บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 740 เผาป้อมปราการ
บทที่ 740 เผาป้อมปราการ
ทหารเป่ยตี๋ใช้ดินและทรายคลุมไฟ เพื่อควบคุมไฟหรือแยกวัตถุไวไฟออก แต่เปลวไฟที่อยู่สูงไม่สามารถดับได้
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ไฟก็ลามไปหนึ่งในสี่ของป้อมปราการแล้ว
โชคดีที่หม่าถิงอวิ๋นตอบสนองได้ทันท่วงที เขาสั่งการได้อย่างถูกต้อง ให้ทหารเตรียมรับมือการลุกลามของไฟ แยกวัตถุไวไฟออก เลยควบคุมเปลวไฟส่วนใหญ่ไว้ได้
แต่ถึงหม่าถิงอวิ๋นจะสั่งการได้เหมาะสม ไฟก็ยังลุกไหม้นาน ตั้งแต่เที่ยงของวันนั้นที่ถูกโจมตีจนถึงเช้าของอีกวัน มีทหารที่ถูกไฟคลอกตายกว่าร้อยคน บาดเจ็บไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลังไฟไหม้ พื้นที่หนึ่งในสี่พังพินาศอย่างสิ้นเชิง
กระทั่งรุ่งสาง เปลวไฟจุดสุดท้ายถูกดับลง หม่าถิงอวิ๋นลากร่างเหนื่อยอ่อนและมอมแมมกลับไปยังจวนผู้บัญชาการ
พอหลังแตะถึงพื้นก็หลับสนิท
จนหลี่โฉวมาปลุกในตอนเที่ยง
“ท่านแม่ทัพ ฉินเฟิงเคลื่อนรถยิงเข้ามาอีกแล้ว”
พอได้ยินคำพูดนี้ หม่าถิงอวิ๋นสิ้นหวังมาก ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ภายในใจอึดอัดเหลือเกิน
ตามหลักการ ด้วยความแข็งแกร่งของป้อมปราการเทือกเขาสยงอิงและในฐานะฝ่ายป้องกัน พวกเขาเพียงแค่รอให้ฉินเฟิงส่งคนมาตายก็พอแล้ว
พอโจมตีหนักราวสามครั้ง ฉินเฟิงก็จะต้องถอยทัพเพราะสูญเสียมหาศาล กล่าวได้ว่า เทือกเขาสยงอิงครอบครองความได้เปรียบอย่างเด็ดขาด
แต่ฉินเฟิงกลับทำให้ต่างออกไป หม่าถิงอวิ๋นสิ้นหวังนัก แค่ฉินเฟิงใช้อุบายเล็กน้อยก็ทำให้ภายในป้อมที่มีการป้องกันดุจถังเหล็กโกลาหล และสูญเสียอย่างหนัก
หม่าถิงอวิ๋นคาดไม่ถึงว่าฉินเฟิงจะใช้ศพสลับกับน้ำมัน ทั้งยังขนไม้มาสร้างรถยิงที่ขนย้ายได้ยากในแนวหน้าตำตาพวกเขาเป่ยตี๋
ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ ฉินเฟิงจะสูญเสียแค่ทรัพย์สิน แต่เป่ยตี๋จะต้องสูญเสียทหารกล้าภายในป้อมปราการเทือกเขาสยงอิง
หม่าถิงอวิ๋นรู้ดี เขาไม่มีทางสู้ฉินเฟิงได้
เสบียงในป้อมเหลือน้อยลงทุกทีและไม่มีแหล่งเติม เทียบกันแล้ว ฉินเฟิงมีอำเภอเป่ยซีสนับสนุน เติมเต็มเสบียงได้เรื่อย ๆ
“เหตุใดกำลังเสริมยังไม่มาอีก…” น้ำเสียงหม่าถิงอวิ๋นทุกข์ใจนัก ไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่เขาโหยหากำลังเสริมเพียงนี้
เขาถอนหายใจยาว แม้หมดหนทาง แต่ยังต้องรวบรวมกำลังใจขึ้นใหม่ “ถ่ายทอดคำสั่งออกไป ห้ามจุดไฟเผาหญ้าแห้งกลบกลิ่นศพอีก”
“การโจมตีด้วยไฟคราวนี้ป้อมปราการเสียหายหนัก ไม่อาจรับการโจมตีครั้งที่สองได้แล้ว”
สีหน้าของที่ปรึกษาหลี่โฉวไม่สู้ดี การโจมตีด้วยไฟสร้างความเสียหายให้กับป้อมปราการมากเกินไป แต่ถ้าไม่เผาหญ้าแห้ง แล้วจะจัดการกับกลิ่นเหม็นเน่าอย่างไร?
หลี่โฉวคิดหนัก แต่ก็คิดวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้ว เลยได้แต่แจกจ่ายถังน้ำ ให้ทหารใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก พยายามอดกลั้นต่อกลิ่น
เป็นไปตามที่หลี่โฉวคาดไว้ วันนี้ฉินเฟิงไม่ได้โยนน้ำมัน แต่กลับมาใช้ศพแทน ทั้งป้อมปราการเหม็นคละคลุ้งจนแทบทนไม่ไหว
ผ่านไปหลายวัน ทหารทั้งหมดของเทือกเขาสยงอิงเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
แปดวันถัดมา หม่าถิงอวิ๋นถอนหายใจด้วยความโล่งอก ศพที่ฉินเฟิงขุดมาหมดแล้ว
เขาแค่ต้องทนอีกสักหน่อยกลิ่นเหม็นที่คลุ้งไปทั่วก็จะค่อย ๆ จางไป ป้อมปราการจะเป็นระเบียงอีกครั้ง สามารถป้องกันต่อได้ และแผนของฉินเฟิงก็จะสูญเปล่า
ด้วยเหตุนี้ หลี่โฉวเลยปีนขึ้นไปบนกำแพงเมืองด้วยตนเอง ทว่าด้วยความตกใจ เขาผงะก้าวถอยหลังจนเกือบพลาดตกกำแพง
“พระเจ้า…”
ช่วงหลายวันที่รบกวนศัตรูอย่างต่อเนื่องฉินเฟิงไม่ได้อยู่เฉยแม้แต่น้อย เขาขนไม้มายังแนวหน้าไม่หยุด สั่งให้ช่างฝีมือค่ายเทียนจีผลัดเปลี่ยนกันผลิตรถยิงทั้งกลางวันกลางคืน
แล้วรถยิงที่สร้างขึ้นใหม่ก็เตรียมพร้อมอยู่ที่แนวหน้าแล้ว
รถยิงสามสิบคันกระจายอยู่ในสนามรบหน้าป้อมปราการ ห่างจากกำแพงเมืองราวสองร้อยก้าว
ธนูแข็งที่มีแรงตึงสายมากอาจยิงถึงแต่ก็ยังยาก ไปถึงแรงของลูกธนูก็คงอ่อนลงจนแทบไม่สร้างความเสียหายแล้ว
ทว่ารถยิงของฉินเฟิงกลับโยนของหนัก ๆ เข้ามาในป้อมปราการได้อย่างง่ายดาย
ศพและน้ำมันไฟถูกใช้หมดแล้ว แต่ฉินเฟิงไม่คิดให้โอกาสศัตรูได้พักหายใจ สิ่งที่เรียกว่าการรบกวน บั่นทอนกำลังศัตรู ต้องทำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง บีบให้กองทัพศัตรูปั่นป่วนจนแทบเสียสติ
“พี่หนิง สิ่งที่ข้าสั่งให้เตรียมพร้อมหมดแล้วหรือไม่?”
ฉินเฟิงถามขึ้น เขายืนเอามือไพล่หลังอยู่ในค่ายหน้า มองป้อมปราการเทือกเขาสยงอิงที่อยู่ไกลออกไป
หนิงหู่ยิ้มกว้าง “ข้าลงมือจัดการเอง เจ้ายังไม่วางใจอีกหรือ?”
“มีช่างฝีมือค่ายเทียนจีคอยจัดการ มีทหารว่างงานจากค่ายกลางออกแรง ทุกสิ่งที่เจ้าสั่งพร้อมทั้งหมดแล้ว”
ฉินเฟิงพยักหน้าแล้วพูดยิ้ม ๆ “เช่นนั้นรออะไรอยู่ ให้ศัตรูได้ลองชิมเถอะ”
ทันทีที่ฉินเฟิงออกคำสั่ง เกวียนม้าหลายสิบคันก็บรรทุก ‘ลูกกระสุนใหญ่’ วิ่งไปยังรถยิง
ลูกกระสุนเหล่านี้แท้จริงมีวิธีทำง่ายดายนัก
เพียงใช้เชือกป่านถักเป็นตาข่าย แล้วยัดหินขนาดเท่าแตงโมเข้าไป
ก่อนยิงก็ทาน้ำมันบนเชือกป่าน จุดไฟแล้วตัดเชือก คานยิงจะดีดส่งกระสุนที่ลุกไหม้ไปยังป้อมปราการ
ด้วยไฟและน้ำหนัก พอลอยไปได้ครึ่งทางเชือกป่านจะขาด ก้อนหินที่ถูกยัดไว้จะแตกกระจาย และกระแทกใส่ป้อมปราการของเทือกเขาสยงอิง
หนึ่งตาข่ายมีก้อนหินยัดอยู่อย่างน้อยสิบก้อน รถยิงสามสิบเครื่อง ยิงพร้อมกัน หมายความว่าจะยิงก้อนหินได้คราวละสามร้อยก้อน
ก้อนหินขนาดเท่าแตงโมตกใส่ แม้จะสร้างความเสียหายต่อกำแพงเมือง บ้านหินและบ้านดินได้ไม่มาก
แต่นอกเหนือจากนั้น ทุกสิ่งที่เผชิญหน้ากับการกระแทกของก้อนหินล้วนไม่อาจต้านทาน
เผชิญหน้ากับห่าก้อนหิน เพียงการโจมตีแรกก็มีผู้โชคร้าย ทหารเป่ยตี๋สองสามคนถูกหินกระแทกตายคาที่ ทหารที่เหลือเร่งเข้าไปหลบตามป้อมและบ้านเรือน
แต่บ้านใดเป็นหลังคาไม้ ก้อนหินก็ทะลวงผ่านได้ง่ายดาย ทหารไม่น้อยที่เข้าไปซ่อนตัวบ้างถูกก้อนหินทะลุหลังคาลงมาทับ บ้างถูกบ้านพังลงมาทับตาย ไม่ตายก็บาดเจ็บหนัก
ต่อมาเหล่าทหารเป่ยตี๋ก็เริ่มเรียนรู้ พวกเขายินชินกำแพงด้านนอก หลบการถูกโจมตีจากก้อนหินได้
ผ่านราวหนึ่งชั่วยาม ป้อมปราการที่เคยวุ่นวายและเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนค่อยๆ กลับสู่ความสงบ
ฉินเฟิงรู้ดี ก้อนหินเหล่านี้ไม่อาจสร้างความเสียหายต่อป้อมปราการมาก
เขาเลยแค่ยิงถล่มหนักในตอนแรก สร้างความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากนั้นก็เริ่มยิงกระจายออกไป
ยิงบ้างหยุดบ้าง หลัง ๆ ก็ไม่อาจคาดเดารูปแบบได้แล้ว
บางครั้งก็หยุดยิงไปถึงหนึ่งชั่วยาม และบางทีแค่ชั่วก้านธูปก็กระหน่ำยิงไปหลายร้อยก้อน
ทหารเป่ยตี๋ที่หลบชิดกำแพงอยู่ครึ่งวัน พอเห็นหินไม่ลอยเข้ามานานก็คิดว่าสงบแล้ว เริ่มออกจากที่กำบังมาก่อไฟหุงหาอาหาร ทว่าไม่ทันไรห่าก้อนหินก็ถล่มลงกะทันหัน บดขยี้ทหารเป่ยตี๋ไปหลายสิบคน
ภายในป้อมปราการเทือกเขาสยงอิงมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไม่เว้นวัน แม้ไม่มาก แต่ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจอย่างยิ่ง