บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 616 บีบให้จนมุม
บทที่ 616 บีบให้จนมุม
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างคิดว่าฉินเฟิงจะทำอะไรบางอย่าง จึงเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
แต่คำพูดของฉินเฟิงก็ทำให้ทุกคนตกใจจนเซ
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ลูบหนวดเคราของตัวเอง ในใจโมโหขึ้นมา
“เจ้าเด็กสารเลว เอ่อ ฉินเฟิง ที่นี่คือสถานที่สำคัญของศาลต้าหลี่ ไม่อนุญาตให้เจ้าพูดจาเหลวไหล อย่าพูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี”
“หากยังไม่รู้จักระวัง อย่าโทษข้าที่ไม่สุภาพกับเจ้า!”
การไต่สวนคืนนี้มีความสำคัญมาก อาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน
วีรบุรุษของแคว้น องคืชาย และไท่เป่า ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็เพียงพอจะสั่นสะเทือนทั้งเมืองหลวง กระทั่งสั่นสะเทือนทั้งแคว้นต้าเหลียงด้วยซ้ำ
สถานการณ์เคร่งเครียดและอันตรายแบบนี้ ฉินเฟิงกลับมีใจล้อเล่นเสียอีก
ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กสารเลวคนนี้มีความกล้าหาญมากเพียงใด ภูเขาไท่ซานพังลงต่อหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้า
หรือว่า… ขาดสติปัญญา!
หลี่เฉียนกับไท่เป่าหลินโมโหจนหน้าตาบูดเบี้ยว
ฉินเฟิง เจ้าคนสารเลว กล้าดียังไงมาเอาใจผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ต่อหน้าธารกำนัล ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงโดนโบยไปยี่สิบไม้แล้ว
แต่ฉินเฟิงไม่เกรงกลัวอะไรเลย ราวกับว่าศาลต้าหลี่เป็นบ้านของตัวเอง
หากผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ไม่รีบตำหนิทันที หลี่เฉียนคงคิดว่าฉินเฟิงกับผู้บัญชาการศาลต้าหลี่มีความสัมพันธ์บางอย่างที่ผู้อื่นไม่รู้
หลี่ยงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองฉินเฟิงด้วยสีหน้าคล้ายจะหัวเราะ แต่ก็ไม่เชิง
นับตั้งแต่ฉินเฟิงกลับมาเมืองหลวง อำนาจเขาแทบเจาะทะลุท้องฟ้า กระทั่งตอนนี้มีดจ่ออยู่ที่คอ เขาก็ยังใจเย็นได้
ช่างเป็นคนมีความสามารถจริง ๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฉินเฟิงพูดอะไรน่าตกใจออกมาอีก ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ไม่กล้าชักช้า รีบเปิดสำนวนคดีขึ้นมาทันที
“คดีเซี่ยปี้สมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ มีหลักฐานชัดเจน จดหมายลับที่องค์ชายรองกับไท่เป่าหลินส่งมา พิสูจน์ว่าเซี่ยปี้ เพื่อแสวงหาความร่ำรวยและชื่อเสียง ได้ลักลอบติดต่อกับราชทูตของเป่ยตี๋ เฉินซือ”
“ภายในจดหมาย เซี่ยปี้สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือเฉินซือระหว่างการเจรจา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของต้าเหลียง”
“จดหมายฉบับนี้ได้รับการตรวจสอบแล้ว ลายมือเป็นของเซี่ยปี้แน่นอน”
“แม้คดีนี้จะไม่มีพยานบุคคล แต่เพียงพยานหลักฐานก็เพียงพอจะตัดสินความผิดของเซี่ยปี้ได้แล้ว”
หลังอ่านรายละเอียดของคดีจบ ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ก็หยิบ ‘จดหมายสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู’ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญขึ้นมา
สายตาคมกริบจ้องมองเซี่ยปี้ น่าเกรงขามมาก
“เซี่ยปี้ ข้าขอถามเจ้า เจ้ายอมรับหรือไม่ว่าจดหมายฉบับนี้เป็นลายมือของเจ้า”
“หากไม่ยอมรับ เจ้าต้องหาหลักฐานมาหักล้าง”
ปมของคดีนี้อยู่ที่จดหมายฉบับนี้
หากเซี่ยปี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์ จดหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ก็จะสามารถล้างข้อกล่าวหา ทั้งยังโจมตีหลี่เฉียนกลับได้
แต่ถ้าไม่แล้ว แค่จดหมายฉบับนี้ก็เพียงพอจะตัดสินโทษประหารชีวิตเซี่ยปี้
เซี่ยปี้จ้องมองจดหมายลับในมือของผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ สายตามั่นคงยิ่ง
“จดหมายนี้ข้าไม่เคยเห็น ลายมือในจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของข้าอย่างแน่นอน ต้องมีคนลอกลายมือของข้าพ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีแน่”
“เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบแล้ว แสดงว่าผู้ที่ลอกลายมือเป็นผู้ชำนาญในเรื่องนี้”
“ลายมือของเขากับข้าจึงไม่มีความแตกต่างกัน”
“หากไม่สามารถจับตัวผู้ลอกลายมือได้ ถึงข้าจะกระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างตัวให้สะอาดไม่ได้”
“คนที่ใส่ร้ายข้า สร้างจดหมายลับนี้ขึ้น การกระทำนี้ย่อมกระทำอย่างลับ ๆ และผู้ที่ลอกลายมือคงถูกปิดปากไปแล้ว”
คำพูดของเซี่ยปี้มีเหตุผลไม่น้อย แต่การมีเหตุผลอย่างเดียวไม่เพียงพอ สุดท้ายแล้วศาลก็มองแต่หลักฐานเท่านั้น
สายตาของผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ไม่มีความผันผวนใด ๆ เขานั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ ย่อมต้องยึดมั่นในความยุติธรรมและเป็นกลาง
ไม่ลำเอียงเข้าข้างเซี่ยปี้ เพียงเพราะมีความสัมพันธ์พิเศษกับฉินเฟิง
หากเซี่ยปี้ทรยศต่อแคว้นจริง เขาก็จะลงโทษประหารเซี่ยปี้โดยไม่ลังเล
กลับกัน เขาก็จะไม่ยอมให้ใครใส่ร้ายเซี่ยปี้เด็ดขาด
“จำเลยเซี่ยปี้ เจ้าไม่อาจพูดลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานได้ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่!”
เซี่ยปี้ไม่ใช่คนชอบเถียงหรือยื้อเวลา เมื่อเผชิญกับคำถามของผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ เขาไม่ลังเลใด ๆ พูดออกมาทันที
“ข้าไม่มีหลักฐาน”
พอเซี่ยปี้พูดแบบนี้ ทั้งศาลต้าหลี่ก็ก้องกังวานไปด้วยเสียงหัวเราะของหลี่เฉียน
จากนั้น หลี่เฉียนก็ส่ายหัว
“พูดไปพูดมา แต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานหรือ”
“เซี่ยปี้ ครั้งอดีตเจ้าก็เป็นนักรบผู้กล้าหาญ แต่ตอนนี้กลับไม่มีความกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงเลยหรือ?”
“หรือวันเวลาแสนสุขที่เมืองหลวง ทำลายความมุ่งมั่นของเจ้าไปแล้ว?”
“เฮอะ หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ เจ้ายังจะโต้แย้งลอย ๆ อีกหรือ?”
ไท่เป่าหลินมองเซี่ยปี้ สายตาดุดัน
ภายในใจเหยียดหยามและเยาะเย้ย
คนที่ลอกลายมือเซี่ยปี้ เขาสั่งให้คนฝังมันทั้งเป็นไปแล้ว
ต่อให้ฉินเฟิงกับเซี่ยปี้จะมีฝีมือล้ำเลิศเพียงใด ก็ไม่มีทางหาตัวคนที่ลอกเลียนลายมือเซี่ยปี้ได้อีก
และถ้าไม่มีพยานคนสำคัญนี้ เซี่ยปี้ก็ไม่อาจพลิกคดีได้เด็ดขาด!
ไท่เป่าหลินมั่นใจในชัยชนะแล้ว
“เซี่ยปี้ ในเมื่อเจ้าบอกว่ามีคนใส่ร้ายเจ้า ก็จงบอกชื่อคนผู้นั้นมาซะ!”
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่ว่ากุเรื่องขึ้นมา เพราะกลัวตายหรอกหรือ?”
“คนไม่จงรักภักดีและไร้ศีลธรรมอย่างเจ้า สมควรถูกประหารชีวิตอย่างทรมาน”
ไท่เป่าหลินเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาจงใจยั่วยุเซี่ยปี้ หวังบังคับให้เซี่ยปี้โต้กลับ
ทุกคนรู้ว่าคนที่ใส่ร้ายเซี่ยปี้คือไท่เป่าหลินกับหลี่เฉียน แต่รู้แล้ว จะทำอะไรได้เล่า?
ถ้าไม่มีหลักฐาน ผู้ใดจะกล้ากล่าวหาไท่เป่าหลินกับองค์ชายรอง หากพูดปากเปล่าเลื่อนลอยเกรงว่าเซี่ยปี้จะมีความผิดเพิ่ม ฐานใส่ร้ายเชื่อพระวงศ์และขุนนางใหญ่
เผชิญกับการคุกคามอย่างต่อเนื่องของหลี่เฉียนและไท่เป่าหลิน เซี่ยปี้ไม่ได้ตกหลุมพราง แม้จะคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่ร่างกายก็ยังตั้งตรง ไม่ต่ำต้อยหรือหยิ่งผยอง
“ความยุติธรรมอยู่ในใจของผู้คน!”
หลี่เฉียนแค่นหัวเราะ “ช่างเป็นคนที่ยุติธรรมจริง ๆ”
“ถ้าอย่างนั้น การประหารชีวิตคนทรยศที่ติดต่อกับศัตรู ก็ถือเป็นความยุติธรรมเช่นกัน!”
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ในใจจะรู้ดีว่าเซี่ยปี้ถูกใส่ร้าย แต่หากไม่มีหลักฐาน จะกลับคำตัดสินได้อย่างไร?
การพิจารณาคดีในคืนนี้ เป็นโอกาสที่ฮ่องเต้แคว้นเหลียงมอบให้ฉินเฟิง
เพื่อปลอบประโลมฉินเฟิง และทำให้ฉินเฟิงกลับมาสวามิภักดิ์ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียง อีกครั้ง ช่วยข่มขู่ข่มขวัญตระกูลใหญ่ต่าง ๆ
แต่หากไม่สามารถกลับคำพิพากษาได้ หรือทำให้เรื่องบานปลาย เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
และจากสถานการณ์ เห็นได้ชัดว่าหลี่เฉียนไท่เป่าหลินไม่สนใจอนาคตแคว้นต้าเหลียงว่าจะเป็นอย่างไร พวกเขาสนใจเพียงอำนาจเท่านั้น
สถานการณ์ไม่เป็นใจให้เซี่ยปี้อย่างยิ่ง
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ที่อยู่ในห้องข้าง ๆ ได้ยินทุกสิ่ง หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก
นางกำหมัดแน่น
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เตรียมใจมาก่อนแล้ว การกลับคำตัดสินไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลี่เฉียนกับไท่เป่าหลินรู้ดีว่า ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงตั้งใจจะคืนดีกับฉินเฟิง
เพื่อเส้นทางของพวกเขา พวกเขาเลยตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้เซี่ยปี้ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
ภายในใจเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์กังวลนัก
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์อยากจะวิ่งออกไปอธิบายสักสองสามประโยค แต่ตอนนั้นเอง นางถูกใครบางคนรั้งไว้