บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 526 ปฏิบัติการถอนกำลัง
บทที่ 526 ปฏิบัติการถอนกำลัง
ฉินเฟิง…
ชั่วขณะนี้ ในที่สุดเฉินผิงก็เข้าใจว่าทำไมภูเขาชิงอวี้ยังไม่ถูกพิชิตอีก!
ตามข้อมูลที่นกฮูกราตรีให้มา ฉินเฟิงไม่เพียงแต่ล้ำเลิศด้านการทหาร แต่ยังมีความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมืออีกด้วย
นี่คือสาเหตุว่าทำไมถึงแม้กองกำลังศัตรูบนภูเขาจะมีจำนวนน้อยอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังไม่มีเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่พวกเขากลับสามารถขุดหินกลิ้งจำนวนนับไม่ถ้วนสร้างยอดเขาให้เป็นฐานที่มั่นอันเข้มแข็งได้
“กำจัดฉินเฟิงโดยไม่สนว่าต้องแลกด้วยอะไร…”
เฉินผิงสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายที่เหนื่อยล้าของเขาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ดวงตาของชายหนุ่มมุ่งมั่นอย่างมาก “ฉินเฟิง รอให้ข้าชิงอำนาจทางการทหารกลับคืนมาได้ มันจะเป็นวันตายของเจ้า!”
ในอีกด้านหนึ่ง ฉินเฟิงที่เหนื่อยล้ากำลังพิงกำแพงหิน เกือบจะทันทีที่หลับตาก็ได้ยินเสียงดังมาจากหน้าผาด้านหลัง
เขารีบลุกขึ้นเพื่อตรวจสอบ กลับเห็นว่าองครักษ์เสื้อแพรปีนกำแพงหินขึ้นมาโดยใช้เชือก
“นายน้อย เฉินซือรู้อยู่แล้วว่าท่านอยู่ในเป่ยตี๋ คำสั่งถูกส่งไปยังเฉินผิงแล้ว เขาสั่งให้เฉินผิงชิงอำนาจทางทหารคืน นอกจากนี้ ยังโยกย้ายกองพลพญาอินทรีสามพันนายและกองพลหมาป่าเหมันต์สองพันนายกลับจากแนวหน้า ตั้งใจจะกำจัดท่านทุกวิถีทาง ท่านต้องอพยพออกจากภูเขาชิงอวี้ทันที!”
ฉินเฟิงรู้ดี อย่าว่าแต่การกลับมาของทหารชั้นยอดห้าพันนาย ต่อให้เป็นในตอนที่เฉินผิงได้รับอำนาจทางทหารกลับคืนมา เขาก็จะไม่มีโอกาสอพยพออกจากภูเขาชิงอวี้ได้อีก
ฉินเฟิงที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย รีบถามอย่างรวดเร็วว่า “การเตรียมของเพื่อปลอมตัวเป็นอย่างไรบ้าง?”
องครักษ์เสื้อแพรกล่าวอย่างเคร่งขรึม “มีรถม้าเพียงหกคันและเสื้อผ้าอีกกว่าร้อยชุดเท่านั้นที่ปล้นมาได้ นั่นไม่เพียงพอที่จะจัดเตรียมให้ทุกคน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินเฟิงก็สับสนอยู่ในใจ องครักษ์เสื้อแพรไม่รู้ว่าทหารได้รับบาดเจ็บล้มตายและเหลือกันเพียงร้อยคนเท่านั้น
แต่ไม่ว่าอย่างไร ฟ้าก็ไม่ทำให้ฉินเฟิงหมดหวัง!
ถึงเวลาเคลื่อนย้ายแล้ว ฉินเฟิงไม่ได้โทษสวรรค์ ตำหนิคนอื่น หรือมัวรู้สึกเศร้าใจ แต่มีเหตุผลมากจนเกือบจะเลือดเย็นสั่งการลงไปให้ทหารทุกนายเตรียมตัวถอนกำลัง
ฉินเฟิงยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ สังเกตค่ายศัตรูบนไหล่เขา เวลาค่อย ๆ ผ่านไป เมื่อใกล้ถึงยามจื่อก็มีเสียงตะโกนดังมาจากไหล่เขา ตามมาด้วยแสงไฟสว่างจ้า
เมื่อตระหนักได้ว่าการยึดอำนาจของเฉินผิงได้เริ่มขึ้นแล้ว ฉินเฟิงจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “เริ่มถอย!”
ตามแผนการ หนิงหู่เป็นผู้นำในการลงจากภูเขา พาทหารตั้งหลักยึดแนวรบที่ตีนเขา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พลทหารลาดตระเวนของกองทหารศัตรูปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ส่วนฉินเฟิงตามไปทีหลัง
เดิมทีเหล่าทหารต่อต้านอย่างรุนแรง แต่คำสั่งทหารหนักแน่นดุจขุนเขา มิอาจตั้งข้อโต้แย้งได้!
การยึดอำนาจบนไหล่เขาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเฟิงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขารู้แค่ว่ากองทัพศัตรูเริ่มหันดาบเข้าฆ่าฟันกันเอง
ประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา เหล่าทหารก็ถอนกำลังออกจากภูเขาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพวกเขาจะขนเสบียงออกไปให้ได้มากที่สุดก็ยังมีอาหารเหลืออยู่อีกไม่น้อย
เมื่อมองไปยังฐานที่มั่นบนภูเขาที่ได้รับการคุ้มกันมาเกือบหนึ่งเดือน ฉินเฟิงพลันสูดหายใจเข้าลึก แบกถุงผ้าที่อัดแน่นไปด้วยอาหารไว้บนหลัง ไม่มัวอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป ชายหนุ่มค่อย ๆ โรยตัวไต่ลงไปตามเชือกช้า ๆ
ขณะที่เท้าทั้งสองข้างของเขาแตะลงบนพื้น หนิงหู่ก็รีบส่งเสื้อผ้าที่เป็นชุดผ้าป่านธรรมดา ๆ ให้
ทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้า นำสิ่งของรวมถึงชุดเกราะและอาวุธทั้งหมดไว้บนรถม้า คลุมด้วยผ้ามัดไว้เป็นกอง ๆ จากนั้นรีบมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกโดยไม่หยุดพัก
ตลอดทางมีการสนทนาเพียงเล็กน้อย ทหารทุกนายต่างก็เข้าขากันเป็นอย่างดี
อึดใจเดียวทุกคนก็หนีไปมากกว่าสามสิบลี้ จนกระทั่งรุ่งสางพวกเขาก็พบที่ราบแห่งหนึ่งจึงได้หยุดพักชั่วคราว
เวลาเดียวกันนี้ หลังจากค่ายกองทัพค้นหาและปราบปรามศัตรูบนภูเขาชิงอวี้ต่อสู้กันมาทั้งคืน ในที่สุดฝ่ายภักดีต่อสวี่เชียนก็ถูกกำจัด เมื่อเฉินผิงเข้าไปในกระโจม สวี่เชียนและหลิวชิ่งก็กอดคอกันอยู่ที่มุมห้อง หน้าซีด เนื้อตัวสั่นเทา
เมื่อรู้สึกถึงความโกรธแค้นในดวงตาของเฉินผิง หลิวชิ่งจึงกลืนน้ำลายลงไป กลิ้งตัวคลานไปเบื้องหน้าเฉินผิงพร้อมกับคร่ำครวญไม่หยุด
“แม่ทัพเฉิน ข้าเป็นแค่คนธรรมดา ๆ เป็นแค่คนส่งสารเท่านั้น สวี่เชียนต้องรับผิดชอบทั้งหมดนี้ ท่านเห็นข้าเป็นอากาศแล้วปล่อยข้าไปเถิด”
หลิวชิ่งที่เคยจงรักภักดีในอดีตกลายเป็นคนทรยศโดยไม่ลังเลใจ
สวี่เชียนทั้งกลัวทั้งโกรธ จ้องมองไปที่หลิวชิ่งแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
เฉินผิงเตะหลิวชิ่งออกไป ดวงตาของเขาเย็นชามาก “เป็นแค่คนธรรมดาหรือ ถ้าเจ้าไม่ใส่ร้ายและสร้างปัญหา หม่าหนิงจะถูกฆ่าได้อย่างไร!”
“ปล่อยเจ้าไป? ฮึ ในค่ายทหารแห่งนี้ไม่ว่าใครข้าก็ปล่อยไปได้ทั้งสิ้น ยกเว้นเจ้าที่ข้าจะปล่อยไปไม่ได้! ทหาร ลากไอ้สารเลวนี่ออกไป ไม่ต้องรบกวนยมบาล ตั้งกระทะต้มมันทั้งเป็น กองเนื้อเน่า ๆ เอาไปให้เป็นอาหารสัตว์ป่าก็พอ”
หลังจากได้ยินทัณฑ์ทรมานนี้ หลิวชิ่งก็ตกใจมากจนควบคุมท้องไส้ไม่ได้ ไหนเลยจะมีความเย่อหยิ่งเหมือนในตอนแรก
“ท่านแม่ทัพเฉิน โปรดไว้ชีวิต”
“ข้าเป็นรองนายอำเภอ เป็นขุนนางของราชสำนัก ท่านไม่สามารถลงโทษข้าโดยพลการได้”
“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ… เฉินผิง แม้ว่าข้าเป็นผีก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”
เฉินผิงเพิกเฉยต่อคำด่าของหลิวชิ่ง เหลือบมองจากหางตา ดวงตาอันแหลมคมของเขาหยุดลงที่สวี่เชียน
เพียงแค่กวาดสายตามองหนึ่งปราดก็ทำให้สวี่เชียนตัวสั่นด้วยความกลัว
“เฉิน… เฉินผิง…”
ก่อนที่สวี่เชียนจะพูดจบ เฉินผิงก็เอ่ยอย่างเย็นชา “จะดีจะร้ายเจ้าก็เป็นถึงผู้ว่าการมณฑล เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไยเจ้าต้องพูดอีกเล่า เก็บศักดิ์ศรีไว้ให้ตัวเองบ้างเถอะ!”
สิ้นประโยคเฉินผิงก็โบกมือ “สวี่เชียน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล แค่เอาตัวมันไปตัดหัวก็พอ”
สวี่เชียนและหลิวชิ่งรวมถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มผู้คุมกองทัพถูกประหารชีวิตทั้งหมด
เฉินผิงสวมชุดเกราะเดินออกจากค่าย มองดูทหารที่สับสน เอ่ยพูดเสียงขรึม “สวี่เชียนและหลิวชิ่ง สนใจแต่การแย่งอำนาจสร้างผลงาน ไม่สนใจชีวิตและความตายของเหล่าทหาร ถูกลงโทษตามกฎกองทัพแล้ว เรื่องตลกอย่างการบุกโจมตีภูเขาชิงอวี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้!”
“ทหารจงฟังคำสั่ง ถอนกำลังออกจากภูเขาชิงอวี้ ตั้งค่ายรักษาการณ์ด้านนอก กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการปิดล้อมแต่ไม่โจมตี รอให้ยอดทหารม้าจากแนวหน้ามาถึง เราจะตัดสินใจกันอีกครั้ง”
เฉินผิงมองลึกเข้าไปในฐานที่มั่นบนยอดเขา แม้ว่าจะมองไม่เห็นใครเลย แต่เมื่อพิจารณาถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดยืดเยื้อก็ตระหนักว่ากองทัพศัตรูโหดร้ายเกินไปจริง ๆ
เพื่อความปลอดภัยและชะลอการสูญเสีย เฉินผิงยังไม่ได้เริ่มการโจมตีลองเชิงใด ๆ แค่นำกองทัพถอนตัวออกจากภูเขาชิงอวี้ และเริ่มสร้างค่ายอย่างง่ายรอบบริเวณ
จนกระทั่งยามอู่วันรุ่งขึ้น ในที่สุดทหารม้าชั้นยอดก็มาถึงภูเขาชิงอวี้
รองแม่ทัพลงจากหลังม้าแล้วประสานหมัดคารวะไปที่เฉินผิง “แม่ทัพเฉิน สวี่เชียน และหลิวชิ่งถูกประหารชีวิตหรือยัง?”
เฉินผิงประสานหมัดคารวะกลับ “แม่ทัพหม่าเดินทางมาไกล ลำบากเจ้าแล้ว สวี่เชียนและหลิวชิ่งโจรชั่วสองคนถูกลงโทษแล้ว”
หม่าจวงเซิงและเฉินผิงต่างเป็นแม่ทัพเฝ้าประตูที่มียศทหารเท่ากัน ทว่าเนื่องจากทั้งคู่เป็นแม่ทัพของกองพลพญาอินทรี ด้วยเหตุนี้จึงมีความสัมพันธ์สนิทสนม ปฏิบัติต่อกันเหมือนพี่น้องเสมอมา
หม่าจวงเซิงมองดูรอยแผลเป็นบนร่างกายของเฉินผิงและเป็นทุกข์ในใจ ทว่าลูกผู้ชายตรงไปตรงมาและไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ เขาเงยหน้าขึ้นมองฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งของภูเขาชิงอวี้ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“กลยุทธ์ชั้นดีคือการโจมตีศัตรู กลยุทธ์ชั้นกลางคือการต่อสู้ภาคสนาม กลยุทธ์ชั้นเลวคือการโจมตีป้อมปราการ”
“ภูมิประเทศของภูเขาชิงอวี้สูงชัน มีเพียงเนินทางใต้เท่านั้นที่เดินขึ้นได้แต่ก็แคบมาก ขอแค่มีกองกำลังจำนวนน้อยก็สามารถยึดทางผ่านได้อย่างมั่นคงแล้ว”
“การโจมตีฐานที่มั่นมีเพียงคนโง่อย่างสวี่เชียนเท่านั้นที่ทำออกมาได้!”