ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 544 การทดสอบส าหรับหนานอวี่
หากก่อนหน้านี้ประโยคนี้ถูกเอ่ยออกมาจากปากของหนานอวี่
โม่จิ่วเยี่ยคงจะตอบกลับไปด้วยความโกรธเคืองแน่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มมองอะไรได้มากขึ้น ไม่ว่าอย่างไร
พวกเขาสกุลโม่ก็ไม่ขาดใครไปสักคน อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน นี่
คือความเมตตาของสวรรค์ที่มีต่อสกุลโม่ การที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
ทั้งครอบครัว เขาก็พอใจแล้ว
หลังจากที่หนานอวี่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ล่าสุดของสกุลโม่แล้ว
เขาก็ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องนี้มากนัก ไม่ว่าอย่างไร ในความคิดของเขา
ขุนนางที่ซื่อสัตย์ก็ควรจะได้รับจุดจบที่ดี
ความคิดของเขากลับมาสู่เรื่องการให้คนสกุลโม่กลับสู่ราช
ส านักอีกครั้ง
“ความหมายของคุณชายเก้าคือ ต่อไปจะยังคงอยู่ที่ซีเป่ยหรือ?”
“เหตุใดสกุลโม่ของข้าจึงไม่ควรอยู่ที่ซีเป่ย? ซีเป่ยเป็นด่าน
ส าคัญของต้าซุ่นในการควบคุมชนเผ่าหมานอี๋ หากมีสกุลโม่ของข้า
อยู่ที่นั่น ราชส านักจะไม่ต้องกังวลเรื่องการรบกวนจากชนเผ่าหมานอี๋
อีกต่อไป”
ประเด็นนี้แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่พูด หนานอวี่ก็สามารถคิดได้เอง
สงครามส่วนใหญ่ของต้าซุ่นมาจากชนเผ่าหมานอี๋และหนาน
เจียง
เนื่องจากความแค้นระหว่างต้าซุ่นกับหนานเจียงนั้นรุนแรงกว่า
ชนเผ่าหมานอี๋มากนัก ดังนั้น หลังจากที่หนานอวี่ได้กลับคืนสู่ราช
ส านักแล้ว จึงเกิดความคิดที่จะกวาดล้างหนานเจียงและชนเผ่าหมาน
อี๋ให้ราบคาบ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะขจัดภัยคุกคามได้อย่างถาวร
ดูภายนอกแล้วต้าซุ่นอาจดูเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่หลังจากที่
เขาได้รับอ านาจมา เขาพบว่าประเทศนี้เป็นเพียงเปลือกนอก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้องพระคลังที่ถูกโจรขโมยจนว่างเปล่า…
เพื่อสืบสวนเรื่องทรัพย์สินของท้องพระคลัง หนานอวี่ไม่ได้ละเลย
ที่จะทุ่มเทความพยายามกับตระกูลเซวีย แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถ
สอบถามถึงที่อยู่ของมันได้ เรื่องนี้จึงต้องจบลงโดยไม่มีความคืบหน้า
จากสถานการณ์เหล่านี้ หากหนานเจียงฉวยโอกาสในช่วงที่ชน
เผ่าหมานอี๋ บุกโจมตีต้าซุ่นแล้วท าอะไรบางอย่าง ต้าซุ่นอาจไม่
สามารถรักษาสถานะปัจจุบันไว้ได้อีกต่อไป
หากท าตามข้อเสนอของโม่จิ่วเยี่ย ชาวสกุลโม่ไม่เพียงแต่จะ
สามารถปกป้องชายแดนตะวันตกของต้าซุ่นได้อย่างถาวร แต่ครั้งนี้
ยังสามารถป้องกันการเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากฝั่งหนานเจียงได้
ล่วงหน้าอีกด้วย
แม้ว่าหนานอวี่เพิ่งจะเข้ามาดูแลสิ่งเหล่านี้ แต่ในใจของเขารู้ดี
ที่สุดว่าศัตรูภายนอกวางแผนมาหลายปีแต่ก็ไม่สามารถเมืองของ
ต้าซุ่นได้แม้แต่เมืองเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการปกป้องอย่างเอา
ชีวิตเป็นเดิมพันของบุรุษสกุลโม่มาหลายปี
ไม่ว่าสถานการณ์จะร้ายแรงเพียงใด หนานอวี่เชื่อมั่นว่าตราบใด
ที่มีชาวสกุลโม่คอยดูแลชายแดน อาณาจักรต้าซุ่นจะยังคงสงบสุข
ตลอดไป
อีกทั้งหนานอวี่ก็เชื่อใจสกุลโม่อย่างไร้เงื่อนไข ไม่เคยคิดเลยว่า
ผู้คนจากสกุลโม่จะมีใจคิดทรยศ
แม้ว่าหนานอวี่จะไม่ได้คัดค้านเงื่อนไขที่โม่จิ่วเยี่ยเสนอมา แต่ใน
ฐานะผู้มีอ านาจ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะแสดงออกว่าไม่ล าบากใจเลย
แม้แต่น้อยแล้วตอบตกลงทันที่
อีกทั้งเขายังหวังว่าผู้คนจากสกุลโม่จะสามารถช่วยรับมือกับ
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทางด้านหนานเจียงได้
ส าหรับหนานอวี่แล้ว นี่คือจังหวะเหมาะที่เขาจะกล่าวถึงเงื่อนไข
ของตน
“เงื่อนไขที่คุณชายเก้าและฮูหยินเก้าเสนอมานั้นไม่มีปัญหา อีก
สักครู่ข้าจะเข้าวังไปกราบทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทด้วยตนเอง แต่ว่า…”
เขาตั้งใจท าท่าลังเลเพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าเขาก าลังล าบากใจ
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าเงื่อนไขที่ตนเสนอไปอาจสร้างความยากล าบาก
ให้กับหนานอวี่บ้าง แม้ว่าหนานอวี่จะดูแลกิจการส่วนใหญ่ของต้าซุ่น
แล้ว แต่ก็เพิ่งกลับมาราชส านักได้ไม่นาน การที่เขาสามารถตอบตก
ลงเรื่องใหญ่เช่นนี้ได้ทันทีก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
หากอีกฝ่ายมีความล าบากใจประการใด เขาก็พร้อมจะผ่อนปรน
บ้างเพื่อเห็นแก่มิตรภาพ
อย่างไรก็ตาม เฮ่อจือหร่านกลับคิดต่างจากโม่จิ่วเยี่ย นางมอง
ออกถึงความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหนานอวี่ได้ในทันที่
ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะทันได้เอ่ยปาก นางก็รีบพูดขึ้นมาก่อน “องค์
ชายสามคงก าลังคิดจะให้สกุลโม่ช่วยส่งคนไปคุ้มกันชายแดนหนาน
เจียงใช่หรือไม่? ด้วยวิธีนี้ เมื่อท่านเสนอเรื่องนี้ต่อองค์จักรพรรดิก็จะ
มีน ้าหนักในการโน้มน้าวมากขึ้น?”
เมื่อถูกมองทะลุความคิด หนานอวี่ดูเหมือนจะรู้สึกอึดอัดอย่าง
เห็นได้ชัด ในเมื่อเรื่องราวถูกเฮ่อจือหร่านเปิดเผยออกมาแล้ว เขาก็
ไม่ใช่คนที่จะพูดอ ้าอึ้ง
“ข้าก็มีความคิดเช่นนั้นจริง ๆ สถานการณ์ในราชส านักตอนนี้
ข้าเชื่อว่าท่านทั้งสองก็คงทราบดี ในสนามรบตอนนี้ไม่มีนายพลที่
เหมาะสมให้ใช้งานได้เลย แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับข่าวการยกทัพจาก
หนานเจียง แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น นั่นหมายความว่า
ราชวงศ์ต้าซุ่นจะต้องเผชิญกับการโจมตีจากทั้งด้านหน้าและ
ด้านหลังในไม่ช้า หากต้องการแก้ไขสถานการณ์อันยากล าบากนี้
ข้าก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับสกุลโม่เท่านั้น”
หนานอวี่หยุดชั่วครู่ แล้วอธิบายว่า “ข้ารู้ว่าการท าเช่นนี้อาจเป็น
การบีบบังคับผู้อื่นเกินไป แค่คุณชายเก้าตกลงกลับสู่ราชส านัก ข้าก็
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว แต่พวกท่านก็ทราบดีถึงสถานการณ์ของ
ข้าในตอนนี้ ฝ่าบาทค่อนข้างให้ความส าคัญกับข้า เพิ่งกลับสู่ตระกูล
ก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ส าคัญ ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าจ าเป็นต้อง
ทุ่มเทอย่างเต็มที่…”
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง การที่จะรักษาดินแดนของต้าซุ่นไว้ได้หรือไม่
ในครั้งนี้ ก็เป็นการทดสอบข้าด้วย หากล้มเหลว บางทีข้าอาจจะ
พลาดโอกาสได้ครองต าแหน่งนั้นไป”
ค าพูดของหนานอวี่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการเปิดอกคุยกัน
อย่างจริงใจ แม้แต่ความต้องการที่จะได้นั่งในต าแหน่งนั้นก็ไม่ได้
ปิดบังแม้แต่น้อย
บางทีนี่อาจเป็นท่าทีที่ตรงไปตรงมาของเขาที่มีต่อคนที่เขาให้
การยอมรับ
สิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านชื่นชมที่สุดในตัวหนานอวี่ก็คือจุด
นี้ ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิหรือสามัญชน ก็ไม่ได้สูญเสียจิตใจที่ควรมี
ไปเพราะสถานะของตน
แท้จริงแล้วเรื่องนี้แม้หนานอวี่จะไม่พูด โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ก็ได้พิจารณาไว้แล้ว
เมื่อสกุลโม่เลือกที่จะกลับสู่ราชส านัก พวกเขาย่อมไม่วางตัวเป็น
กลางในทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาถือว่าหนานอวี่เป็น
สหายที่รู้ใจ
ด้วยความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของเฮ่อจือหร่าน ในช่วงที่หนา
นอวี่ครองราชย์ ไม่เพียงแต่จะปกครองประเทศให้เข้มแข็ง แต่ยังได้รับ
การสรรเสริญจากทุกคนว่าเป็นจักรพรรดิผู้มีน ้าใจและคุณธรรม
โม่จิ่วเยี่ยไม่มองอย่างอื่น แค่คิดถึงมิตรภาพกับหนานอวี่ เขาก็จะ
ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ยิ่งไปกว่านั้น สกุลโม่ของพวกเขาได้ผลิตระเบิดออกมาจ านวน
มากแล้ว เมื่อไปรบที่ชายแดน ตราบใดที่มีระเบิดอยู่ก็ไม่ต้องกังวล
เรื่องการบาดเจ็บล้มตายของก าลังพลมากเกินไป
ไม่เพียงเท่านั้น หากชาวสกุลโม่น าระเบิดไปในสนามรบ สงคราม
ก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่จ าเป็นต้องใช้เวลามากนัก
อีกทั้งชาวสกุลโม่ก็เกลียดชังหนานเจียงอย่างถึงที่สุด ความทุกข์
ทรมานมากมายของบุรุษสกุลโม่ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมล้วน
เกี่ยวข้องกับหนานเจียง
อาจกล่าวได้ว่าหนานเจียงคือศัตรูอันดับหนึ่งของสกุลโม่ แม้
เพียงเพื่อแก้แค้นให้กับความทุกข์ทรมานที่บิดาและพี่น้องของพวก
เขาได้รับ พวกเขาก็จะออกรบโจมตีหนานเจียงโดยไม่ลังเล ยิ่งไปกว่า
นั้นเมื่อมีโอกาสอันชอบธรรมเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตาม ก็
จะไม่เลือกที่จะปล่อยโอกาสนี้ไป
ส่วนเรื่องที่ระเบิดจะถูกเปิดเผย นี่ก็เป็นเรื่องที่เขาและเฮ่อจือห
ร่านได้หารือกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
ในอนาคตสกุลโม่จะได้ครอบครองซีเป่ยเป็นเขตปกครอง เมื่อ
เวลาผ่านไปนานเข้าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกผู้มีเจตนาร้าย
หวาดระแวง
หากให้ผู้คนรู้ว่าในมือของพวกเขามีอาวุธพิเศษที่ทรงพลังอย่าง
ยิ่ง ทุกอย่างก็จะแตกต่างออกไป ใครก็ตามที่คิดจะท าอะไรไม่ดีกับ
สกุลโม่ ก็ต้องชั่งน ้าหนักตัวเองให้ดีเสียก่อน แม้แต่หนานอวี่ก็
เช่นกัน!
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่าองค์ชายสามพูดอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่ปิดบัง
อีกต่อไป
“เรื่องที่องค์ชายสามกล่าวมา สกุลโม่ของข้าสามารถพิจารณา
ได้ แต่ก่อนอื่นต้องดูว่าราชส านักมีความจริงใจต่อสกุลโม่ของข้า
เพียงใด”
ความหมายของค าพูดนี้ชัดเจนมาก นั่นคือต้องการให้ราชส านัก
จัดการเรื่องต าแหน่งกษัตริย์และเขตปกครองให้เรียบร้อยก่อน เมื่อ
ผู้คนของสกุลโม่ได้รับสิ่งเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็จะลงมือทันที