บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 1041 ความลับในความมืด
บทที่ 1041 ความลับในความมืด
ภายใต้สายตาสงสัยของหลี่อวี้ หลี่จางทำท่าเชิญให้หลี่อวี้เดินไป
ระหว่างทางไปพบฉินเฟิงสมองของหลี่อวี้คิดอย่างรวดเร็ว
เขาย่อมเข้าใจดี การสุภาพของหลี่จางตอนนี้เป็นการเอาใจ เนื่องจากหลี่อวี้ยอมจำนนด้วยตนเอง และการกระทำทั้งหมดของหลี่จางก็อยู่ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนภายในเมืองหลวง
หากว่าหลี่จางกำจัดหลี่อวี้ทิ้ง ผู้คนทั่วแผ่นดินจะคิดว่า การยอมจำนนต่อฉินเฟิงไม่ใช่เรื่องดี แล้วในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดความขัดแย้งใด ๆ ศัตรูของฉินเฟิงก็จะสู้จนตัวตาย ไม่ยอมจำนน
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าหลี่จางสุภาพเกินไป
ชัดเจนว่าการกระทำทั้งหมดของหลี่จางล้วนเป็นไปตามคำสั่งของฉินเฟิง หลี่อวี้สับสนและไม่เข้าใจ ฉินเฟิงกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
หลี่จางให้หนิงหู่กับสวีโม่อยู่ต่อเพื่อควบคุมพระราชวัง ส่วนเขาก็พาตัวหลี่อวี้มาพบฉินเฟิง
พอเห็นหลี่อวี้ ฉินเฟิงลุกขึ้น แย้มยิ้มเต็มหน้า ประสานมือค้อมตัว แล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าหลี่ พวกเราพบกันอีกแล้ว”
แม้หลี่อวี้จะสงสัยมาก แต่พอมาถึงแล้วก็ไม่มีอะไรต้องลังเล ไม่ว่าฉินเฟิงจะวางแผนการใด เขาก็จะรับมือไปตามนั้น
เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หลี่อวี้แกล้งทำเป็นมารยาท ค้อมศีรษะตอบกลับ “ท่านโหวฉิน ไม่คิดเลยว่าเราจะได้พบกันในรูปแบบนี้”
เสียงหัวเราะเบิกบานของฉินเฟิงกังวานห้องโถง
“ฮ่า ๆๆ ใต้เท้าหลี่ไม่ต้องมากพิธี ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเจ้า เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น”
“ใต้เท้าหลี่เป็นคนฉลาด การสนทนากับคนฉลาดไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมค้อม”
“ข้ามีสองเรื่องที่อยากถามใต้เท้าหลี่ ขอให้เจ้าช่วยชี้แจง”
ฉินเฟิงเป็นผู้กุมชีวิตและความตาย เขาไม่จำเป็นพูดอ้อมค้อมกับหลี่อวี้ เลยเอ่ยเข้าประเด็น
“เรื่องแรกเป็นเรื่องของหน่วยนกฮูกราตรี ใต้เท้าหลี่ย่อมเข้าใจหน่วยนกฮูกราตรีมากกว่าข้า ไม่ทราบว่านอกจากเมืองหลวงแล้ว ภายนอกยังมีหน่วยนกฮูกราตรีอื่นอีกหรือไม่”
หลี่อวี้นึกขบขัน
ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดฉินเฟิงกับหลี่จางถึงวางตัวค้อมต่ำ ที่แท้เขาก็ยังมีประโยชน์ให้ใช้
ตามนิสัยของฉินเฟิง เขาย่อมต้องทำความสะอาดหน่วยนกฮูกราตรีอย่างทั่วถึงทั้งภายในและภายนอกจึงจะอุ่นใจ และหลี่อวี้ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยนกฮูกราตรี และตอนนี้เป็นนักโทษของฉินเฟิง หลี่อวี้ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกไต่สวนไม่ได้
แต่เนื่องจากหลี่อวี้เพิ่งยอมจำนน ฉินเฟิงไม่สะดวกใช้วิธีการรุนแรงบังคับหลี่อวี้ เขาจึงแสดงความเป็นมิตร
“ท่านโหวฉิน หากข้าบอกไป ท่านจะเชื่อหรือ?”
เผชิญหน้ากับคำถามของหลี่อวี้ ฉินเฟิงไม่ลังเล เขากล่าวว่า “เจ้าไม่บอกจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่เชื่อ?”
หลี่อวี้ไม่มีทางเลือก จำต้องเล่าทุกสิ่งที่รู้ออกมา การเก็บงำความลับไว้ในโลงศพไร้ความหมาย
“ครั้งนั้นหน่วยนกฮูกราตรีเกิดการแตกแยกภายใน กระทบกระเทือนถึงแกนนำราวถึงเจ็ดในสิบส่วน ทำให้มีหน่วยนกฮูกราตรีสามส่วนกระจัดกระจายไปตามที่ต่าง ๆ”
“ทว่ามีผู้เสียชีวิตมากเกินไป แม้แต่ข้าก็ไม่อาจติดต่อกับพวกหน่วยนกฮูกราตรีที่เหลืออยู่ได้”
ฉินเฟิงพยักหน้า ครุ่นคิดไตรตรอง ไม่นานก็สามารถสรุปได้ว่า คำพูดของหลี่อวี้เป็นความจริง
ผู้นำระดับบนและระดับกลางของหน่วยนกฮูกราตรีตายไปมาก ช่องทางการสื่อสารถูกตัดขาด หลี่อวี้ในฐานะผู้บัญชาการ ย่อมไม่อาจติดต่อกับหน่วยนกฮูกราตรีระดับล่างได้
แต่เรื่องนี้ก็พิสูจน์ว่า ฉินเฟิงเดาถูกต้อง ในหมู่ประชาชนยังมีภัยแฝงมากมาย
และบุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มจะไปสวามิภักดิ์กับจิ่งเผิง เฉินซือ
แผนทำลายหน่วยนกฮูกสิบปีเป็นแผนระยะยาว แต่ตอนนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการรุนแรงสร้างความเสียหายให้กับเหล่าผู้เหลือรอดอย่างเด็ดขาด
ฉินเฟิงส่งสัญญาณตา ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาหลิ่วหมิงก็เข้าใจ เขาหมุนตัวเดินออกไป
หลี่อวี้รู้ดี หากยังสังหารหน่วยนกฮูกราตรีคนสุดท้ายไม่ได้ฉินเฟิงย่อมไม่สบายใจ
สำหรับหน่วยนกฮูกราตรีที่กระจัดกระจายอยู่ภายนอก เนื่องจากขาดผู้นำและไร้เป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อเผชิญกับการล้อมปราบขององครักษ์เสื้อแพรพวกเขาจะไม่สามารถต้านทานได้นาน
หลี่อวี้มองเห็นอนาคตที่หน่วยนกฮูกราตรีจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้เขาก็ไม่ได้ลังเล ถามขึ้นว่า “ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”
ฉินเฟิงไม่รีบร้อนตอบ แต่ส่งสายตาให้หลี่จาง หลี่จางเข้าใจความหมาย เขาให้ทุกคนออกไป แล้วปิดประตูและหน้าต่างทั้งหมด
กระทั่งในห้องมีเพียงฉินเฟิง หลี่จาง และหลี่อวี้ เขาจึงเอ่ยเสียงต่ำอย่างช้า ๆ
“หากองค์ชายในงฮ่องเต้เป่ยตี๋และราชวงศ์ทั้งหมดถูกส่งไปยังแคว้นต้าเหลียงจะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น”
“แคว้นต้าเหลียง แม้สถานการณ์จะดูชัดเจนแล้ว แต่อำนาจของตระกูลใหญ่ทางใต้ยังคงมีรากฐานมั่นคง หากตระกูลใหญ่ทางใต้คิดทำอะไรกับองค์ชายเป่ยตี๋จะกลายเป็นการจุดเพลิงไฟาเผาต้าเหลียง”
“แต่หากให้รั้งอยู่เป่ยตี๋ข้าก็ไม่อาจควบคุม หากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในภายหลังจะทำอย่างไร”
หลี่อวี้เองก็เป็นจิ้งจอกเฒ่า เขาเข้าใจเจตนาลึกซึ้งของฉินเฟิงได้ไม่ยาก
ฉินเฟิงประกาศชัดว่า หากพระราชวังยอมจำนนก็จะรับประกันความปลอดภัยของราชวงศ์เป่ยตี๋
แต่ผู้มีอำนาจย่อมมีสองหน้าเสมอ
ไม่อาจตำหนิฉินเฟิง เพราะเรื่องใหญ่เช่นนี้ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด หาไม่อาจนำมาซึ่งหายนะที่ทำให้ประชาชนทุกข์ยาก
ต้องคำนึงถึงผลกระทบและต้องทำให้สำเร็จอย่างรอบคอบ นี่ไม่ใช่การกระทำเจ้าเล่ห์ แต่เป็นความรอบคอบ
หลี่อวี้ถอนหายใจ จำต้องก้าวไปตามความคิดฉินเฟิง “ท่านโหวฉินยังไม่ควรคำนึงถึงผลกระทบภายนอก ควรสนใจท่าทีขององค์หญิงในฮ่องเต้พระองค์ก่อนเป็นลำดับแรก”
ฉินเฟิงก็พยักหน้า “เรื่องนี้ข้าคิดไว้แล้ว”
“ด้วยนิสัยของจิ่งเชียนอิ่งย่อมไม่กล้าทำการตัดรากถอนโคน ความจริงข้าก็ไม่ปรารถนาจะทำเช่นนั้น แต่หากไม่กำจัดภัย เมื่อเกิดความวุ่นวายขึ้น ทั่วทั้งแผ่นดินจะต้องร่วมทุกข์ ข้าจะกลายเป็นคนบาปตลอดกาล”
“เรื่องนี้ต้องปกปิดจากจิ่งเชียนอิ่งและทั่วทั้งใต้หล้า มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้”
ทุกคนล้วนมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนหน้านี้ฉินเฟิงก็เคยเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี แต่เพื่อจิ่งเชียนอิ่งฉินเฟิงเต็มใจที่จะเติมความมืดมิดลงในจิตใจของตน
พอเห็นท่าทีแน่วแน่ของฉินเฟิง หลี่อวี้ไม่อาจดิ้นรนต่อ กล่าวอย่างจนปัญญา “องค์ชายทั้งหมดสิบเจ็ดพระองค์และองค์หญิงหกพระองค์”
“องค์หญิงลำดับที่หนึ่งก็คือองค์หญิงจิ่งฉือ”
หลี่อวี้เอ่ยถึงจิ่งฉือ หวังว่าฉินเฟิงจะเกรงใจนางและละเว้น
น่าเสียดาย ความรู้สึกฉินเฟิงไม่แต่อย่างใด
“บางคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ บางคนจำเป็นต้องตาย”
“ขอใต้เท้าหลี่ช่วยจัดการให้ด้วยว่าผู้ใดจำเป็นต้องจากไป และผู้ใดยังอยู่ได้”
เมื่อเผชิญหน้ากับการทดสอบของฉินเฟิง หลี่อวี้เหมือนมีหนามแหลมแทงหลัง ในใจเต็มไปด้วยความกังวล ชายตรงหน้าผู้นี้ช่างอันตรายนัก!