นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล] - ตอนที่ #116 : เกมอันเบี้ยวบิด [4]
- Home
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ: เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! [นิยายแปล]
- ตอนที่ #116 : เกมอันเบี้ยวบิด [4]
ไคล์นิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง
ไม่ใช่แค่ตัวเขา ทุกคนในห้องต่างพากันนิ่งสนิทเมื่อเห็นข้อความบนโทรศัพท์ของเซธ
[ฆ่าฉัน]
อะไรกัน…
‘นายบ้าไปแล้วเหรอ?!’
ไคล์เกือบจะตะโกนออกมาพลางถลึงตาใส่เซธที่กำลังแย้มยิ้ม ทำไมเขาถึงยังทำตัวใจเย็นอยู่ได้ในสถานการณ์แบบนี้? ไม่สิ ทำไมเขาถึงยิ้มทั้ง ๆ ที่บอกให้ฆ่าตัวเองล่ะ? ไคล์รู้จักนิสัยของเซธเป็นอย่างดี
หากพูดถึงเรื่องคนที่อยากตาย เซธคือคนสุดท้ายบนโลกที่เขาจะนึกถึง
หมอนั่นกลัวตายขนาดนั้นเลยแหละ
คำขอนี้จึงไม่สมเหตุสมผลสำหรับเขาเลย มันแตกต่างจากเซธที่เขารู้จักและเข้าใจอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้เขาเคยสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ก็พยายามมองข้ามมันไป กลับกันกับตอนนี้ เขามองข้ามไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
เซธในตอนนี้…
ทำตัวแปลกจนเกินไป
‘เขาโดนผีสิงอยู่เหรอ? ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ล่ะ? ฉันโคตรจะไม่เข้าใจเลย!’
ไคล์พยายามใจเย็นและคิดตามหลักเหตุผลอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เขาทำไม่สำเร็จ
เซธ… หมอนี่กะจะให้เขาบ้าตายไปข้างหนึ่งเลยใช่ไหมเนี่ย
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คำตอบก็คือ ไม่
‘ฉันจะไม่ฆ่านาย’
ไคล์ส่ายศีรษะขณะจ้องมองเซธ
ทว่าเซธยังคงยืนหยัดอยู่เช่นเคย จ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มแบบเดิม นั่นคือตอนที่ไคล์นึกย้อนกลับไปถึงบรรดาความคิดของตัวเองก่อนหน้านี้
‘เดี๋ยวก่อนนะ…’
เซธเป็นคนกลัวตาย ใช่
เขาเป็นหนึ่งในคนที่กลัวตายมากที่สุดเท่าที่ไคล์รู้จักมา
เขาเป็นคนสุดท้ายที่จะเสนออะไรสักอย่างที่มันอันตราย ซึ่งพอคิดได้แบบนี้แล้ว หรือว่าเขาอาจจะไม่ได้สื่อถึงความหมายตรง ๆ ตามข้อความ?
สมองของไคล์เริ่มหมุนวุ่นวาย
“ฉันว่าตอนนี้เขาไปแล้วล่ะ เราน่าจะกลับมาพูดได้อีกครั้งนะ”
เมื่อได้ยินเสียงของเซธ ไคล์เผยอปาก เกือบจะพูดออกมาตามสัญชาตญาณ แต่ข่าวดีคือเขาไหวตัวทัน จึงรีบหุบปากลงแบบว่องไว
ส่วนข่าวร้าย…
“เ-เขาไปแล้วจริง— อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องฉีกกระชากบรรยากาศภายในห้องกะทันหัน ศีรษะของไคล์สะบัดไปทางขวา ณ ตรงนั้น เขาเห็นไรอัน หนึ่งในสมาชิกที่ถูกส่งตัวมาพร้อมกับเขา จู่ ๆ ก็บิดเกลียวด้วยความเจ็บปวด ท่อนแขนหักสะบั้นอย่างผิดธรรมชาติ หนึ่งเงาเส้นสูงก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอยู่ด้านหลัง
‘ตั้งแต่เมื่อไหร่!?’
กร๊อบ!
อีกหนึ่งเสียงแตกหักดังขึ้น แขนอีกข้างหนึ่งหักครึ่ง ตามด้วยขาทั้งสองข้าง ร่างกายทิ้งตัวไร้เรี่ยวแรงลงกับพื้น ใบหน้าเหี่ยวเฉาลงอย่างเชื่องช้าเหมือนกับเหยื่อรายก่อน ๆ
กระบวนการดังกล่าวทั้งรวดเร็วและกะทันหันมากเสียจนคนที่เหลือไม่ทันได้เข้าใจกับภาพเบื้องหน้า
จนกระทั่งเข้าใจแล้ว ร่างกายของพวกเขาพลันแข็งทื่อทุกสัดส่วน
“เขาไม่อยู่ที่นี่… ตอนนี้พวกเราพูดได้แล้ว”
เสียงของเซธดังก้องอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ทุกคนเห็นชายบิดเบี้ยวขยับริมฝีปาก มันกวาดมองไปโดยรอบราวกับกำลังเยาะเย้ยพวกเขา
“…เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ พูดสิ”
ริมฝีปากของมันฉีกยาวเข้าไปใต้หมวกทรงสูง ส่งความเย็นยะเยือกไล่ลงตามกระดูกสันหลังของโซอี้ ไคล์ และเรย์มอนด์
หากไม่นับรวมเซธแล้ว ก็เหลือพวกเขาเพียงสามคนเท่านั้น…
‘แย่แล้วสิ แย่แบบมาก ๆ ของจริง’
ไคล์สัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่กำลังควบรวมย้อยตัวลงมาตามกรอบใบหน้า ดวงตามองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน ในจังหวะนั้น ข้อความของเซธก็วนเวียนกลับมาในสมองอีกครั้ง
‘ฆ่าฉัน’
ไคล์รีบส่ายศีรษะตัวเอง
ไม่ ช่างแม่งเหอะ! อะไรก็ได้แต่ต้องไม่ใช่อันนั้น เซธมันก็แค่บ้าไปเอง
วิธีนั้นไม่มีอะไรมารับประกันว่ามันจะได้ผล
อีกอย่างคือ ไคล์ไม่มีวันฆ่าเซธเป็นอันขาด เขาปัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็วและพยายามคิดหาหนทางอื่น แต่สมองของเขากลับว่างเปล่า ไม่ว่าจะพยายามคิดมากแค่ไหน เขาก็คิดอะไรไม่ออกเลยสักอย่างเดียว
โซอี้กับเรย์มอนด์เองก็ไม่ต่างกัน ทั้งสองคนมองรอบห้องอย่างเอาเป็นเอาตาย
‘กำลังเสริมน่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ ฉันรู้ว่ากิลด์รับรู้สถานการณ์แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะมาถึงหรือข้างบนมีการเปลี่ยนแผนอะไรรึเปล่า ฉันต้องหาทางถ่วงเวลา ฉัน—’
ไคล์ชะงักกึก
สมองของเขาย้อนกลับไปหาข้อความของเซธอีกครั้งหนึ่ง
ทรวงอกพลันปั่นป่วน แต่แล้ว…
‘เซธเป็นคนกลัวตาย หมอนั่นกลัวตาย’
คนแบบนั้นไม่มีทางเสนออะไรที่อันตรายแน่นอน
เว้นเสียว่า…
‘ความหมายมันต้องมีนัยอะไรมากกว่านั้น แต่คำว่า ‘ฆ่าฉัน’ มันก็ตรงไปตรงมาพอตัวนะ หมอนั่นต้องการอะไรกันแน่? จะให้ฆ่าแบบไม่ให้ตายจริงงั้นเหรอ? ไม่ใช่มั้ง เรื่องพรรค์นั้นมันเป็นไปได้ซะที่ไหน? หัวใจเขาต้องหยุดเต้นแล้วก็— เอ๊ะ?’
ความคิดของไคล์หยุดชะงักไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น เขาก็นึกข้อความของเซธขึ้นมา รวมกับสิ่งที่ทำให้คน ๆ หนึ่งถือว่าเสียชีวิต
นั่นคือ…
สภาวะหัวใจหยุดเต้น
การที่ใครสักคนถูกตัดสินว่าตายไปแล้ว แสดงว่าหัวใจของคนนั้นหยุดทำงาน
หัวสมองโลดแล่นฉับพลัน ไคล์เริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับรอยยิ้มบนใบหน้าเซธและข้อความของเจ้าตัว
ดวงตาของเขาค่อย ๆ เบิกกว้างขณะมองตรงไปยังเซธ ซึ่งกำลังจ้องมองเขากลับมาด้วยความสงบนิ่ง อย่างกับกำลังรอให้เขาเข้าใจมัน และทันทีที่สายตาของพวกเราประสานกัน เซธก็พยักหน้า
นิ้วมือพิมพ์อะไรบางอย่างลงในโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะชูให้อีกฝ่ายดู
[หยุดหัวใจฉัน ตอนที่ชายบิดเบี้ยวเห็นว่าฉันตายแล้ว เกมจะจบลง ตัวฉันน่าจะเป็นเป้าหมายสุดท้าย พอมันไปแล้วค่อยเก็บร่างฉันและออกไป]
ไคล์กัดริมฝีปาก หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาพิมพ์
[แต่ถ้าชายบิดเบี้ยวไม่ยอมไปหลังจากที่นายตายแล้วล่ะ? จะเอาไง…?]
เซธหยุดนิ่ง มองดูข้อความดังกล่าว
จากนั้น…
เขาเริ่มพิมพ์อีกครั้ง ด้วยรอยยิ้ม
[ทิ้งฉัน]
ปากของไคล์เปิดอ้า แต่ก็หยุดกลางคันทันทีที่มองชายบิดเบี้ยว
และแล้วเขาก็กัดฟันแน่น พร้อมกับจ้องเซธตาแข็ง
[นายก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ ฉันไม่มีทางทิ้งนายไว้แน่]
[…เดี๋ยวกำลังเสริมก็มา นายทิ้งฉันไปได้เลย พวกเขาจะมาพาฉันกลับไปเอง]
ไคล์เริ่มพิมพ์ลงในโทรศัพท์อีกครั้ง แต่ในขณะที่พิมพ์ข้อความ เขากลับลบมันทิ้งก่อนจะพิมพ์ใหม่และลบมันซ้ำอีก
ไม่ว่าจะพิมพ์ข้อความใดลงไปอีกสักกี่ครั้ง สุดท้ายเขาก็ลบมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี
เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนัก
ทุกวินาทีล้วนมีค่า
…แล้วในท้ายที่สุด เขาก็ทำได้เพียงเก็บโทรศัพท์ลงและมองโซอี้กับเรย์มอนด์ ปิดท้ายด้วยการพยักหน้า
‘โอเค’
ชายบิดเบี้ยวเป็นมอนสเตอร์ที่รับมือได้ยากเกินคาด
มันมีเล่ห์เหลี่ยมและกลวิธีสารพัดในการหลอกล่อให้คนตกหลุมพรางของตัวมัน ไคล์มั่นใจว่ามันต้องมีไม้ตายอื่นซ่อนอยู่อีกแน่ แต่ตอนนี้มีคนตายไปแล้วมากมาย เขายอมให้มีศพเพิ่มไปมากกว่านี้อีกไม่ได้จริง ๆ
แผนของเซธเป็นหนทางเดียวที่ดูเหมือนจะได้ผล
ต่อให้แผนนี้ล้มเหลว หรือเซธเข้าใจผิดเรื่องเงื่อนไขการจบเกม ไคล์ก็ไม่คิดว่าจะมีใครได้รับอันตรายตราบใดที่พวกเขายังคงทำตัวเงียบกันได้
‘ใช่ ถึงฉันจะพาเขากลับไปด้วยไม่ได้ เราก็ยังมีกำลังเสริมอยู่ นี่เป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว’
ไคล์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเขาเริ่มสงบลง พร้อมด้วยหัวใจที่เริ่มผ่อนคลาย
ถึงจะยังคงตั้งแง่กับแผนการดังกล่าว แต่เขาก็รู้เช่นกันว่านี่เป็นโอกาสเดียวของพวกเขาที่จะหลุดพ้นได้
ด้วยเหตุนั้น หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ไคล์ก็หันไปเผชิญหน้ากับเซธและยื่นมือตัวเองไปข้างหน้า
โหนดในสมองของเขาเริ่มทำงาน ภายในหัวรู้สึกถึงคลื่นซ่า ๆ ขณะจดจ่อสมาธิอยู่กับร่างเซธ
ไคล์มีโหนดอยู่หลายอัน ซึ่งทั้งหมดเป็นของบัญญัติเทมพอรอล ทำให้เขาสามารถควบคุมเวลาได้ และในขณะที่จ้องมองเซธ เขาก็ใช้โหนดที่ทรงพลังที่สุดของตัวเองออกมา
[โหนดขั้นกลาง : หยุดเวลา]
ชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งร่างกายของเซธแน่นิ่งโดยสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ อวัยวะภายใน หรือแม้กระทั่งสมอง ทุกสิ่งทุกอย่างแน่นิ่งพร้อมเพรียงกัน
หลังจากนั้น…
ตุบ!
ร่างกายเอนเอียงลงด้านข้าง ส่งเสียงกระแทกแผ่วเบา ความสนใจของชายบิดเบี้ยวหันมาที่เซธทันควัน
ไคล์จ้องมองไปทางชายบิดเบี้ยวพลางกลั้นหายใจ
มันจะได้ผลไหมนะ?