอีกครั้ง”
หลังจากคิดอยู่สักครู่ เขาก็กล่าวต่อ “คงจะเห็นชัดแล้วว่าเสด็จ
พ่อยังไม่ได้แต่งตั้งข้าเป็นองค์ชาย ก็เพราะตั้งใจจะรอให้สถานการณ์
มั่นคงก่อน แล้วค่อยแต่งตั้งข้าเป็นรัชทายาทโดยตรง”
ค าพูดของเขาอ้อมค้อมมาก ความจริงจักรพรรดิซุ่นอู่บอกกับ
เขาว่า รอสถานการณ์มั่นคงขึ้นแล้วจะยกบัลลังก์ให้เขา
แผ่นดินต้าซุ่นในอนาคตล้วนเป็นของเขา แล้วเขาจะยอมเสียโม่
จิ่วเยี่ยและบรรดาบุรุษสกุลโม่ที่กล้าหาญและจงรักภักดีต่อราชส านัก
ไปได้อย่างไร
เสนาบดีเฮ่อรู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ หนานอวี๋จะต้องพบกับโม่
จิ่วเยี่ยอย่างแน่นอน ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะคิดเห็นอย่างไรนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขา
จะควบคุมได้
ทั้งสองคนพูดคุยกันไปตลอดทางจนมาถึงจวนเสนาบดี
เมื่อมาถึงจวนเสนาบดี หนานอวี่ก็รีบพาโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในห้อง
หนังสือของเสนาบดีเฮ่อทันที่
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าการที่หนานอวี่รีบร้อนหาเขาเช่นนี้ ย่อมเกี่ยวข้อง
กับเรื่องในราชส านัก
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก เขาก็เคยชินกับการไม่มีเรื่อง
ปิดบังเฮ่อจือหร่านอยู่แล้ว ตอนนี้เฮ่อจือหร่านก็อยู่ที่นี่ด้วยพอดี โม่จิ่ว
เยี่ยจึงไม่สนใจความคิดของหนานอวี่ พาภรรยาเข้าไปในห้องหนังสือ
ด้วยกัน
หนานอวี่เข้าใจสถานการณ์ระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ชัดเจน จึงไม่
รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด
การที่เฮ่อจือหร่านอยู่ที่นี่ด้วยอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ หากโม่จิ่วเยี่ย
ไม่เต็มใจ แต่ภรรยาของเขาเต็มใจ ก็อาจช่วยผลักดันเรื่องนี้ได้บ้าง
เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ครั้งนี้หนานอวี่จึงไม่อ้อมค้อม
กับสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย พูดเข้าเรื่องทันที่
เขาค้อมกายค านับโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า หนานอวี่หวังว่าสกุลโม่จะกลับสู่ราช
ส านัก แบ่งเบาภาระของข้าได้”
สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นการแบ่งเบาภาระให้ตนเองไม่ใช่เพื่อบ้านเมือง
หรือจักรพรรดิซุ่นอู่ เขาเพียงหวังว่าโม่จิ่วเยี่ยจะนึกถึงมิตรภาพ
ระหว่างพวกเขาและช่วยเหลือกันสักหน่อย
โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าตนแสดงจุดยืนต่อหนานอวี่ชัดเจนแล้ว และคิดว่า
หนานอวี่เป็นคนที่เข้าใจตน
พออีกฝ่ายท าเช่นนี้ สิ่งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยคิดคือการปฏิเสธ
ทว่าเฮ่อจือหร่านที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ กลับคิดต่างออกไป
ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะปฏิเสธ เฮ่อจือหร่านก็ดึงแขนเสื้อของเขา แล้ว
ใช้สายตาบอกให้เขาอย่าเพิ่งพูดอะไรออกมา
โม่จิ่วเยี่ยกลืนค าพูดลงไป จ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยความไม่
เข้าใจ
แม้เฮ่อจือหร่านจะมีความคิดของตัวเอง แต่นางไม่คิดจะพูด
ออกมาก่อนได้รับความยินยอมจากโม่จิ่วเยี่ย
“องค์ชายสาม ท่านก็รู้ถึงชะตากรรมของคนสกุลโม่ และยิ่งเข้าใจ
ดีถึงความอยุติธรรมที่สกุลโม่ได้รับ บัดนี้สกุลโม่ของข้าเพิ่งตั้งรกราก
ที่ซีเป่ยได้อย่างยากล าบาก ย่อมไม่เคยคิดจะก้าวก่ายเรื่องของราช
ส านักอีก”
ตามหลักแล้ว หากเฮ่อจือหร่านจะปฏิเสธค าขอของหนานอวี่
นางก็ควรจะบอกไปตามตรงว่าจะไม่เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม นางเปลี่ยนจากการไม่เข้าร่วมมาเป็นไม่เคยคิด
หากมีคนเปิดใจฟังและพิจารณาก็จะคิดว่าเรื่องนี้ยังมีโอกาส
เปลี่ยนแปลงได้
หนานอวี่เป็นคนฉลาด เขาจะไม่เข้าใจความหมายแฝงในค าพูด
ของเฮ่อจือหร่านได้อย่างไร
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น คุณชายเก้ากับฮูหยินเก้าลองทบทวนเรื่องนี้
ใหม่ก็ไม่เสียหาย วันนี้ข้าขอรับรองว่าหากสกุลโม่ยินดีกลับคืนสู่ราช
ส านัก ข้าจะทูลเสด็จพ่อให้แต่งตั้งพวกท่านเป็นอ๋องเป็นอย่างไร”
“แน่นอนว่าข้าเองก็รู้ว่าผู้คนในสกุลโม่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้แล้ว แต่
พวกท่านยังต้องค านึงถึงลูกหลานของสกุลโม่ด้วยไม่ใช่หรือ”
ที่จริงแล้วเฮ่อจือหร่านเพิ่งพูดเช่นนั้นไป ไม่ใช่เพราะนาง
ปรารถนายศต าแหน่งอะไรมากมาย และยิ่งไม่ได้ค านึงถึงปัญหาของ
ลูกหลานในอนาคต
สกุลโม่ที่อาศัยอยู่ในซีเป่ยตอนนี้ แม้ว่าชีวิตจะไม่ล าบาก แต่
สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังมีสถานะเป็นเพียงสามัญชน
หลังจากเรื่องราวในเมืองหลวงจบลง นางวางแผนจะกลับไปซีเป่ย
เพื่อพัฒนากิจการของครอบครัวอย่างจริงจัง
ทุกการค้าที่นางท า อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวใน
ยุคนี้
แม้ว่าการค้าทั้งหมดของพวกเขาจะร่วมมือกับถังหมิงรุ่ย และ
ไม่ได้เป็นพ่อค้าอย่างออกหน้าออกตา แต่ใต้หล้านี้จะมีก าแพงที่ไม่มี
ช่องได้อย่างไร?
หากถูกคนที่มีเจตนาคิดร้ายสังเกตเห็น พวกเขาจะต้องสืบหา
ที่มาของสินค้าเหล่านี้แน่นอน หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญหน้า
กับพ่อค้าที่ไม่เลือกวิธีการและท าเพื่อผลประโยชน์อย่างเถ้าแก่จินอีก
ครั้ง ก็ย่อมสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของพวกเขาอีก
เถ้าแก่จินยังไม่ถือว่าส าคัญอะไร ไม่อาจสร้างผลกระทบให้กับ
สกุลโม่ได้
แต่กิจการของถังหมิงรุ่ยในอนาคตจะต้องเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งแผ่ขยายไปทั่วทั้งราชวงศ์ต้าซุ่นและแคว้นเล็ก ๆ รอบข้าง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คนที่หมายปองแหล่งผลิตของสกุลโม่ก็จะ
ไม่ใช่พ่อค้าตัวเล็ก ๆ อย่างเถ้าแก่จิน แต่อาจจะเป็นขุนนางผู้ใหญ่
หรือกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่ม
ตอนนี้สกุลโม่เลี้ยงดูกองก าลังไว้มากมาย จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมี
ใครมาหาเรื่อง แต่ใครเล่าจะไม่ชอบชีวิตที่สุขสบาย?
สรุปแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการขจัดปัญหายุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นคือ
การมีอ านาจบางอย่างอยู่ในมือ
พูดตามตรงก็คือแม้เจ้าจะคิดถึงเขา แต่ก็ไม่กล้าท าอะไรข้า ได้
แต่จ้องมองด้วยความกระวนกระวายเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านต้องการผลลัพธ์เช่นนี้
แน่นอนว่านางเองก็ไม่ชอบให้สกุลโม่เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวใน
ราชส านักอีก แม้ว่าในอนาคตแผ่นดินนี้จะเป็นของหนานอวี่ เขาเป็น
จักรพรรดิที่ขยันขันแข็งและรักประชาชน สิ่งเหล่านี้ขอเพียง
ประชาชนได้รับผลประโยชน์ก็พอแล้ว ส าหรับการกลับสู่ราชส านัก
ของสกุลโม่นั้นไม่มีแรงดึงดูดที่ชัดเจนแต่อย่างใด
สิ่งที่เฮ่อจือหร่านต้องการคือ หวังว่าสกุลโม่จะมีดินแดนที่เป็น
ของพวกเขาเอง ภายนอกอยู่ภายใต้การปกครองของต้าซุ่น แต่ที่จริง
แล้วเป็นดินแดนของสกุลโม่เอง
นางไม่มีความคิดจะก่อกบฏหรือทรยศแต่อย่างใด แต่คิดว่าในยุค
โบราณนี้ นางจะสามารถสร้างพื้นที่ที่มั่งคั่งและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้
ด้วยความพยายามของตนเอง
เปรียบเสมือนกับยุคปัจจุบัน หลังจากต้าเซี่ยก่อตั้งขึ้นก็อนุญาต
ให้บางพื้นที่ร ่ารวยขึ้นมาก่อน นางก็อยากจะสร้างพื้นที่เช่นนั้นขึ้นมา
ที่นี่เช่นกัน
เมื่อครู่หนานอวี่เสนอให้แต่งตั้งสกุลโม่เป็นอ๋อง เฮ่อจือหร่านจึง
เดาว่าเรื่องนี้หนานอวี่คงได้สังเกตท่าทีของจักรพรรดิซุ่นอู่ไว้ล่วงหน้า
แล้ว มิเช่นนั้นด้วยนิสัยระมัดระวังของเขา คงไม่กล้าพูดถึงเรื่องที่ยัง
ไม่แน่นอนนี้
ดังนั้นนางจึงมั่นใจว่าหากสกุลโม่ยอมกลับสู่ราชส านัก การได้รับ
ยศต าแหน่งนี้ย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนว่านางก็รู้ดีว่าแม้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องต่างสกุล แต่
ในประวัติศาสตร์มีอ๋องต่างสกุลมากมายที่มีชื่อเสียงแต่ไม่มีอ านาจ
พูดตรง ๆ ก็คือเป็นวิธีการที่จักรพรรดิใช้ตอบแทนขุนนางผู้มี
ความดีความชอบนั่นเอง
หากสกุลโม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง ก็จะเหมือนกับอ๋องมากมาย
ในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีอ านาจจริง ๆ หลายคน ได้รับพระราชทานจวน
ให้อยู่ในเมืองหลวงเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ยังมีอ านาจน้อยกว่าขุนนางทั่วไปเสียอีก
ผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เฮ่อจือหร่านต้องการ นางไม่อยากให้
สกุลโม่กลับสู่ราชส านักง่าย ๆ แบบนั้น ต าแหน่งอ๋องต่างสกุลนี้ต้อง
มาพร้อมกับสิ่งอื่นด้วย นี่จึงจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของนางในการ
มอบโอกาสให้หนานอวี่
หนานอวี่ปรารถนาจะให้โม่จิ่วเยี่ยกลับคืนสู่ราชส านัก เมื่อเห็นว่า
มีความหวัง เขาจึงไม่รีบร้อนไปจากจวนเสนาบดี แต่กลับสนทนากับ
เสนาบดีเฮ่อเกี่ยวกับสถานการณ์ในราชส านัก หวังว่าการมาเยือนใน
วันนี้จะท าให้เขาได้รับค าตอบที่น่าพอใจจากสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย