บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 843 ใต้ฝ่าพระบาทของโอรสสวรรค์แล้วอย่างไร?
บทที่ 843 ใต้ฝ่าพระบาทของโอรสสวรรค์แล้วอย่างไร?
ได้ยินคำพูดนี้ ฉินเฟิงไม่พอใจ เท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก สายตาไม่เป็นมิตรเหลือบมองหลิวอี้
“เจ้าคิดว่า พี่หนิงไม่คู่ควรจะต้อนรับเจ้าหรือ?”
หลิวอี้ตอบกลับโดยไม่ต้องคิด “แน่นอน!”
เขาเชิดหน้าสูง ไม่เหมือนบุตรชายของผู้ช่วยเสนาบดี ท่าทีเหมือนรัชทายาทเสียมากกว่า เขากล้ายโสโอหังเช่นนี้ก็เพราะสถานการณ์ในราชสำนักเป่ยตี๋ตอนนี้ค่อนข้างพิเศษ
ในแง่ความแข็งแกร่งทางอำนาจ ฝ่ายเหยี่ยวไม่อาจเทียบกับเฉินซือและหลี่อวี้ด้วยซ้ำ แต่ช่วงการลงนามข้อตกลงระหว่างสองแคว้น ฝ่ายเหยี่ยวกลับชูความคิดเห้นของประชาชน สร้างจุดยืนทางศีลธรรมอันสูงส่ง
และเพราะบิดาของหลิวอี้เป็นผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธา เป็นเสาหลักของฝ่ายเหยี่ยว หลิวอี้จึงกล้าโอ้อวด
“ฮึ! ฉินเฟิง เจ้าในฐานะทูตของแคว้นต้าเหลียง ตามหลักแล้วควรมีสิทธิ์และศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับขุนนางแคว้นเป่ยตี๋เรา แต่ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าเป็นเพียงโหว อย่าว่าแต่หนิงหู่เลย แม้แต่ตัวเจ้า เมื่ออยู่ต่อหน้าข้าก็ควรให้ความเคารพสามส่วน”
ผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธาเป็นขุนนางขั้นสามที่มีอำนาจจริงในมือ
หลิวอี้จะแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งก็เพียงผู้มีบรรดาศักดิ์ขั้นกง หรือโหวที่ได้รับการสถาปนาตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์ นอกนั้น ต่อให้มีบรรดาดาศักดิ์โหวก็ไม่อยู่ในสายตาหลิวอี้
แม้แต่ฉินเฟิงที่เป็นเทียนลู่โหวเขาก็สนใจ pjv,ไม่ต้องพูดถึงแล้วเชียนฮู่โหวอย่างหนิงหู่!
หลิวอี้ไม่รู้เลยว่า คำพูดของเขาแตะโดนเส้นแบ่งสุดท้ายฉินเฟิงเข้าแล้ว
แน่นอนไม่ว่าผู้ใดก็ดูหมิ่นฉินเฟิงไม่ได้ และการดูหมิ่นพี่น้องของฉินเฟิงก็ยิ่งไม่ได้เด็ดขาด
“ฮึ หลิวอี้ บุตรขุนนางกรมโยธา อาศัยว่าบิดาเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ชินกับการข่มเหงผู้อื่น แต่ข้าเป็นทูตจากแคว้นต้าเหลียง การที่เจ้ามาอวดดีต่อหน้าข้า ไม่สมควรกระมัง?”
ได้ยินแบบนี้ หลิวอี้พลันหัวเราะเยาะ “ฮ่า ๆ แล้วอย่างไร? ถ้าวันนี้ข้าทำให้เจ้าอับอาย แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”
“ต่อให้เจ้ากล้าหาญเพียงใด เจ้าก็ไม่อาจแตะต้องข้าได้แม้แต่น้อย เว้นเสียแต่ว่าเจ้าไม่ต้องการให้การค้าระหว่างสองแคว้นเกินขึ้น”
หลิวอี้ยกยิ้มภาคภูมิใจ ตามความคิดของเขา ฉินเฟิงไม่มีทางกล้าทำการบุ่มบ่าม เพราะการค้าที่ฉินเฟิงกับเฉินซือเพิ่งตกลงกันได้อย่างยากลำบากจะดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ยังต้องดูว่ากรมโยธาจะสนับสนุนหรือเปล่า
หากฉินเฟิงกล้าแตะต้องแม้แต่ขนเส้นเดียวของเขา กรมโยธาและฝ่ายเหยี่ยวทั้งหมดย่อมฉวยโอกาส พยายามผลักดันให้ยกเลิกสนธิสัญญาการค้า!
สายตาของผู้คนรอบ ๆ จับจ้องฉินเฟิง
ทว่าฉินเฟิงไม่รีบร้อน เพียงแค่จ้องมองหลิวอี้เงียบ ๆ
“คุณชายหลิว ข้อตกลงคราวนี้เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของแคว้นเจ้าในอีกหลายปีข้างหน้า เพียงแค่ทำตามข้อตกลง แม้จะไม่สามารถฟื้นฟูจนกลับไปสู่สูงสุด แต่ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้นได้อีกครั้ง”
“แต่เจ้ากลับยั่วยุข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพราะเจ้าไม่ชอบหน้าข้า หรือว่าเจ้ามีเจตนาแอบแฝง หวังใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างขัดขวางการทำสัญญาข้อตกลง?”
สีหน้าของหลิวอี้พลันมืดครึ้ม ในฐานะบุตรชายของผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธา เขาย่อมแบกรับภารกิจขัดขวางข้อตกลง แต่ไม่คาดคิดว่าฉินเฟิงจะเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล
แม้ในใจหลิวอี้จะดูแคลนฉินเฟิง แต่เขาจะไม่มีวันเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้กับข้อตกลงการค้าระหว่างแคว้น
หลิวอี้หัวเราะเยาะ “เฮ่อ ๆ ฉินเฟิง อย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงไม่ชอบหน้าเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้อตกลงใด”
“ข้าหาไม่ชอบเจ้าก็เรื่องหนึ่ง กรมโยธาคัดค้านข้อตกลงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรนำมาปะปน!”
ได้ยินแบบนี้ ฉินเฟิงพยักหน้า แล้วไม่พูดอะไรอีก เพียงส่งสัญญาณทางสายตาให้หนิงหู่
หนิงหู่เข้าใจความหมาย ก้าวเข้าไปหาหลิวอี้อย่างรวดเร็ว แล้วเตะเข้าที่หน้าอกของเขา หลิวอี้ที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจะทนรับการเตะของหนิงหู่ได้อย่างไร? เขาล้มกระแทกพื้นก้นจ่ำเบ้า แล้วกระอักเลือดออกมา สีหน้าทั้งตกใจ
หลิวอี้ยกมือข้างหนึ่งกุมหน้าอก อีกข้ากำหมัดแน่น เงยหน้ามองหนิงหู่ด้วยความโกรธ ก่อนจะกัดฟันพูดว่า “บังอาจนัก เป็นแค่เชียนฮู่โหวกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ?!”
“หนิงหู่ เจ้าจงคุกเข่าขอขมาข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้น…”
พูดไม่ทันจบ หนิงหู่ถ่มน้ำลาย แล้วตวาดขัด “แค่เชียนฮู่โหว? ช่างคุยโวเสียจริง!”
“แม้ข้าจะเป็นเพียงเชียนฮู่โหว ก็ไม่ใช่ผู้ที่เจ้าจะมาออกคำสั่งได้!”
“เจ้าเถิด มีตำแหน่งทางราชการหรือมียศถาบรรดาศักดิ์ใด?!”
“เป็นแค่คนธรรมดาอาศัยแต่อำนาจบิดาเท่านั้น กลับกล้าแยกเขี้ยวใส่ข้า วันนี้หากข้าไม่ถอนเขี้ยวของเจ้า ผู้คนคงคิดว่าแคว้นต้าเหลียงของพวกข้าอ่อนแอ รังแกได้ง่ายนัก!”
สิ้นเสียง หนิงหู่คว้าไหล่หลิวอี้ ยกตัวเขาขึ้นมาจากพื้น แล้วกระแทกเข้าเข้าที่ท้อง
เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังไปทั่วทั้งถนน
แม้ที่นี่จะเป็นอาณาเขตของเป่ยตี๋ แต่ชาวเป่ยตี๋ที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ ก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหลิวอี้แต่อย่างใด หนำซ้ำยังหันไปซุบซิบกันเบา ๆ
“สะใจจริง ๆ เข้าชาติหมาหลิวอี้อาศัยว่าบิดาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธา เกาะขาฝ่ายเหยี่ยว วัน ๆ เอาแต่หยิ่งผยองรังแกคนอ่อนแอ สร้างความเกลียดชังไปทุกหย่อมหญ้า วันนี้เจอของแข็งเข้าแล้ว สมน้ำหน้า!”
“เจ้าพูดถูก! เจ้าสารเลวที่ชินกับการข่มเหงผู้อื่น ถึงขั้นกล้าไปหาเรื่องฉินเฟิงได้ ช่างไม่รู้จักสูงต่ำดำขาว”
“ฮ่า ๆๆ อย่างที่เขาว่า คนชั่วต้องใช้คนชั่วขัดเกลา เจ้าสารเลวตัวน้อยเจอปีศาจใหญ่เข้าแล้ว ผลลัพธ์คาดเดาได้”
“ฮึ! กล้ายั่วโทสะฉินเฟิง สมน้ำหน้าแล้ว!”
ชาวบ้านรอบ ๆ ไม่มีใครไม่สะใจ
ส่วนจิ่งฉือที่เฝ้ามองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นก็เพียงแต่มองต่อไปอย่างเย็นชา หลิวอี้อาศัยว่ามีขุนนางฝ่ายเหยี่ยวหนุนหลัง ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด อย่าว่าแต่ชาวบ้านหรือบุตรหลานขุนนาง แม้แต่ขุนนางหลิวอี้ก็กล้ากดข่ม แล้วนับตั้งแต่ฝ่ายเหยี่ยวมีอำนาจมากขึ้น แม้แต่เชื้อพระวงศ์รุ่นเยาว์ก็ยังต้องอดทนกับการกระทำของเขา
วันนี้ตั้งแต่หลิวอี้ปรากฏตัว จิ่งฉือก็รู้แล้วว่า เขาจะต้องถูกจัดการอย่างหนักแน่ คราวนี้เขาเตะเจอแผ่นเหล็กร้อนเข้าแล้ว
ฉินเฟิงไม่ใช่คนเป่ยตี๋ ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวบารมีตระกูลหลิว แล้วยิ่งฉินเฟิงก็มีชื่อเสียงเลวร้ายมานานแล้วด้วย
การที่หลิวอี้หาเรื่องฉินเฟิง เท่ากับรนหาที่ตาย แต่จิ่งฉือก็ยังต้องเตือนฉินเฟิงสักหน่อย “โหวฉิน ระวังขอบเขตด้วย”
นางหวังว่าฉินเฟิงจะไม่โกรธจนถึงขั้นฆ่าหลิวอี้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อการข้อตกลงระหว่างแคว้น
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบรับ เพียงแต่พูดเบา ๆ กับหนิงหู่ว่า “ท่านโหวน้อย เจ้าได้ยินคำพูดขององค์หญิงแล้วหรือไม่?”
หนิงหู่ยังจับหลิวอี้อยู่ เขายักไหล่พลางกล่าว “หน้าขององค์หญิง ข้าย่อมต้องให้เกียรติ”
พูดจบก็ต่อยเข้าที่หน้าอกของหลิวอี้อีกหมัด แม้จะไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ แต่ก็ทำให้หลิวอี้เจ็บปวดจนแทบขาดใจ
หลิวอี้ตะโกนด้วยความโกรธแค้นและบ้าคลั่ง “ฉินเฟิง หนิงหู่ หากข้าไม่ได้ล้างแค้น ข้าก็ไม่นับเป็นคนอีก!”
แม้ความตายจะใกล้เข้ามา เขาก็ยังกล้าดื้อดึง
อารมณ์ของหนิงหู่พลันถูกกวนขึ้นมาจนพลุ่งพล่าน เขาพลันคว้าแขนขวาของหลิวอี้ขึ้นมา
กร๊อบ!
แขนขวาของหลิวอี้ถูกหักอย่างไร้ความปรานี
ความเจ็บปวดรุนแรงอย่างที่ไม่เคยประสบ ทรมานจนหลิวอี้แทบเป็นบ้า พอหนิงหู่ปล่อยมือ หลิวอี้ก็กอดแขนตัวเองกลิ้งไปมาบนพื้น บางครั้งก็ร้องตะโกนด้วยความโกรธ สลับเสียงร้องไห้โหยหวนด้วยความเจ็บปวด ราวกับคนเสียสติ
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหนิงหู่จะลงมือรุนแรงเพียงนี้…