ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 546 ชะตากรรมของราชวงศ์ต้าซุ่นจะเปลี่ยนแปลงนับจาก
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 546 ชะตากรรมของราชวงศ์ต้าซุ่นจะเปลี่ยนแปลงนับจาก
นี้
การกระท านี้ดึงดูดความสนใจของนักพรตหยวนชิงพอดี
ถึงแม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะเปลี่ยนแปลงการแต่งหน้าไปบ้าง แต่
นักพรตเต๋ามองเพียงโครงกระดูกของคนเท่านั้น
เมื่อเขาเห็นโครงกระดูกบนใบหน้าของเฮ่อจือหร่านก็ตกตะลึงอยู่
นาน
เมื่อเขาได้สติกลับมาโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็เดินออกไปไกล
แล้ว
หลังจากนักพรตหยวนชิงไล่ตามไป ก็สังเกตสีหน้าของเฮ่อจือห
ร่านอีกครั้ง การกระท านี้ย่อมท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกไม่พอใจ และออก
ปากเตือนหยวนชิง
หยวนชิงกล่าวอย่างร้อนรนว่า “ไม่แปลกใจ…ไม่แปลกใจเลย… ที่
ชะตากรรมของราชวงศ์ต้าซุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปนับจากนี้!”
ค าพูดนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคู่สามีภรรยานี้ว่าประวัติศาสตร์ช่วงนี้แตกต่าง
จากที่บันทึกไว้ในหนังสือมากมาย
เฮ่อจือหร่านถามอย่างระมัดระวังว่า “ขอถามท่านนักพรตว่าเหตุ
ใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น?”
นักพรตหยวนชิงลูบเคราสีขาวแซมด าของตน หัวเราะก้องแล้ว
กล่าวว่า “ข้ามีความชอบเพียงอย่างเดียว นั่นคือชอบสังเกตดวงดาว
ในยามราตรี จากการสังเกต ข้าพบว่าชะตาของราชวงศ์ต้าซุ่นได้
เปลี่ยนแปลงไป และก าลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น และผู้ที่อยู่
เบื้องหลังทั้งหมดนี้ก็คือสตรีนางหนึ่ง
เมื่อครู่ข้าได้พิจารณาสีหน้าของเจ้าแล้ว ตอนนี้ข้าสามารถ
ยืนยันได้อย่างแน่นอนว่า เจ้าคือผู้ที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งนี้”
เมื่อถูกมองทะลุปรุโปร่ง เฮ่อจือหร่านรู้สึกประหม่า แต่นางก็ไม่
อาจยอมรับอะไรกับคนแปลกหน้าได้
“ท่านนักพรตคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นเพียงสตรีสามัญคนหนึ่ง
เท่านั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมอะไรได้ดังที่
ท่านกล่าว”
นักพรตหยวนชิงเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นมาเองว่า “ไม่ว่า
เจ้าจะคิดอย่างไร ข้าอยากจะขอบคุณเจ้าแทนประชาชนของต้าซุ่น
ด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่าน หมุนตัวเดินจากไปทันที่ “เกรงว่า
ท่านนักพรตจะเข้าใจผิดแล้ว พวกข้าเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่ผู้ที่
จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของต้าซุ่นอย่างที่ท่านนักพรตกล่าวแต่
อย่างใด”
นักพรตหยวนชิงเห็นพวกเขาจะจากไป ก็ไม่ได้เข้าไปขัดขวาง
แต่กลับหัวเราะดัง ๆ สองสามครั้งก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่ง
“วิญญาณพันปี สมบัติพันปี ปรากฏขึ้นในต้าซุ่นของพวกเรา
แท้จริงแล้วเป็นโชคลาภของต้าซุ่น เป็นโชคลาภของประชาชน…
ฮ่าๆๆๆ…”
เมื่อกล่าวจบ นักพรตหยวนชิงก็จากไปอย่างสง่างาม กลับเป็น
เฮ่อจือหร่านที่หยุดฝีเท้าลง
บางทีโม่จิ่วเยี่ยอาจไม่เข้าใจค าพูดของนักพรตหยวนชิงทั้งหมด
แต่เฮ่อจือหร่านรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
วิญญาณพันปี นางไม่ใช่หรือที่เป็นดวงวิญญาณที่มาจากอีกพัน
ปีข้างหน้า?
สมบัติพันปี สิ่งที่พูดถึงจะต้องเป็นพื้นที่มิติอันทรงพลังของนาง
อย่างแน่นอน
“ท่านนักพรตโปรดรอก่อน”
เฮ่อจือหรานเรียกนักพรตหยวนชิงเอาไว้
นักพรตหยวนชิงหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
“เจ้าประสงค์จะสนทนากับข้าหรือไม่?”
“ข้ามีหลายเรื่องที่อยากขอค าแนะน าจากท่านนักพรต” เฮ่อจือห
ร่านชี้ไปยังศาลาพักร้อนที่อยู่ไม่ไกล ตั้งใจจะไปคลายความสงสัยใน
ใจที่นั่น
นักพรตหยวนชิงราวกับคาดการณ์ไว้แล้วว่าเฮ่อจือหร่านจะ
สนทนากับเขา ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ก็ก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยัง
ศาลาพักร้อนแล้ว
เฮ่อจือหร่านไม่ได้ปิดบังสิ่งใดจากโม่จิ่วเยี่ย นอกจากตัวตนที่
ข้ามเวลามา
นางเคยคิดที่จะเปิดเผยเรื่องนี้กับโม่จิ่วเยี่ยเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่
พบโอกาสที่เหมาะสม
วันนี้เมื่อนักพรตได้ล่วงรู้แล้ว เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจให้โม่จิ่ว
เยี่ยได้รู้จักนางมากขึ้น
ทั้งสามทยอยเข้ามาในศาลาพักร้อน เฮ่อจือหร่านจ้องมอง
นักพรตหยวนชิง รอให้เขาเอ่ยปากก่อน
นักพรตหยวนชิงเหลือบมองโม่จิ่วเยี่ยก่อน ความหมายชัดเจนว่า
ก าลังถาม เฮ่อจือหร่านว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้า
ผู้อื่น
“ท่านนักพรตโปรดวางใจ สามีของข้าเป็นคนที่ไว้ใจได้” เฮ่อจือห
ร่านรีบอธิบาย
นักพรตหยวนชิงจึงสังเกตเห็นโม่จิ่วเยี่ยเป็นครั้งแรก และตกตะลึง
เช่นเดียวกับตอนที่เห็นเฮ่อจือหร่าน
ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมา “ไม่แปลกใจเลย…วิเศษจริง ๆ…วิเศษ
จริง ๆ…”
คราวนี้กลับเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่งุนงงสงสัย
“ท่านนักพรตหมายความว่าอย่างไร?”
นักพรตหยวนชิงไม่มีความตั้งใจจะปิดบังอะไร “ผู้ที่ควรตายกลับ
ยังมีชีวิตอยู่ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์หรอกหรือ?”
ตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ในวันแต่งงานของเขา หากไม่ใช่เพราะภรรยาเตือนสติ เขา
อาจจะเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่งตั้งแต่กลับมาจากวังแล้ว
หากไม่มีภรรยาอยู่ด้วย เขาคงตายไปนานแล้วบนเส้นทาง
เนรเทศ
นักพรตหยวนชิงพูดต่อ “ผู้ที่ควรตายแต่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้มีเพียง
แค่เจ้าคนเดียว เกรงว่าจะมีอีกมาก ไม่แปลกที่ฟ้าดินจะเปลี่ยนแปลง
สาเหตุอยู่ตรงนี้เอง”
“ท่านนักพรต หมายความว่าผู้ที่ควรตายไปแล้วกลับยังมีชีวิตอยู่
และพลิกสถานการณ์ของราชวงศ์ต้าซุ่นใช่หรือไม่?” เฮ่อจือหร่าน
ถาม
“ชะตาของราชวงศ์ต้าซุ่นสิ้นสุดลงแล้ว อีกสามปีข้างหน้า
จักรพรรดิผู้ทรงธรรมจะเสด็จขึ้นครองราชย์และเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่
อาจกล่าวได้ว่าเพราะการปรากฏตัวของพวกเจ้า ท าให้ทุกสิ่ง
เปลี่ยนแปลงไป จักรพรรดิผู้ทรงธรรมสามารถขึ้นครองราชย์ได้เร็ว
ขึ้น และยังสืบทอดมรดกของราชวงศ์ต้าซุ่น ประชาชนไม่ต้องทน
ทุกข์จากสงคราม สิ่งเหล่านี้บางทีพวกเจ้าอาจไม่รู้ แต่ฟ้าดินได้แสดง
ให้เห็นเช่นนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยจะยังมีข้อสงสัยอะไร
อีกเล่า
ทั้งสองต่างรู้ดีถึงประวัติศาสตร์ช่วงนี้ อีกทั้งประวัติศาสตร์ช่วงนี้ก็
ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างแท้จริงเพราะการมาถึงของเฮ่อจือห
ร่าน
เห็นได้ชัดว่านักพรตหยวนชิงนั้นมีความสามารถจริง ๆ
โดยไม่รอให้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแสดงปฏิกิริยา นักพรต
หยวนชิงก็พูดต่อไปว่า
“ที่จริงแล้วข้าก็สงสัยเช่นกัน ว่าโลกในอีกพันปีข้างหน้านั้นจะ
เป็นเช่นไร”
เฮ่อจือหร่านได้คิดไว้แล้วว่าจะใช้โอกาสนี้เปิดเผยความจริงกับ
โม่จิ่วเยี่ยจึงตอบโดยไม่ปิดบังอะไรเลยว่า
“ในอีกพันปีข้างหน้า ชายหญิงจะเท่าเทียมกัน ไม่มีแนวคิดที่ว่า
ชายเหนือกว่าหญิงอีกต่อไป ทุกคนจะพึ่งพาตนเองด้วยสองมือของ
ตน ใช้เครื่องจักรในการท านา ไม่เพียงแต่ปลดปล่อยมือของมนุษย์
อย่างสิ้นเชิง แต่ยังมีประสิทธิภาพสูงมากอีกด้วย ผู้คนที่นั่นไม่ต้องอด
อยากหรือหนาวเย็นอีกต่อไป เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้คนจะ
อาสาไปช่วยเหลือกันเอง ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง หลังจากอายุหก
ปีจะเริ่มการศึกษาภาคบังคับเก้าปี ต้องท าให้ทุกคนอ่านออกเขียนได้
หลังจากผ่านไปพันปี การแพทย์ก็พัฒนาขึ้นมาก ลดอัตราการ
เสียชีวิตของมนุษย์ลงอย่างมาก…”
เมื่อพูดถึงเรื่องราวในอีกโลก เฮ่อจือหร่านสามารถพูดได้อย่างไม่
หยุดหย่อน อธิบายได้อย่างท าให้ผู้คนรู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์
นั้นจริง ๆ
ส าหรับสิ่งที่เฮ่อจือหร่านกล่าวมานั้น โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกแปลกใจ
เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่มิติหรือสิ่งของแปลกใหม่ใน
ห้างสรรพสินค้าเถาเป่า เขาล้วนศึกษาอย่างละเอียดมาแล้ว อีกทั้ง
เฮ่อจือหร่านก็ไม่เคยปิดบังว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากอีก
พันปีข้างหน้า
เพียงแต่เขาไม่คาดคิดว่าเฮ่อจือหร่านจะสามารถพูดถึงสิ่งต่าง ๆ
ที่ไม่มีอยู่ในพื้นที่มิติได้มากมายเช่นนี้ นางรู้เรื่องเหล่านี้มาจากที่ใด
กัน?
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางงุนงงของเขา จึงอธิบายว่า “เมื่อครู่ท่าน
นักพรตได้กล่าวถึงวิญญาณพันปี ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าวิญญาณพันปี
นั้นหมายถึงอะไร?”
เมื่อถูกถามเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อความแน่ใจ “หมายถึงอะไร
หรือ?”
“เจ้าของร่างเดิมของร่างกายนี้ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว และข้าคือดวง
วิญญาณที่มาจากอีกหนึ่งพันปีในอนาคต มาสิงสถิตอยู่ในร่างนี้…”
เฮ่อจือหร่านเล่ารายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการข้ามภพของ
ตนเองออกมาต่อหน้าทั้งสองคนโดยไม่ปิดบังสิ่งใด
“ท่านพี่ ตอนนี้ท่านคงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดข้าถึงรู้เรื่องมากมายที่
ไม่มีในที่นี้ อีกทั้งวิชาการรักษาโรคและช่วยชีวิตผู้คนของข้าก็ได้
เรียนรู้มาจากโลกในอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า”