บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 589 ตัดขาดความสัมพันธ์
บทที่ 589 ตัดขาดความสัมพันธ์
อย่างไรเสียเขาก็ต้องตายอยู่แล้ว หากก่อนตายเขายังทำอะไรเพื่อหลี่เซียวหลานได้เป็นครั้งสุดท้ายก็ดีเหมือนกัน
คิดได้ดังนั้น เว่ยเซียวก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ กำลังจะยอมตายอย่างเด็ดเดี่ยว ทว่ามีเสียงตวาดเย็นยะเยือกดังขึ้นขัดจังหวะเว่ยเซียวเสียก่อน
หลี่เฉียนลุกขึ้นยืนทันใด ตะโกนเสียงเข้มว่า “หยุดความบ้าคลั่งนี้เดี๋ยวนี้!”
“ในเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการต้อนรับองค์หญิงกลับเมืองหลวง ส่วนเรื่องผู้บงการเบื้องหลังค่อยสืบหาทีหลังก็ได้!”
“ตราบใดที่องค์หญิงยังไม่เสด็จกลับ ก็ยังไม่ปลอดภัย”
“ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยขององค์หญิงเป็นหลัก!”
หลี่เฉียนย่อมไม่ยอมให้เว่ยเซียวมีโอกาสฆ่าตัวตายแน่นอน ต่อให้หลี่เฉียนไม่รู้เลยว่าผู้บงการเบื้องหลังเป็นใครก็ตาม
แต่มีอย่างหนึ่งที่มั่นใจได้ คนผู้นี้มีตำแหน่งสำคัญยิ่งในวังต้องห้ามแน่นอน
และคนผู้นี้ช่วยเหลือเขาอย่างลับ ๆ เป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและซ่อนตัวอยู่ในความมืดเช่นนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการช่วงชิงตำแหน่งรัชทายาทแน่นอน
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ขณะนี้การแย่งชิงบัลลังก์รัชทายาทใกล้เข้ามาแล้ว จะให้เกิดเรื่องวุ่นวายไม่ได้เด็ดขาด!
“ทหาร จับตัวโจรผู้นี้ไปขังเดี๋ยวนี้ เฝ้าให้แน่นหนา!”
ขณะที่ทหารรักษาพระราชวังกำลังจะจับเว่ยเซียวนั้น ฉินเฟิงกลับคว้าข้อมือของทหารไว้ได้ก่อน
หลี่เฉียนขมวดคิ้วแน่น จ้องมองฉินเฟิงอย่างเอาเรื่อง “ท่านโหวฉินหมายความว่าอย่างไร อย่าบอกนะว่าจะขัดคำสั่งข้า”
ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา “องค์ชายช่างวางแผนได้ดีจริง ๆ หากนำตัวเว่ยเซียวไปขัง เกรงว่าเขาจะไม่รอดชีวิตถึงยามเฉินด้วยซ้ำ”
“พอเว่ยเซียวตายไป ต่อให้ข้ากระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็คงล้างตัวไม่พ้นแน่”
“เนื่องจากองค์ชายไม่ประสงค์จะขุดคุ้ยหาผู้บงการเบื้องหลัง ข้าเองก็ย่อมไม่ยืนกรานเรียกร้อง”
“แต่เว่ยเซียวไล่ล่าองค์หญิงมานาน ย่อมรู้จักองค์หญิงดีว่าตระกูลฉินของข้ากำลังปกป้องหรือกำลังควบคุมความชอบธรรมของราชวงศ์กันแน่ เว่ยเซียวรู้ดีที่สุด”
ฉินเฟิงรู้ดีในใจว่าภายใต้การแทรกแซงของหลี่เฉียนและหลินไท่เป่า รวมถึงเสนาบดีกรมยุติธรรม การจะให้เว่ยเซียวยอมรับผู้บงการเบื้องหลังนั้นไม่เป็นจริงอีกต่อไปแล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องถอยหนึ่งก้าวเพื่อเอาสองก้าว
วันนี้จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเว่ยเซียว
หลี่เฉียนก็เข้าใจดีว่า หากจะบังคับนำตัวเว่ยเซียวไปอย่างรุนแรง ย่อมจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง เมื่อถึงเวลานั้นเรื่องราวลุกลามใหญ่โต กลับจะยากต่อการจัดการ
ในเมื่อฉินเฟิงยินดีถอยหนึ่งก้าว หลี่เฉียนเองก็ย่อมฉวยโอกาสถอยตามน้ำ
หลี่เฉียนไม่เชื่อหรอกว่าฉินเฟิงจะล้างข้อหาควบคุมความชอบธรรมของราชวงศ์ให้หมดจด
สายตาของทุกคนในที่เกิดเหตุต่างมุ่งไปที่เว่ยเซียว
เว่ยเซียวเข้าใจดีว่า ชีวิตของหลี่เซียวหลานผูกพันกับตระกูลฉินดุจดั่งร่างเดียวกัน กล่าวคือรุ่งเรืองร่วมกัน ตกต่ำด้วยกัน
หากต้องการให้หลี่เซียวหลานมีชีวิตอยู่ ก็ต้องปกป้องตระกูลฉิน
เว่ยเซียววางแผนในใจไว้นานแล้ว แต่สายตากลับซับซ้อนยิ่งนัก ราวกับกำลังลังเลใจ
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เว่ยเซียวจึงตัดสินใจได้ในที่สุด เอ่ยปากออกมา “ตระกูลฉินไม่มีวันทำร้ายหลี่เซียวหลานแม้แต่เส้นขนเดียว”
“ยิ่งไม่มีวันควบคุมความชอบธรรมของราชวงศ์ คุกคามบ้านเมือง”
“เพราะตระกูลฉินไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย”
“เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ผู้คนในที่นั้นต่างก็งุนงงไปตาม ๆ กัน
หลี่เฉียนขมวดคิ้วแน่น ตะโกนเสียงต่ำ “พูดให้ชัดเจน คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร!”
เว่ยเซียวสูดหายใจลึก ตะโกนเสียงดัง “หลี่เซียวหลานและฉินเฟิง ได้หมั้นหมายกันเป็นการส่วนตัวแล้ว!”
เงียบ!
ทั่วทั้งโถงเงียบสงัดราวกับความตาย
ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่อาจเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
หมั้นหมายกันเป็นการส่วนตัว…
องค์หญิงผู้นำแผ่นดินกับว่านฮู่โหวหมั้นหมายกันเป็นการส่วนตัว?!
นี่ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับใต้หล้า
ไม่มีใครคาดคิดว่าเว่ยเซียวจะพูดเช่นนี้ออกมา แม้แต่ฉินเฟิงเองก็ตั้งตัวไม่ทัน
หากหลี่เซียวหลานเป็นองค์หญิงผู้นำแผ่นดินในราชสำนัก การแต่งงานของนางย่อมเกี่ยวพันกับเกียรติและกฎหมายของแผ่นดิน จึงไม่อาจทำได้
แต่หลี่เซียวหลานอยู่นอกราชสำนักมาโดยตลอด เป็นไข่มุกที่หลุดจากสาย ดังนั้นการหมั้นหมายกับใครเป็นการส่วนตัว จึงไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้
ยิ่งคู่หมั้นของนางยังเป็นว่านฮู่โหว ผู้มีพระคุณต่อแคว้นต้าเหลียง ถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมยิ่งนัก
ไม่ต้องพูดถึงหลี่เฉียนที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แม้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงจะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง ก็ไม่อาจยกเลิกการแต่งงานนี้ได้
ในเมื่อฉินเฟิงกำลังจะกลายเป็นเขยแห่งแคว้นต้าเหลียง แล้วจะมาอ้างเรื่องบีบบังคับราชวงศ์ได้อย่างไร?”
กับดักที่หลี่เฉียนและหลินไท่าเป่าวางแผนไว้อย่างแนบเนียน กลับพังทลายลงโดยไม่ต้องโจมตี
ความโกรธเกรี้ยวไม่เคยมีมาก่อน
หลี่เฉียนอยากจะฆ่าเว่ยเซียวให้ตายอนาถไปเสียตอนนี้เลย
ในขณะเดียวกัน เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ปิดปากตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
หลิไท่เป่ามีสายตาที่เฉียบแหลมที่สุด เขาตอบสนองได้ในทันที จ้องมองไปที่ฉินเฟิง ถามอย่างหนักแน่นทีละคำ “ท่านโหวฉิน เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่”
เผชิญกับคำถามของหลินไท่เป่า ฉินเฟิงเงียบไม่พูดอะไร
หลี่เฉียนก็ตระหนักถึงปัญหาได้ในทันที รีบลุกขึ้นยืน สายตาจับจ้องไปที่ฉินเฟิงอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ฉินเฟิงตอบมา!”
“เจ้ากับองค์หญิงตกลงปลงใจแต่งงานกันจริง ๆ ใช่หรือไม่ มีสัญญาแต่งงานแล้วจริง ๆ ใช่หรือไม่?!”
ตอนที่พูดประโยคนี้ หลี่เฉียนจงใจมองไปที่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์
ตราบใดที่ฉินเฟิงยอมรับ การหมั้นหมายระหว่างตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยก็จะจบลงเพียงเท่านี้
ท้ายที่สุดแล้ว องค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะยอมเป็นภรรยาน้อยได้อย่างไร ถึงเวลานั้นหลี่เซียวหลานก็จะกลายเป็นภรรยาหลวงที่แต่งงานอย่างเปิดเผยและถูกต้อง
นอกจากนี้ ภายในสามปี ฉินเฟิงจะไม่สามารถมีภรรยาน้อยได้ การแต่งงานกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ย่อมจบลงโดยปริยาย
นี่คือสิ่งที่ฉินเฟิงกำลังลังเลใจ
หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมานาน ถ้าฉินเฟิงบอกว่าตัวเองไม่มีความรู้สึกต่อเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์นั่นก็เป็นการโกหก
จากการหัวเราะในตอนแรก ด่าทอเมื่อพบหน้าค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน จนถึงปัจจุบันที่เป็นดั่งสามีภรรยา
เมื่อเห็นว่ากำลังจะสมหวัง แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรค ไม่เพียงแต่ฉินเฟิงที่ไม่สามารถยอมรับได้ เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็ต้องเจ็บปวดมากแน่นอน
ฉินเฟิงมองไปที่เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ พบว่าดวงตาของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์แดงก่ำ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
ในขณะนี้ เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกราวกับมีดบาดใจ
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รอคอยตั้งแต่ฉินเฟิงยังเยาว์วัยจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่
จากศัตรูตรงหน้า จนกระทั่งสงครามแผ่นดินสิ้นสุดลง
จากบุตรชายผู้เกเรจนถึงปัจจุบันที่มีชื่อเสียงก้องโลก
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รอคอยมานานเหลือเกิน แต่ไม่เคยสงสัยใด ๆ เลย ยังคงเชื่อมั่นในฉินเฟิงอย่างหนักแน่น ชายผู้นี้ต้องมอบความสุขที่นางปรารถนาให้ได้อย่างแน่นอน
แต่ในเวลานี้ การรอคอยทั้งหมดดูเหมือนจะไร้ความหมาย
วันมงคลที่รอคอยมานาน คิดถึงอยู่เสมอ ทุกครั้งที่นึกถึงก็ทำให้หัวใจเต้นแรง กลับกลายเป็นฝันที่ไม่อาจเป็นจริง
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์อยากจะวิ่งหนีออกไปหลายครั้ง ไม่อยากเผชิญกับตอนจบอันโหดร้ายนี้
แต่ในที่สุด เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ก็อดทนไว้ได้
คำถามคาดคั้นของหลี่เฉียน ยังคงดังก้องอยู่ในหูของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์
“ฉินเฟิง! เจ้าพูดเก่งนี่นา ทำไมตอนนี้ถึงเงียบไปล่ะ”
“รีบตอบมา เจ้ากับองค์หญิงมีสัญญาแต่งงานกันจริงหรือไม่!”
“หากเจ้าไม่ตอบ ก็ถือว่าเจ้าปฏิเสธแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกเจ็บปวดในใจเป็นระลอก และค่อย ๆ เข้าใจว่า การหมั้นหมายระหว่างฉินเฟิงกับหลี่เซียวหลานเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือตระกูลฉินและทุกคน
ในตอนนี้ เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์พบว่าฉินเฟิงกำหมัดแน่น สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่สุด
สายตานั้นบ่งบอกแล้วว่าฉินเฟิงจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์
เพียงสายตานี้ ทุกอย่างก็คุ้มค่าแล้ว
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกโล่งอก ความเศร้าโศกในใจพลันหายไปในพริบตา ถึงแม้จะไม่สามารถลงเอยด้วยกันได้ อย่างน้อยนางก็รู้ว่าตนเองมีความหมายต่อฉินเฟิงมากเพียงใด
เช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รีบพูดแทรกก่อนที่ฉินเฟิงจะเอ่ยปาก “ฉินเฟิง ความสัมพันธ์ของพวกเราจบลงแล้ว!”