บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 676 จุดเดือดสูงสุดของการเผชิญหน้า
บทที่ 676 จุดเดือดสูงสุดของการเผชิญหน้า
การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น
ตอนนั้นเอง เงามากมายพุ่งออกมาจากมุมอับสายตาและหลังคารอบ ๆ
คนทั้งหมดสวมชุดดำ กระทั่งศีรษะก็คลุมด้วยผ้าดำ สิ่งที่ไม่มีผ้าดำปกปิดก็มีแต่ดวงตาเท่านั้น
พวกเขาคือ องครักษ์ชุดดำ
สมกับคำกล่าว ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลังจริง ๆ
ชั่วพริบตาองครักษ์เสื้อแพรกับหน่วยนกฮูกราตรีก็ถูกองครักษ์ชุดดำราวสามสิบคนล้อม
องครักษ์ชุดดำบนหลังคาง้างสายธนูรอ ส่วนที่บุกเข้ามาทางพื้นดิน บ้างก็ถือดาบเดี่ยว บ้างก็ถือกระบี่สั้น
หัวหน้าองครักษ์ชุดดำเดินเอามือไพล่หลังออกมา ท่าทางสบายใจนัก
พอมองไปที่หน่วยนกฮูกราตรีกับองครักษ์เสื้อแพร เขาก็หัวเราะออกมา
“หน่วยนกฮูกราตรีของเป่ยตี๋ องครักษ์เสื้อแพรของค่ายเทียนจี และพวกเราองครักษ์ชุดดำ”
“ในที่สุด สามศัตรูเก่าก็ได้อยู่พร้อมหน้า”
ผู้นำองครักษ์ชุดดำเหลือบมองไปทางชายสองคนของหน่วยนกฮูกราตรี สายตาเย็นชายิ่ง
“นับแต่คณะทูตเป่ยตี๋เข้าเขตเมืองหลวงต้าเหลียง องครักษ์ชุดดำก็เพิ่มความเข้มงวด กวาดล้างสายลับของทุกฝ่าย”
“แค่สามวันมานี้ก็จับกุมหน่วยนกฮูกราตรีได้ถึงห้าคน”
“พวกเจ้าควรจะสำนึกบ้าง ไม่นึกเลยว่ายังกล้าก่อเหตุร้ายในพื้นที่ใต้ฝ่าพระบาทโอรสสวรรค์ต้าเหลียง ช่างไม่รู้จักกลัวตายเสียบ้าง!”
“พวกเจ้าเป่ยตี๋คิดว่าจะทำอะไรในเขตเมืองหลวงต้าเหลียงก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?!”
“ในเมื่อคืนนี้เจ้าตกอยู่ในกำมือของข้า ข้าจะถอนรากถอนโคนพวกเจ้าให้สิ้นซากเสีย”
หัวหน้าองครักษ์ชุดดำอยากจะถลกหนังหน่วยนกฮูกราตรีทั้งสองคนตรงหน้าเสียเดี๋ยวนี้
ต้องรู้ว่า ตอนนี้เหล่าองครักษ์ชุดดำกำลังเจอวิกฤติและพวกเขากำลังร้อนใจ ถ้าไม่พิสูจน์ความสามารถให้กระจ่าง ความไว้วางใจของฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงที่มีต่อองครักษ์ชุดดำคงไม่เหลืออีกแล้ว
ในเมื่อฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงสร้างองครักษ์ชุดดำขึ้นมาได้ ก็ย่อมสร้างองครักษ์ชุดขาว องครักษ์ชุดเขียวได้เช่นกัน
เป่ยตี๋ส่งหน่วยนกฮูกราตรีมาให้ถึงที่แล้ว จะมีเหตุผลใดที่จะไม่รับไว้?
แล้วหัวหน้าองครักษ์ชุดดำชำก็เลืองมองไปทางหลิ่วหมิง ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเยาะเย้ย
“ว่ากันว่าองครักษ์เสื้อแพรมักจะทำงานได้อย่างเงียบเชียบ”
“ในที่ลับองครักษ์ชุดดำกับองครักษ์เสื้อแพรต่อสู้กันหลายครั้ง จนถึงวันนี้ แม้จะจับ องครักษ์เสื้อแพรได้ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่สามารถจับคนที่มีประโยชน์ได้”
“เดิมทีก็คิดว่า องครักษ์เสื้อแพรเป็นหน่วยที่เข้มงวดเก่งกาจ”
“แต่…แค่นี้เองหรือ?!”
“รู้ทั้งรู้ว่า เมืองหลวงต้าเหลียงเป็นเขตขององครักษ์ชุดดำก็ยังไม่เจียมตัว กล้าโผล่หัวมาอีก”
“ฮ่า ๆๆ”
“ช่วงที่ผ่านมา พี่น้ององครักษ์ชุดดำที่ตายด้วยน้ำมือองครักษ์เสื้อแพรมีไม่น้อย หนี้เลือดทั้งหมด ข้าจะชำระในคืนนี้”
หน่วยนกฮูกราตรีที่เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องต่อสู้อย่างสัตว์ที่ถูกขัง
พอเห็นสถานการณ์แบบนี้ ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
เขามองหลิ่วหมิง สายตาขบขันนัก
“อาวุธมือขององครักษ์เสื้อแพร?! ฮ่า ๆ พวกเจ้าก็เป็นแค่พวกหยิ่งผยอง”
“แม้จะเป็นหน่วยลับของต้าเหลียงเหมือนกัน แต่กลับฆ่าฟันกันเอง ฮ่า ๆๆ”
“นับตั้งแต่ข้าเข้าร่วมหน่วยนกฮูกราตรี ข้าก็เตรียมใจตายเพื่อประโยชน์ของเป่ยตี๋แล้ว ข้าไม่กลัวตาย”
“ยิ่งก่อนที่ข้าจะตาย ได้เห็นหน่วยสอดแนมใหญ่ทั้งสองหย่วยของต้าเหลียงอย่างพวกเจ้าต่อสู้กันเองแบบนี้ ช้างเป็นกำไรชีวิตจริง ๆ ฮ่า ๆๆ”
ได้ฟังคำข่มขู่ของหัวหน้าองครักษ์ชุดดำ และการเยาะเย้ยของหน่วยนกฮูกราตรี
หลิ่วหมิงยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ไม่ใช่แค่เขา คนของหน่วยอาวุธมืดทั้งหมดล้วนไม่มีท่าทีโกรธหรือหวั่นกลัว
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ หลังเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เหล่าคนของหน่วยอาวุธมืดก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
สีหัวหน้าองครักษ์ชุดดำพลันถมึงทึง
“จะตายอยู่รอมร่อยังหัวเราะได้อีกหรือ? เฮอะ ข้าอยากเห็นนักว่าพวกเจ้าจะหัวเราะไปได้อีกนานแค่ไหน!”
หลิ่วหมิงหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ก็ถอนหายใจออกมา ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม เขาส่ายหน้า แววตาเห็นใจ
“ข้าจะบอกอะไรให้ว่าพวกเขาหัวเราะด้วยเรื่องใด…”
“ไม่ว่าเหล่าท่าน ๆ องครักษ์ชุดดำจะข่มขู่เก่งแค่ไหน แต่ที่แน่นอนย่อมแน่นอน พวกข้าจะหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน”
พอได้ยินคำพูดนี้ หัวหน้าองครักษ์ชุดดำก็ตวาดด้วยความโกรธ
“ฝันไปเถอะ!”
“ต่อให้พวกเจ้าจะมีความสามารถไม่ธรรมดา แต่คิดจะฝ่าวงล้อมขององครักษ์ชุดดำกว่าสามสิบคน แล้วหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัยอย่างนั้นหรือ? เฮอะ”
“ช่างเล่าเรื่องตลกที่น่าขันได้เก่งจริง ๆ!”
เผชิญกับคำคัดค้านของหัวหน้าองครักษ์ชุดดำ หลิ่วหมิงเพียงยักไหล่ ทั้งสีหน้าท่าทางไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด
“หลังฝึกฝนและพัฒนามาสิบกว่าปี ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละว่า องครักษ์ชุดดำเป็นหน่วยข่าวกรองลับที่เก่งที่สุดในใต้หล้า”
“อย่าว่าองครักษ์เสื้อแพรจะเทียบไม่ได้ แม้แต่หน่วยนกฮูกราตรีเป่ยตี๋ก็ต้องยอมให้ แต่…”
“น่าเสียดาย สรรพสิ่งล้วนมีขีดจำกัด ความรุ่งโรจน์ย่อมมีวันเสื่อมถอย”
“องครักษ์ชุดดำยิ่งเติบโต หน้าที่ก็ยิ่งมากมายซับซ้อน คุณภาพของคนในหน่วยก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนเก่งกาจเลิศล้ำ”
“พื้นที่ในการเคลื่อนไหวขององครักษ์ชุดดำเลยถูกจำกัดลงเรื่อย ๆ ไ”
“มาถึงวันนี้ แม้จะยังแผ่อิทธิพลไปทั่วต้าเหลียง ครอบคลุมไปถึงแคว้นใกล้เคียง แต่ก็ถูกกดดันรอบด้านเช่นกัน”
“ถ้าจะพูดให้ชัดก็ต้อมถามว่า ยังมีที่ใดอีกที่เป็นพื้นที่ได้เปรียบขององครักษ์ชุดดำ…เหลือก็แค่เมืองหลวงต้าเหลียงเท่านั้นไม่ใช่หรือ?”
“แย่จัง ช่างน่าสงสารจริง ๆ”
พอได้ฟังคำของหลิ่วหมิง แววตาของหัวหน้าองครักษ์ชุดดำสั่นไหวไม่แน่นอน
แม้จะโกรธนัก แต่ในใจกลับเห็นด้วยกับคำพูดของหลิ่วหมิง เขาพูดถูกทุกอย่างจริง ๆ
เดิมทีหน่วยองครักษ์ชุดดำคือดาบของฮ่องเต้ต้าเหลียง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองไปเสียแล้ว
ก่อนหน้านี้ในศึกแย่งชิงอำนาจขององค์ชาย องครักษ์ชุดดำก็ส่งหลักฐานที่เอาผิดไท่เป่ากับองค์ชายรองให้องค์ชายเจ็ด ทำให้องค์ชายรองพ่ายแพ้หมดท่า
เพียงแค่เรื่องนี้ก็พิสูจน์ได้ว่า องครักษ์ชุดดำได้หันหลังให้กับอุดมการณ์เดิมแล้ว ฮ่องเต้ต้าเหลียงย่อมไม่วางพระไทยในองครักษ์ชุดดำได้เต็มที่ดังเดิม
องครักษ์ชุดดำเลยค่อย ๆ เสื่อมถอยลงทุกวัน
คราวนี้หัวหน้าองครักษ์ชุดดำเลยวางแผนอย่างรัดกุม หมายจับหน่วยนกฮูกราตรีและองครักษ์เสื้อแพรให้ได้ในคราวเดียว เพื่อพิสูจน์ให้ฮ่องเต้แคว้นต้าเหลียงเห็นคุณค่าขององครักษ์ชุดดำ และได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง
ตอนนี้ได้ฟังคำที่จี้ถูกขุดของหลิ่วหมิง หัวหน้าองครักษ์ชุดดำกัดฟันกรอด
“พูดมากไป เจ้าก็หนีความตายไม่พ้น!”
“ถ้าพวกเจ้าองครักษ์เสื้อแพรยังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ก็ฆ่าตัวตายรักษาศักดิ์ศรีเสียเถอะ”
เหล่าอาวุธมืดขององครักษ์เสื้อแพรหัวเราะลั่น
หลิ่วหมิงส่ายหน้าอีกครั้ง สายตาราวกับบอกว่า หัวหน้าองครักษ์ชุดดำช่างโง่เขลา ไม่คู่ควรแก่ตำแหน่งเลย
องครักษ์ชุดดำตอนนี้ไม่ได้เป็นเหมือนครั้งอดีตที่ให้ความสำคัญกับผู้มีความสามารถ ให้คนเก่งเลื่อนขั้น ลดบทบาทผู้อ่อนด้อย
ตอนนี้พวกเขาเอาแต่ชิงดีชิงเด่น ในองค์กรขององครักษ์ชุดดำเน่าเฟะไปหมดแล้ว
หลิ่วหมิงไม่พูดอะไรอี กเขายกมือขึ้นมา
เสียงดังสวบสาบดังขึ้นตอบรับ
ด้านหลังวงล้อมขององครักษ์ชุดดำ หน่วยอาวุธมืดขององครักษ์เสื้อแพรยี่สิบคนปรากฏตัวออกมา
กลายเป็นว่าพวกองครักษ์ชุดดำเองก็ถูกล้อม
เหล่าวุธมืดขององครักษ์เสื้อแพร่ที่มาใหม่ทั้งยี่สิบคน ล้วนถือหน้าไม้ อาวุธล่าสุดที่ค่ายเทียนจีพัฒนาขึ้นมา
หัวหน้าองครักษ์ชุดดำมีเหงื่อชุ่มมือไปหมด แต่จะยอมถอยได้ยังไง
เขาเอ่ยเยาะเย้ยออกมา
“ฮึ! เตรียมพร้อมมาก่อน แล้วจะทำอะไรได้?”
“ที่นี่คือเขตเมืองหลวง เพียงเกิดการปะทะเล็กน้อย ย่อมดึงดูดกองทหารรักษาการณ์มาล้อมจับพวกเจ้า”
“ไม่ว่าทางใด พวกเจ้าก็ไม่มีทางหนีรอดแล้ว”
หลิ่วหมิงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
“อะไรกัน องครักษ์ชุดดำไร้ความสามารถถึงขนาดนี้แล้วหรือ?”
“ต้องพึ่งพากองกำลังอื่นถึงจะสามารถบรรลุภารกิจ?”
“ฮ่า ๆ ถ้าจะไร้ความสามารถขนาดนี้ ก็ยุบหน่วยไปเสียเถอะ”
คำพูดคมกริบแทงทะลุหัวใจองครักษ์ชุดดำ