ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 568 ตอนจบ
แม้ว่าทุกคนจะมีสถานะเป็นองค์ชาย แต่สกุลโม่จะไม่ปฏิบัติต่อ
พวกเขาแตกต่างกัน
สิ่งที่เด็กในสกุลโม่มี พวกเขาก็จะมีเช่นกัน สิ่งที่เด็กในสกุลโม่ไม่
มี พวกเขาก็จะไม่มีเช่นกัน ยืนหยัดมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อทุกคนอย่าง
เท่าเทียมกัน
ในวันข้างหน้า โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านยังคงพัฒนาความ
เป็นอยู่ของผู้คนในเขตปกครองของตนต่อไป
สิบปีต่อมา…
ณ ลานฝึกยุทธ์ของจวนอ๋องตะวันตก รอบด้านมีการจัดวาง
อัฒจันทร์ ด้านบนของอัฒจันทร์มีร่มกันแดดท าจากผ้าไหมสี
เดียวกันทั้งหมด
ตรงกลางเป็นโม่ฉิงและฮูหยินผู้เฒ่านั่งอยู่ ตอนนี้ทั้งสองต่างผมสี
ขาวโพลนแล้ว ทว่าก็ดูยังกระฉับกระเฉง
ทางด้านซ้ายของพวกเขาคือสามีภรรยาเสนาบดีเฮ่อ ส่วนทาง
ด้านขวาคือหนานรุ่ยกับเต๋อเฟย
ต่อมาคือพี่ชายทั้งแปดคนของสกุลโม่ตามล าดับ พร้อมด้วย
สะใภ้ทั้งหลาย
ยามนี้ทุกคนก าลังจ้องมองไปยังทิศทางของเวทีประลองตาไม่
กะพริบ
ทายาทรุ่นหลังของสกุลโม่ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง คนทั้งหมดเรียง
แถวตามล าดับอายุ รวมถึงองค์ชายทั้งสี่คนด้วย
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านเดินผ่านหน้าพวกเด็ก ๆ จากนั้นก็
ตะโกนเสียงดัง
“การประลองเริ่มขึ้นแล้ว!”
ค าพูดของเขาเพิ่งจบลงก็มีคนกระโดดขึ้นเวทีประลองทันที่
“ท่านอาเก้า ข้าขอเป็นคนแรก”
โม่ชูหานที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ลูบหน้าผากของตนเอง แล้วพูดกับ
ภรรยาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “เจ้าเด็กคนนี้ช่างเหมือนกับข้า มีความกล้า
หาญอยู่ในตัว”
“เหมือนท่านแล้วมันดีตรงไหน? ดูลูกชายของน้องเก้าสิ ตั้งแต่
เด็กก็เก่งทั้งบุ๋นบู๊ ไม่เคยอวดดีแสดงความกล้าหาญอย่างกับคนโง่
แบบนี้เลย” พี่สะใภ้แปดพูดอย่างจนปัญญา
“โบราณว่ามังกรเกิดจากมังกร หงส์เกิดจากหงส์ ลูกหนูย่อมรู้จัก
ขุดรู ลูกของข้าโม่ชูหานจะเก่งเรื่องการเรียนก็แปลกแล้ว”
ขณะที่พี่แปดกับภรรยาก าลังคุยกันเรื่องลูกชายคนโตของพวก
เขา ฝั่งด้านเวทีประลองก็มีคนกระโดดขึ้นไป
“พี่โม่หก ข้าหนานซูห่าวไร้ความสามารถ ขออาสาประลองฝีมือ
กับท่าน”
นี่คือบุตรชายคนโตของหนานอวี่ ครั้งแรกที่มาถึงสกุลโม่ เขามี
ท่าทียโสโอหังราวกับไม่เห็นใครอยู่ในสายตา สิบปีผ่านไป ความคิด
ของเด็ก ๆ สกุลโม่ที่รักใคร่กลมเกลียวกันฉันพี่น้องและมุ่งมั่น
ขวนขวายได้เปลี่ยนแปลงตัวเขาไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้ความผูกพันฉันพี่น้องระหว่างองค์ชายทั้งสี่นั้นลึกซึ้งราว
กับเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน ไม่ใช่แค่เท่านั้น พี่น้องทุกคนต่าง
รู้สึกว่าหนานซูห่าวยังมีความสามารถมากที่สุด ทั้งยังเป็นองค์ชาย
ใหญ่ ต าแหน่งรัชทายาทควรเป็นของเขาโดยแท้ ส่วนคนอื่น ๆ แค่
ช่วยเหลือเขาให้มากที่สุดก็พอ
วันนี้โม่จิ่วเยี่ยจัดการแข่งขันขึ้นที่ลานฝึกยุทธ์ก็เพื่อส่งองค์ชาย
ทั้งหลายออกเดินทาง
ไม่นานมานี้ มีข่าวมาจากหนานอวี่ส่งมาว่าตอนนี้ต้าซุ่นมีความ
สงบสุขแล้ว และเขาก็นั่งอยู่บนบัลลังก์นานพอแล้ว จึงคิดจะเรียก
บรรดาบุตรชายกลับไปทดสอบสักหน่อย จากนั้นก็จะได้สละราช
สมบัติเร็ว ๆ จะได้มาใช้ชีวิตอย่างสบายใจและพักผ่อนที่ซีเป่ย
เหมือนกับคนสกุลโม่
แม้ว่าคนที่แข่งขันจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น แต่ความสามารถ
ของพวกเขาได้รวมเอาจุดเด่นของพี่น้องชายทั้งเก้าแห่งสกุลโม่มาไว้
ด้วยกัน กล่าวได้ว่าไม่ว่าจะชายหรือหญิง ทุกคนล้วนโดดเด่นเหนือ
ใคร
ในลานประลองเป็นการแข่งขันต่อสู้ ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการ
แข่งขันด้านวรรณกรรมที่สวนหลังจวน
ผลการแข่งขันยังคงเป็นเหมือนทุกครั้ง ผู้ชนะการแข่งขันการ
ประลองคือจู้เอ๋อร์ ซื่อจื่อของจวนอ๋องตะวันตก
ส่วนการแข่งขันด้านวรรณกรรม หมิงจูนับว่าโดดเด่นที่สุด เด็ก
สาวคนนี้ฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไรก็สามารถเข้าใจได้
อย่างทะลุปรุโปร่งทันที่ หมิงจูไม่เพียงมีความสามารถโดดเด่นด้าน
วรรณกรรม แต่ยังพูดได้ว่านางเชี่ยวชาญทุกด้าน ทั้งการดีดพิณ
หมากล้อม คัดอักษร และวาดภาพ
แฝดชายหญิงคู่นี้เป็นที่ชื่นชมและยกย่องในหมู่น้องชายน้องสาว
ในครอบครัว
นอกจากนี้สองพี่น้องยังสืบทอดรูปโฉมจากบิดามารดาอย่าง
สมบูรณ์ คนเป็นพี่ชายสง่างาม ส่วนคนเป็นน้องสาวงดงาม
พวกเขาสองคนติดตามพ่อแม่ไปทั่วเขตปกครองตั้งแต่เล็ก ท าให้
เหล่าชาวบ้านได้ยลโฉมของพวกเขา
หลังจากชาวบ้านซีเป่ยได้เห็นเด็กทั้งสองก็สรรเสริญว่าทั้งคู่
งดงามราวกับตุ๊กตาที่เดินออกมาจากภาพวาดปีใหม่ไม่หยุด
ถึงขนาดมีหญิงตั้งครรภ์บางคนที่เชื่อในเรื่องโชคลาง หวัง
อยากจะเห็นคุณชายน้อยและคุณหนูน้อยหลาย ๆ ครั้ง ให้ลูกที่พวก
นางก าลังคลอดได้งดงามแบบนี้บ้าง…
จ านวนลูกหลานของบ้านสกุลโม่มีไม่น้อย เด็กที่เพิ่งหัดเดินได้ก็
มีถึงสี่สิบกว่าคน
แต่โม่จิ่วเยี่ยยังคงรักษาสัญญา เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องทน
ทุกข์ทรมานอีก แม้เฮ่อจือหร่านอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสักกี่คน ชาย
หนุ่มก็ไม่ยอม
กระทั่งตอนนี้ทั้งสองอายุสามสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังมีแค่ลูกชายหญิง
คู่นี้เท่านั้น
โชคดีที่พี่ชายและพี่สะใภ้ไม่ได้คิดเหมือนเขา ในเมื่อสามารถมี
ลูกได้แล้ว ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี
ด้วยเหตุนี้ คนในสกุลโม่จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พวกเด็ก ๆ กตัญญูรู้ความมาตั้งแต่เล็ก หลังจากการแข่งขัน
สิ้นสุดลง พวกเขาต่างพากันวิ่งไปหาโม่ฉิงและฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมกับ
ของรางวัลที่ตนได้รับมา
ทุกคนแย่งชิงกันเพื่อจะมอบของขวัญที่ตนพยายามได้มาให้ท่าน
ปู่ท่านย่าด้วยความเคารพ
ภาพเช่นนี้มักจะปรากฏให้เห็นในบ้านบ่อยครั้ง แม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้
อาวุโสทั้งสองก็ยังไม่เบื่อหน่ายที่จะชื่นชมความกตัญญูของพวก
หลาน ๆ …
โม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ปลายระเบียงทางเดิน จับมือของเฮ่อจือหร่านไว้
มองภาพแสนอบอุ่นตรงหน้านี้ด้วยกัน
“หร่านหร่าน ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณข้าเรื่องอะไรหรือ?”
“ขอบคุณที่เจ้ามา มอบสิ่งดีงามทั้งหมดนี้ให้กับข้า”
“ข้าบอกไปแล้วว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ท่านอย่า
เกรงใจข้าเลย”
“ต้องขอบคุณสิ เจ้าคือผู้มีพระคุณของสกุลโม่ และเป็นรักแท้ใน
ชีวิตนี้ของข้าโม่จิ่วเยี่ย”
ใช่แล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อ
เฮ่อจือหร่านไม่เคยเปลี่ยนแปลง
พวกเขายังคงรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนสามีภรรยาที่เพิ่ง
แต่งงานกันใหม่ ๆ หวานชื่นราวกับน ้าผึ้งพระจันทร์เมื่ออยู่กันตาม
ล าพัง
เขาโอบเอวของเฮ่อจือหร่าน สองสามีภรรยายืนมองกลุ่มคนรุ่น
หลังในสวนดอกไม้เงียบ ๆ
“หร่านหร่าน จู้เอ๋อร์โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อีกทั้งนิสัยของเขายัง
มั่นคงกว่าพ่อของเขาเสียอีก สติปัญญาก็เหนือกว่าข้า…”
“ท่านคิดจะท าอะไร?” เฮ่อจือหร่านเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึง
แทรกถาม
“ข้า… ข้ารู้สึกว่าการเป็นอ๋องตะวันตกมาสิบกว่าปีนี้เพียงพอ
แล้ว”
“แต่ลูกชายเรายังเล็ก ท่านจะใจร้ายท าได้อย่างไร”
“อายุสิบหกปีไม่ใช่เด็กแล้ว ตอนข้าอายุสิบหก ข้าก็น าทัพออก
รบแล้ว”
“ท่านเป็นพ่อแบบนี้ได้อย่างไร?”
“หร่านหร่าน ข้าอยากพาเจ้าไปท่องเที่ยวให้ทั่วในยามที่ยังหนุ่ม”
“อืม…เช่นนั้นจะไปท่องเที่ยวทั่วทั้งสี่ทะเลเลยหรือไม่?”
สิ่งนี้สามารถเป็นไปได้นะ…
จบบริบูรณ์!