บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 629 เกลียดชังตลอดไป
บทที่ 629 เกลียดชังตลอดไป
หลี่เซียวหลานกับฮองเฮาเป็นศัตรูกันมาตลอด แต่เป็นครั้งแรกที่ได้เผชิญหน้ากัน
พระราชวังกว้างใหญ่
ดวงตาของฮองเฮาสดใส เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม
หัวใจสงบนิ่งจากการบำเพ็ญเพียรมาทั้งชีวิต เกิดเป็นกำแพงอันแข็งแกร่ง
แม้แต่หลี่เซียวหลานก็ไม่อาจล่วงรู้ความคิดในใจ และความหมายของรอยยิ้มบนใบหน้า
“องค์ฮองเฮา กุ้ยเฟยมาแล้วเพคะ”
เสียงนางกำนัลดังมาจากนอกวิหาร ขัดจังหวะการปะทะทางสายตา
ฮองเฮาหันกลับอย่างเชื่องช้า ทอดสายตาไปยังรูปปั้นพระแม่กวนอิมอีกครั้ง
ก่อนจะเอ่ยออกมา
น้ำเสียงราบเรียบ ปราศจากความหวั่นไหวในลาภยศสรรเสริญและความเสื่อม
“เจ้าคงแปลกใจว่าเหตุใดข้าต้องสังหารนางสนมผู้เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท”
“วันนี้ข้าจะคลายปมในใจให้เจ้าเอง”
วาจาของฮองเฮาลึกซึ้ง
ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ใช่เอ่ยเพื่อหลี่เซียวหลาน หากแต่ยังหมายถึงกุ้ยเฟยผู้อยู่นอกตำหนักด้วย
“ในเมืองหลวงแห่งนี้ อำนาจคือเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจน”
“ผู้ใดล่วงล้ำข้ามเส้น ย่อมเป็นศัตรูที่อาจสั่นคลอนราชบัลลังก์”
“เฉกเช่นตระกูลฉิน หากแต่ฝ่าบาททรงโปรดปราน กระทั่งยอมผ่อนปรน แต่หากเมื่อใดที่พวกมันก้าวล้ำเกินไป ฝ่าบาทก็จะทรงกำจัดพวกมันโดยไม่ลังเล”
“ในปีนั้นที่ฝ่าบาทเสด็จขึ้นนั่งบัลลังก์ ทรงทำให้แคว้นต้าเหลียงมั่นคง”
“ตระกูลหลินยิ่งใหญ่อยู่เหนือผู้ใด ดำรงตำแหน่งไท่เป่าอย่างมั่นคง ไม่เพียงยิ่งใหญ่ในเจียงหนาน แต่ในพระราชวังก็ยังมีกุ้ยเฟยคอยให้ความช่วยเหลือ”
“ยศศักดิ์ของตระกูลหลินในตอนนั้น ไม่มีผู้ใดเทียบเทียม”
“กระทั่งกุ้ยเฟยให้กำเนิดโอรส อำนาจที่ฝ่าบาทยังพอทรงรับได้ก็สิ้นสุดลง”
กล่าวจบ ฮองเฮาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า แล้วเดินไปยังแท่นบูชา
ก่อนจะปัดกวาดขี้ธูปที่ร่วงหล่นอย่างไม่ใส่ใจ พลางถาม
“เจ้ารู้หรือไม่หลี่เซียวหลาน การที่ตระกูลหลินให้กำเนิดองค์ชายใหญ่หมายความว่าอย่างไร”
แม้หลี่เซียวหลานไม่ได้เติบโตในพระราชวัง
แต่ด้วยการสอนสั่งของฉินเฉิงซื่อ เรื่องผลประโยชน์ในพระราชวัง หลี่เซียวหลานพอจะเข้าใจอยู่บ้าง
ตอนนี้เผชิญกับคำถามที่รู้อยู่แล้วของฮองเฮา
หลี่เซียวหลานไม่ได้ปิดบัง กล่าวตรงไปตรงมา “หมายความว่าตระกูลหลินจะผูกขาดอำนาจ”
ฮองเฮาพยักหน้า พึงพอใจในความเฉลียวฉลาดของหลี่เซียวหลาน
“ถูกต้อง”
“การสืบทอดตำแหน่งองค์รัชทายาทย่อมต้องยึดถือลำดับพี่น้องเป็นธรรมเนียม”
“ในการสืบทอดตำแหน่ง องค์ชายใหญ่สมควรได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก”
“ทว่าตำแหน่งนี้จะตกเป็นของผู้ใด ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน และไม่ใช่สิ่งที่กำหนดได้ง่าย ๆ”
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแคว้นต้าเหลียงทั้งหมด และอนาคตของราชวงศ์หลี่”
หลี่เซียวหลานเข้าใจแล้ว
ปีนั้น องค์ชายใหญ่เสียชีวิต ไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็นผลสืบเนื่องจากการจัดการอย่างมีเจตนา
องค์ชายใหญ่กับตระกูลหลินเกี่ยวพันกันเกินไป ทำให้ทั้งแคว้นต้าเหลียงอยู่ภายใต้อำนาจตระกูลหลิน
เดิมทีรัชทายาทต้องคิดถึงประโยชน์ของแว่นแคว้นเป็นสำคัญ
ไม่ควรให้ความสำคัญกับแค่ตระกูลเดียว
คราวนั้น องค์ชายใหญ่ทำร้ายฉินเฟิง ฉินเฉิงซื่อจึงยื่นฎีกาฟ้องร้องต่อศาลต้าหลี่ นับเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งครั้งใหญ่
ฮ่องเต้แคว้นเหลียงรู้ดีแก่ใจ ไม่ว่าจะบุคลิกหรือความสามารถขององค์ชายใหญ่ ล้วนไม่คู่ควรกับตำแหน่งรัชทายาท
แต่อำนาจฝ่ายมารดาขององค์ชายใหญ่แข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทาน
การปลดพระยศจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจกระทำได้โดยง่าย
ส่วนเรื่องที่ฮองเฮาวางแผนสังหารองค์ชายใหญ่ ฮ่องเต้แคว้นเหลียงไม่ได้ร่วมมือหรืออาจไม่ทรงทราบถึงเบื้องลึกว่าเป็นประสงค์ของฮองเฮาด้วยซ้ำ
แต่ที่แน่นอน ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงก็คิดว่า การสิ้นพระชนม์ขององค์ชายใหญ่ นับเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับแคว้นต้าเหลียงแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงจึงไม่ได้ค้นหาความจริงให้กระจ่าง
เพียงปล่อยให้ฉินเฉิงซื่อเป็นแพะรับบาปไป
หลี่เซียวหลานถอนหายใจออกมา นางไม่อาจตัดสินได้ว่า ฮ่องเต้ต้าเหลียงกับฮองเฮา ผิดหรือถูกในเรื่องนี้
ในฐานะคนในครอบครัว พวกเขาช่างไร้มนุษยธรรม
แต่การหลีกเลี่ยงไม่ให้แคว้นต้าเหลียงตกไปอยู่ในเงื้อมมือของฮ่องเต้ผู้ขลาดเขลา นับเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ทำเพื่อบ้านเมือง ถึงต้องแลกมาด้วยการหักหลังสายเลือด
หลี่เซียวหลานไม่ปรารถนาจะล่วงรู้ไปมากกว่านี้ นางถามในสิ่งที่กังวลใจ
“ท่านแม่บังเอิญล่วงรู้แผนการของฮองเฮา เพราะแบบนั้น…”
ยังไม่ทันที่หลี่เซียวหลานจะกล่าวจบประโยค ฮองเฮาก็พยักหน้ารับ
“ถูกต้อง เรื่องนี้สำคัญยิ่ง”
“ข้าเป็นถึงพระฮองเฮาผู้เป็นแบบอย่าง ข้าย่อมต้องวางแผนการกำจัดรัชทายาทด้วยตัวเอง”
“หากกล่าวให้ดูเล็กน้อย นี่เป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม เป็นที่ครหาของชาวโลก”
“ถ้าพูดให้เป็นเรื่องใหญ่ นี่เท่ากับเป็นการทำลายล้างขนบธรรมเนียมประเพณี”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นเจ้าสองแม่ลูก แม้จะเปลี่ยนเป็นผู้อื่น ข้าก็จะไม่ละเว้นเช่นกัน”
ตอนหลี่เซ๊ยวหลานถูกเรียกตัวกับวังหลวง นางก็คาดเดาเรื่องราวได้บ้างแล้ว
แต่ตอนนี้ พอได้ยินฮองเฮายอมรับเองกับปาก…
หลี่เซียวหลานหลับตาลง ภายในใจสับสนซับซ้อน ไม่อาจสงบใจได้
ขณะเดียวกัน
กุ้ยเฟยกำหมัดแน่น ดวงตาเผยแววเกลียดชังเต็มเปี่ยม
“ตั้งแต่วันนั้น ข้าบอกตนเองเสมอว่า การจากไปขององค์ชายใหญ่ ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงอุบัติเหตุ”
“ความแค้นเคืองที่มีต่อฉินเฉิงซื่อล้วนเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวของข้าในฐานะมารดา”
“เดิมทีเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ พวกเจ้าเป็นผู้ลอบกระทำ”
กุ้ยเฟยไม่สนใจสายตาแปลกประหลาดของนางกำนัลที่อยู่ข้างกาย และไม่ได้ใส่ใจเสี่ยวเซียงเซียงและชูเฟิง
นางค่อย ๆ หันหลังกลับ มองไปยังทิศทางของห้องทรงพระอักษร
น้ำตาร่วงเผาะลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ฝ่าบาท พระทัยของพระองค์ เหตุใดจึงไร้เมตตาปานนี้”
“ทั้งชีวิตของข้ามอบให้ฝ่าบาท องค์ชายใหญ่ก็คือสายเลือดของพระองค์แท้ ๆ แต่ฝ่าบาทห่วงหวงแค่ราชบัลลังก์และบ้านเมืองอันรุ่งเรืองเท่านั้นหรือ?!”
“ฝ่าบาททำกับพวกเราเช่นนี้ได้อย่างไร?!”
กุ้ยเฟยน้ำตาไหลริน หัวใจแหลกสลาย
นางไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก ได้แต่หันหลังกลับ จากไปอย่างเงียบงัน
ตอนนี้กุ้ยเฟยอีกต่อไป หากแต่คือบุตรีแห่งตระกูลหลิน นามว่าหลินเวินหว่าน
พอเห็นกุ้ยเฟยจากไป นางกำนัลรีบรายงาน
“ฮองเฮาเพคะ กุ้ยเฟยจากไปแล้วเพคะ”
ฮองเฮาเงยหน้า ทอดสายตามองพระโพธิสัตว์ สีหน้าเลื่อมใสศรัทธา
“จากไปแล้วก็แล้วไปเถิด”
“นางคือหนึ่งในสี่ยอดฝีมือแห่งเมืองหลวง ใต้หล้านี้ยากจะหาคนต่อกร”
“แม้แต่ผู้หลบเร้นในเขาลึก ก็ยังมิอาจเทียบ”
“เช่นนั้นแล้ว ผู้ใดเล่าจะรั้งนางไว้ได้”
ฮองเฮาไม่เคยเกลียดชังกุ้ยเฟย เพียงแต่ด้วยฐานะฮองเฮา ย่อมมีเรื่องราวบางสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“พวกเจ้าก็ถอยไปเถิด”
ฮองเฮาเอ่ยเสียงนุ่มนวลกล่าว
องครักษ์หลวงที่ซ่อนตัวอยู่รอบวัดก็ค่อย ๆ ล่าถอยไป
หลี่เซียวหลานหันมองฮองเฮา สอบถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ฮองเฮาวางแผนมาอย่างดี คิดคำนึงทุกอย่างรอบคอบ แต่สิ่งที่ท่านทำทั้งหมดคุ้มค่าแล้วหรือ?”
ฮองเฮาเพียงมองไปยังเจ้าแม่กวนอิม
ตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้งแม้แต่น้อย
“ไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ก็ไม่ควรคิดอ่านเรื่องของตำแหน่งนั้น”
“ข้าเป็นฮองเฮา ก็สมควรทำเช่นนี้”
“องค์หญิงมีเรื่องหนักใจ ตัวข้าก็มีความลำบากใจเช่นกัน”
“ฮ่องเต้ต้าเหลียงมีสนมมากมาย แต่ละคนงดงามดุจดั่งนางสวรรค์ ผู้คนต่างพากันอิจฉา ชื่นชม และเกลียดชังเขา”
“ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หนึ่งปีที่ผ่านมา ฝ่าบาทเสด็จกลับมายังวังหลังเพียงกี่ครั้ง…ใช้มือเดียวก็นับได้แล้ว”
พระนางหันกลับมาอย่างเชื่องช้า ทอดสวายตามองหลี่เซียวหลาน ท่าทางสง่างาม และแย้มริมฝีปากละมุนละไม
“เจ้าจะเกลียดข้าก็ได้”
หลี่เซียวหลานพยักหน้ารับอย่างแน่วแน่ “ข้าเกลียดท่าน”
ฮองเฮายังคงแย้มยิ้ม “แต่เจ้าไม่อาจทำอะไรข้าได้”
“เมื่อกลับมาแล้ว เจ้าก็จงทำหน้าที่เป็นองค์หญิงให้ดี ข้าคงไม่ทำอะไรเจ้าอีกแล้ว”
หลี่เซียวหลานลุกขึ้นยืน มองตรงไปยังฮองเฮาโดยไม่เกรงกลัว
“หมิ่งเยว่จะจำใส่ใจไว้!”