บันทึกชะตาราชันหมื่นเซียน - บทที่ 326 ความทรงจำอันแปลกประหลาดของท่านอารอง
ตอนที่ 326 ความทรงจำอันแปลกประหลาดของท่านอารอง
ไม่มีใครสามารถมองเห็นใบหน้าของหนิงปู่กุยได้อย่างชัดเจน เขานั้นเปล่งประกายเจิดจ้าเกินไป ทั่วร่างมีแสงดาบพุ่งทะยานนับหมื่นจั้ง องอาจสง่างามดังเทพเจ้า แม้จะห่างกันด้วยกระแสแห่งกาลเวลาที่ปั่นป่วน แต่ก็ยังทำให้ผู้คนสั่นสะท้านทั้งกายและใจเหมือนดังมดปลวกที่แหงนมองเทพเจ้าบนสวรรค์!
เมื่อหนิงปู่กุยมาถึง เขาไม่ได้สนใจเมืองสี่ทิศเลย สายตาของเขาจับจ้องไปที่สระสายฟ้าน้อยที่อยู่เบื้องล่าง กลิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย
“เหตุใดเจ้าจึงขัดขวางข้าในการจัดการกับเจดีย์หมื่นเร้นลับ?”
หนิงปู่กุยเอ่ยปาก เสียงใสเเว่วกังวานราวกับเสียงดาบ แต่กลับแฝงความเฉยเมยและเย็นชา
“ข้าน่ะกำลังช่วยชีวิตเจ้าอยู่ จังหวะเวลายังมาไม่ถึง การพยายามหนีออกจากกรงขังอันน่าอัศจรรย์ในราตรีนี้มีแต่ทางตายสถานเดียว!”
ภายในสระสายฟ้าน้อย เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง พร้อมกับมีเสียงแหบพร่าและแก่ชราดังออกมา
“เจ้าหมายถึงจังหวะเวลาใดกัน? หากไม่ให้คำอธิบายที่น่าพอใจแก่ข้า ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” หนิงปู่กุยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยการคาดคั้น
“จังหวะเวลาก็คือความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย”
ที่ใต้สระสายฟ้า เงาร่างของเต่าเฒ่าตัวหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง มันมีขนาดใหญ่มโหฬารราวกับแผ่นดินผืนน้อยๆ ที่ฝังตัวอยู่ใต้ก้นสระสายฟ้า
“แสร้งทำเป็นลึกลับ จิตใจชั่วช้า สมควรถูกกำจัด!”
หนิงปู่กุยแข็งกร้าวมาก เขาจึงชักดาบออกมาทันที
ตูม!
แสงดาบหมื่นจั้งพุ่งทะยานขึ้น มันทะลวงเข้าไปในกระแสวังวนของกาลเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด สร้างรอยแยกขึ้นมาสายหนึ่งแล้วฟันเข้าใส่สระสายฟ้าน้อยอย่างแรง
พลังดาบอันไร้เทียมทานนั้นแม้ไม่ได้มุ่งเป้าที่เมืองสี่ทิศ แต่มันก็กดดันจนเมืองแห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกือบจะในเวลาเดียวกันนั้น ภายในสระสายฟ้าน้อยก็มีกรงเล็บยักษ์ข้างหนึ่งยื่นออกมา กรงเล็บนั้นพาดผ่านท้องฟ้านำพาเอากลิ่นอายสายฟ้าอันหนักแน่นและเก่าแก่มาด้วย มันขัดขวางดาบนี้ไว้ได้ และในขณะเดียวกันก็ช่วยพยุงเมืองสี่ทิศที่กำลังโอนเอนให้กลับมามั่นคง ถึงกระนั้น ปราณดาบที่ทรงอานุภาพเหนือสิ่งใดก็ยังทิ้งรอยเลือดเอาไว้บนกรงเล็บข้างนั้นได้!
เห็นได้ชัดว่าดาบของหนิงปู่กุยนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
“ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะรับดาบของข้าได้สักกี่ครั้ง!”
หนิงปู่กุยกล่าวเสียงเย็นชา ขณะที่เขากำลังจะลงมืออีกครั้ง ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง จึงเงยหน้ามองไปที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้น
“เจ้าก็สัมผัสได้แล้วใช่หรือไม่?”
เสียงแหบพร่าแก่ชราดังขึ้นอีกครั้ง “พลังต้นกำเนิดที่แท้จริงของเจดีย์หมื่นเร้นลับถูกกดทับอยู่ที่หุบเขาเซียนดับสูญ เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะข้าลงมือ เจ้าและจักรพรรดิหมอผีคงจะทำให้เจดีย์หมื่นเร้นลับโกรธเกรี้ยว เมื่อมันดึงพลังที่ใช้กดทับหุบเขาเซียนดับสูญกลับคืน เจ้าหนิงปู่กุยจะต้องเป็นคนแรกที่ได้รับเคราะห์กรรมอย่างแน่นอน!”
“ถึงเจ้าจะหลบหนีเจดีย์หมื่นเร้นลับได้แล้ว จะหลบพ้นการไล่ล่าของเซียนผีตนนั้นในหุบเขาเซียนดับสูญได้หรือ?”
“หากเซียนผีตนนั้นหลุดพ้นออกมาได้จริงๆ พวกตาเฒ่าที่ถูกสะกดอยู่ในเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้าแห่งนี้จะต้องพบความหายนะกันทั้งหมด!”
“ผลลัพธ์เช่นนี้ เจ้าหนิงปู่กุยจะรับไหวหรือ?”
หนิงปู่กุยนิ่งเงียบไป เขารู้สึกได้จริงๆ ว่าในหุบเขาเซียนดับสูญที่ห่างไกลนั้นกำลังมีเหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้น เขายังรู้ดีกว่าใครว่า ‘เซียนผี’ ตนนั้นยากจะจัดการเพียงใด
“เซียนผีตนนั้นยังอยู่หรือ? ข้าจะไปหุบเขาเซียนดับสูญเดี๋ยวนี้!”
ผ่านไปนาน หนิงปู่กุยก็หันหลังเดินจากไป
“เจ้าจะทำอะไร? บ้าไปแล้วหรือ! อย่าลืมนะว่าเจ้ากับเซียนผีตนนั้นมีรากเหง้าเดียวกัน…”
เสียงนั้นหยุดชะงักลงทันควัน เพราะเงาร่างของหนิงปู่กุยได้หายวับไปแล้ว
“ไม่ควรแพร่งพรายตัวแปรนี้ออกไปเลยจริงๆ…”
พร้อมกับเสียงถอนหายใจ เงาร่างเต่าเฒ่าผู้ลึกลับและยิ่งใหญ่ที่อยู่ใต้สระสายฟ้าน้อย ซึ่งมีสายฟ้าพุ่งพล่านราวกับคลื่นยักษ์ก็ค่อยๆ หายไป
เมืองสี่ทิศที่เดิมทีโอนเอนจวนจะพังทลาย กลับมาตั้งมั่นได้อย่างมั่นคงอีกครั้งไม่ขยับเขยื้อน ผู้คนในเมืองต่างรู้สึกเหมือนได้รับการช่วยชีวิตในยามที่กำลังจะจมน้ำ ต่างก็เกิดความรู้สึกเหมือนรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนบทสนทนาระหว่างหนิงปู่กุยกับเต่าเฒ่าลึกลับนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีใครได้ยินเลย
ส่วนลึกของเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้า ท่ามกลางผืนแผ่นดินที่รกร้างและมืดมิดดุจน้ำหมึก ภูเขาลูกใหญ่ที่กำลังลุกไหม้ตั้งตระหง่านอยู่
ที่นี่คือเขตต้องห้ามเขาเพลิงกัลป์!
ในห้วงอากาศรอบภูเขาลูกใหญ่ เปลวเพลิงที่ราวกับลาวากลายเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนพันธนาการภูเขาทั้งลูกเอาไว้ คล้ายกับต้องการจะหลอมละลายภูเขาลูกนั้นทิ้งเสีย ส่วนบนยอดเขามีเงาร่างหนึ่งถูกโซ่ศักดิ์สิทธิ์เปลวเพลิงจำนวนมากพันธนาการไว้ นั่นคือชายในชุดคลุมยาวที่มีร่างกายซูบผอม ผมเผากระเซิง มองไม่เห็นใบหน้า
“แม้แต่น้ำแห่งเซียนดับสูญก็ไม่สามารถสังหารข้าได้ เปลวเพลิงทัณฑ์สลายวิถีนี้ย่อมไม่อาจหลอมละลายข้าได้เช่นกัน”
ชายในชุดคลุมยาวนั่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า พลางถอนใจพึมพำกับตัวเอง “เพียงแต่ไม่รู้ว่าข้าจะต้องถูกกักขังอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน…”
บริเวณใกล้เคียง เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ลุกโชน โซ่ศักดิ์สิทธิ์พันกันไปมา ทำให้ชายในชุดคลุมยาวรู้สึกราวกับอยู่ในคุกแห่งทะเลเพลิง ไม่สามารถหนีออกไปได้
“เหตุใดข้าถึงรู้จักน้ำแห่งเซียนดับสูญและเปลวเพลิงทัณฑ์สลายวิถีเล่า?”
ทันใดนั้น ชายในชุดคลุมยาวก็ใช้กำปั้นทุบศีรษะตัวเองอย่างแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและความสับสน
“เจ้าสวรรค์เฮงซวย! ข้าเป็นเพียงแคผู้แข็งแกร่งขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ในโลกมนุษย์เท่านั้น แต่ทำไม… ในสมองของข้าถึงมีเรื่องประหลาดเหลือเชื่อมากมายเช่นนี้?”
“อ๊ากกก!”
ชายในชุดคลุมยาวใช้มือทั้งสองกุมศีรษะของตนเองไว้แน่น พลางเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ในห้วงความคิดของเขามีกระแสธารแห่งความทรงจำแปลกประหลาดไหลบ่าเข้ามาอีกครั้ง ราวกับขุนเขาถล่มหรือคลื่นยักษ์ถาโถม แทบจะฉีกกระชากจิตเทวะของเขา
สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดก็คือ ความทรงจำแปลกๆ เหล่านั้นปรากฏขึ้นมาแท้ๆ แต่เขากลับไม่สามารถรับรู้ถึงทุกสิ่งที่อยู่ในความทรงจำเหล่านั้นได้เลย เหมือนมองบุปผาท่ามกลางสายหมอก หรือมองดวงจันทร์ที่สะท้อนในน้ำ ไม่ได้อะไรเลย แต่เขากลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าตนเองมีความทรงจำแปลกๆ เพิ่มขึ้นมามากมายตลอดระยะเวลาที่ถูกกักขังในเขาเพลิงกัลป์แห่งนี้
เรื่องราวคล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว!
สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ เขามักจะเอ่ยคำพูดประหลาดออกมาโดยไม่รู้ตัว และสามารถจดจำสิ่งของประหลาดลึกลับได้โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ‘น้ำแห่งเซียนดับสูญ’ ที่รวมตัวกันอยู่ในหุบเขาเซียนดับสูญ เช่น ‘เปลวเพลิงทัณฑ์สลายวิถี’ ที่ปกคลุมอยู่บนเขาเพลิงกัลป์แห่งนี้ แต่เมื่อพยายามคิดอย่างละเอียดแล้วกลับนึกอะไรไม่ออกเลย เรื่องนี้ทำให้ชายในชุดคลุมยาวรู้สึกเจ็บปวดและสับสนอย่างยิ่ง หลายครั้งที่เขาสงสัยว่าตัวเองบ้าไปแล้วหรือไม่ มิเช่นนั้นทำไมจึงมีเรื่องประหลาดวิปริตและแปลกพิกลมากมายเกิดขึ้นกับตัวเอง?
เขารู้สึกเหมือนสมองของเขากำลัง ‘งอก’ ออกมาใหม่ เมื่อการต่อสู้ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า ชายในชุดคลุมยาวก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่แต่อย่างใด
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้พบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งแล้ว ความทรงจำที่แปลกประหลาดของเขาบอกเขาว่า เจดีย์นั้นคือ ‘เจดีย์หมื่นเร้นลับ’ เป็นสิ่งของผนึกของเขตหวงห้ามลึกลับที่ห้า แต่เขาไม่รู้จักหนิงปู่กุยและไม่รู้จักจักรพรรดิหมอผี ความทรงจำในตัวเขายังคงเป็นเพียงลู่ซิงเหอ ผู้เป็นปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเฉียน! เป็นสมาชิกตระกูลลู่แห่งเมืองเทียนเหอ!
เมื่อการต่อสู้ครั้งใหญ่นี้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ชายในชุดคลุมยาวก็รู้สึกสะดุ้งตกใจขึ้นในใจอย่างฉับพลัน เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหุบเขาเซียนดับสูญโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำแปลกๆ ในสมองบอกเขาว่า ภายในหุบเขาเซียนดับสูญกำลังจะเกิดวิกฤตอันตรายร้ายแรงที่มุ่งเป้ามาที่ตัวเขา เช่นเดียวกัน ภายในหุบเขาเซียนดับสูญก็มีโอกาสสำคัญยิ่งต่อตัวเขาที่กำลังจะปรากฏขึ้น!
แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรได้มากกว่านี้ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็ทำให้ชายในชุดคลุมยาวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จิตใจค่อยๆ พร่าเลือน
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา เศษความทรงจำอันแปลกประหลาดมากมายราวกับสายน้ำที่กระจัดกระจาย กำลังพุ่งเข้าปะทะและหลอมรวมกัน
ภูเขาสองภพ ภายในตำหนักหลังหนึ่ง
“ประมุขน้อย โปรดดู นี่คือความประหลาดใจที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่าน”
เซียงซื่อสุยประคองกล่องหยกด้วยสองมือ มอบให้ลู่เยี่ยอย่างนอบน้อม
ลู่เยี่ยกล่าวว่า “ทำเป็นลับลมคมใน ภายในกล่องหยกนี้มันคืออะไรกันแน่?”
เซียงซื่อสุยยิ้มเต็มใบหน้า “ประมุขน้อยเปิดดูก็จะรู้เอง”
ลู่เยี่ยกวาดสายตามองไปรอบๆ ตำหนักใหญ่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของเผ่ามารวิญญาณพันลักษณ์ มีการวางค่ายกลต้องห้ามอย่างแน่นหนา สมาชิกเผ่าทั่วไปไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้ามาได้ แต่ขณะนี้ที่นี่มีเพียงตัวเขาและเซียงซื่อสุยสองคนเท่านั้น
“ช่างเถอะ ข้าจะดูว่าเจ้าเตรียมอะไรที่น่าประหลาดใจมาให้ข้า”
ลู่เยี่ยยกมือขึ้นเปิดกล่องหยก
====================