บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ - บทที่ 846 เผาเมืองหลวง
บทที่ 846 เผาเมืองหลวง
วังหลวงถูกปิดล้อม ฮ่องเต้เป่ยตี๋และหลี่อวี้ที่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่ในห้องทรงพระอักษรตกตะลึงไปชั่วขณะ
ฮ่องเต้เป่ยตี๋ขมวดคิ้วแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เสียงกลองดังถี่ กองทัพศัตรูโจมตีเมือง แต่รอบเมืองหลวงจะมีกองทัพใหญ่ของศัตรูได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”
เห็นฮ่องเต้เป่ยตี๋โกรธ หลี่อวี้ประหม่า เขาไม่กล้าลังเล รีบสั่งการให้หน่วยนกฮูกราตรีออกไปสืบข่าว
ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา หน่วยนกฮูกราตรีก็กลับมารายงาน
“ทูลฝ่าบาท กองทัพใต้บังคับบัญชาของฉินเฟิงโจมตีเมืองฉับพลัน ยึดประตูเมือง สังหารทหารรักษาการณ์ที่ประตูเมืองไปหลายร้อยคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ทหารรักษาพระราชวังในเมืองรวมถึงกองทัพประจำการนอกเมืองรุดหน้าไปยังประตูเมืองแล้ว”
“สาเหตุเกิดจากบุตรชายของผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธานาม หลิวอี้ เขายั่วยุฉินเฟิงจนเกิดการปะทะกลางถนน นายกองกองทหารตรวจตรานาม จ้าวผู่ คิดจับกุมฉินเฟิง ทำให้คนของฉินเฟิงคิดว่าเขาตกอยู่ในอันตราย และเริ่มโจมตีเมืองพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินรายงาน ฮ่องเต้เป่ยตี๋โกรธมาก หน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว ก่อนจะกวาดฎีกาบนโต๊ะตกระเนระนาดระบายอารมณ์
พอเห็นฮ่องเต้เป่ยตี๋พิโรธ หลี่อวี้ไม่กล้าลังเล รีบปลอบประโลม
ขณะเดียวกันก็ตวาดใส่องครักษ์หน่วยนกฮูกราตรีเสียงต่ำว่า “กรมโยธา ๆ เจ้าพวกสารเลว พวกมันคงไม่อยากเห็นแคว้นเป่ยตี๋เจริญรุ่งเรืองใช่หรือไม่!”
“ทหารใต้บังคับบัญชาของฉินเฟิงล้วนเป็นทหารกล้าพร้อมพลีชีพ พวกเขาจะต้องทุ่มเทสุดกำลังอย่างแน่นอน”
หลี่อวี้หันกลับมากราบทูลฮ่องเต้เป่ยตี๋ น้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท โปรดทรงลงโทษผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธาอย่างหนักด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋หลับตาลง สูดหายใจลึก ๆ พยายามสุดความสามารถที่จะระงับอารมณ์โกรธ
แต่ไฟโทสะในใจพลุ่งพล่านยากจะดับ
เขาลอบส่งกองพลพญาอินทรีไปยังเมืองจัวโจว หาทางสังหารจิ่งเชียนอิ่ง เป็นภารกิจสำคัญของระดับแคว้นที่ไม่ด้อยไปกว่าข้อตกลงทางการค้า แต่ทั้งหมดจำเป็นต้องอาศัยสันติภาพที่เปราะบางระหว่างสองแคว้นเพื่อให้ดำเนินการได้ราบรื่น
หากเกิดการสู้รบขนาดใหญ่ จิ่งเชียนอิ่งจะต้องย้ายไปพำนักยังอำเภอเป่ยซีแน่ ถึงตอนนั้น การลอบสังหารจิ่งเชียนอิ่งจะยากเย็นยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
ฮ่องเต้เป่ยตี๋กัดฟันกรอด “ถ่ายทอดบัญชาเจิ้น ถอดยศจ้าวผู่จากตำแหน่งนายกอง และประหารชีวิตกลางถนนให้เป็นเยี่ยงอย่าง!”
ได้เช่นนี้ หลี่อวี้แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีที่ฮ่องเต้เป่ยตี๋ไม่ได้โกรธจนขาดสติ
การลงมือขุนนางกรมโยธากะทันหันอาจเป็นการกระตุ้นฝ่ายเหยี่ยวให้ยิ่งแข็งข้อ แต่จ้าวผู่ต่างออกไป แม้เขาจะสนับสนุนฝ่ายเหยี่ยวเช่นกัน แต่เขาก็เป็นเพียงทหารตัวเล็ก ๆ ไร้อำนาจ การใช้เขาเป็นไก่และเชือดให้ลิงดูจึงเหมาะสมที่สุดแล้ว”
“ฝ่าบาท กระหม่อมจะเดินทางไปด้วยตัวเอง…”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋ครุ่นคิด ก่อนจะโบกมือ “ไม่จำเป็น องค์หญิงจิ่งฉืออยู่กับฉินเฟิง คำพูดของเจ้าอาจไม่มีน้ำหนักเท่าองค์หญิงจิ่งฉือ”
“ฉินเฟิงพยายามกับการเจรจาการค้าอย่างยิ่ง เขาเองก็คงไม่ยินดีปล่อยให้ผลประโยชน์ของตนเสียหายง่าย ๆ”
“แต่พูดก็พูดเถิด ทหารรักษาการณ์กินเงินเดือนไปทำไมกัน? เผชิญหน้ากับกองกำลังแค่พนึ่งพันคนกลับทำอะไรไม่ได้”
“ถ่ายทดบัญชาของข้า ทหารรักษาการณ์ที่ประจำประตูเมืองทั้งหมด รับโทษตัดหัว!”
ภายในเมืองหลวงเป่ยตี๋ชุลมุนวุ่นวาย เละเทะราวกับหม้อข้าวต้ม
จ้าวผู่ฟังเสียงกลองที่ดังถี่ สายตาจับจ้องฉินเฟิงที่ถูกองครักษ์ค่ายเทียนจีคุ้มกันไว้ตรงกลาง เขาตกตะลึง หนาวเหน็บไปทั้งแผ่นหลัง
ไม่คิดฝันว่าฉินเฟิงจะกล้าทำถึงเพียงนี้?!
กลายเป็นเรื่องราววุ่นวายใหญ่โตเสียแล้ว
หลิวอี้ที่ถูกหักแขน ยามนี้ไม่สนใจความเจ็บปวด หยุดร้องโอดครวญไปนานแล้ว เสียงกลองตีถี่ หมายความว่า ประตูเมืองแตกแล้ว แค่กำลังคนที่ฉินเฟิงพามากลับกล้าบุกโจมตีเมืองหลวงแคว้นใหญ่? หนำซ้ำยังทำสำเร็จ..ยึดประตูเมืองได้
ไม่ต้องสงสัยเลย ยามนี้กลายเป็นเป่ยตี๋โดนตบหน้าฉาดใหญ่ ศักดิ์ศรีที่เปราะบางถูกทำลายอีกครั้ง
ประชาชนชาวเมืองหลวงในที่เกิดเหตุวิ่งหนีชุลมุน องค์หญิงจิ่งฉือที่อยู่กลางกลุ่มองครักษ์ที่ล้อมปกป้องขมวดคิ้วแน่น อดถอนหายใจไม่ได้ เหตุการณ์พัฒนามาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?
นางไม่ได้มาเข้าร่วมงานชิมสุรากับฉินเฟิงหรอกหรือ? ไยถึงได้วุ่นวาย…กลายเป็นการรบ?
“ฉินเฟิง สั่งให้คนของเจ้าถอยกลับไปเสียเร็วเข้า หากเรื่องลุกลามใหญ่โต เกรงว่า…”
ไม่ทันที่จิ่งฉือจะพูดจบ หนิงหู่ตวาดขัดเสียงดุดัน
“เรื่องใหญ่โตแล้วอย่างไร?!”
“พวกเป่ยตี๋ช่างสมเป็นพวกคนเถื่อนนัก หยาบคาย ไร้ความน่าเชื่อถือ กล้าดีอย่างไรคิดจะจับเทียนลู่โหวของต้าเหลียง พวกเจ้าคิดจะใช้ท่านโหวฉินเป็นตัวประกัน ข่มขู่แคว้นต้าเหลียงเราใช่หรือไม่?!”
“ฝันไปเถอะ!”
“หากพวกเจ้าคิดจะแตะต้องแม้เพียงปลายเส้นขนของท่านโหวฉินก็ต้องก้าวข้ามศพของพวกข้าไปก่อน ถึงร่างกายจะแหลกเป็นผุยผง ข้าก็ไม่กลัว!”
สถานการณ์เข้าสู่สภาวะสงคราม หนิงหู่รับหน้าที่บัญชาการ แม้องค์หญิงจิ่งฉือจะมองฉินเฟิงตรง ๆ ได้ แต่สนทนากับเขาโดยตรงไม่ได้อีกต่อไป
ขณะที่ทหารรักษาพระราชวังของจิ่งฉือยังมาไม่ถึง องครักษ์ค่ายเทียนจีก็คุ้มกันฉินเฟิงไปยังจุดพักม้าแล้ว
ชัดเจนว่าเป็นความตั้งใจที่จะเอาชีวิตเข้าแลกกับทั้งแคว้นเป่ยตี๋
จิ่งฉือรู้ดีว่าฉินเฟิงโหดเหี้ยม แต่ไม่คิดว่าเมื่อความโกรธของเขาปะทุออกมา เขาจะน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้
ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพยายามเจรจากันอย่างยากลำบากกำลังจะล้มเหลว จิ่งฉือกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่จ้องมองจ้าวผู่ด้วยความโกรธเคือง “ดูสิว่าเจ้าทำอะไรลงไป!”
ขณะนั้นเอง กองทหารรักษาพระราชวังมาถึงที่เกิดเหตุ และกองทัพประจำการณ์นอกเมืองก็ได้ล้อมประตูเมืองไว้อย่างแน่นหนาแล้ว
ความวุ่นวายระดับนี้ ทั้งสองฝ่ายไม่อาจสื่อสารกันได้เลย ทหารรักษาการณ์เร่งรีบที่จะปกป้องเมืองหลวง ขณะที่ทหารชายแดนเหนือของฉินเฟิงก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องแนวรบ ช่วยให้ฉินเฟิงหลบหนี
แทบจะทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน การต่อสู้อย่างดุเดือดปะทุขึ้น
แต่เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทหารรักษาการณ์ไม่สามารถนำเครื่องมือโจมตีเมืองมาได้ ทหารชายแดนเหนือของฉินเฟิงยึดหอคอยประตูเมือง ปิดประตูใหญ่แล้ว ทหารชายแดนเหนือหลบอยู่หลังแนวกำแพง คอยยิงธนูลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทัพเป่ยตี๋ที่มาถึงกำแพงเมืองได้แต่ใช้โล่ขนาดใหญ่ป้องกันตัว รอคอยให้บันไดเชือกและเครื่องมืออื่น ๆ ถูกส่งมา
ช่วงเวลาเดียวกัน ทหารรักษาพระราชวังพุ่งเข้าหาประตูใหญ่
ยามนี้เหมือนว่าทหารชายแดนเหนือกำลังจะตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ถูกโจมตีสองทาง ไฟขนาดใหญ่ลุกลามอย่างไม่มีสัญญาณเตือน
บ้านเรือนใกล้ประตูเมืองถูกจุดไฟเผา ขวางทางทหารรักษาพระราชวังเป่ยตี๋
ทหารรักษาพระราชวังจึงคิดใช้กลยุทธิ์จับหัวหน้าโจรเอาชนะกองโจร เป้าหมายคือฉินเฟิง แต่ผลคือพอไปถึงจุดพักม้าก็ถูกซุ่มโจมตีด้วยธนูจากภายในจุดพักม้า ประตูใหญ่ของจุดพักม้าปิดสนิท หน้าต่างก็ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้ เหลือเพียงช่องยิงเท่านั้น
องครักษ์ค่ายเทียนจียิงออกมาข้างนอกได้ แต่คนข้างนอกไม่สามารถยิงเข้าไปข้างในได้
ผู้บัญชาการทหารรักษาพระราชวังออกคำสั่ง “จุดไฟเผา บีบให้ฉินเฟิงออกมา!”
ไม่นาน ทหารรักษาพระราชวังขนน้ำมันมาราดรอบจุดพักม้า แล้วจุดไฟเผา
ขณะที่จุดพักม้าถูกเปลวไฟกลืนกิน จิ่งฉือก็สิ้นหวังแล้ว “จบแล้ว จบสิ้นแล้ว…สงครามคราวนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว”
“หรือสวรรค์ประสงค์จะทำลายแคว้นเป่ยตี๋ข้า?”
ผู้ช่วยเสนาบดีกรมโยธาหลิวจื้อผิงที่รีบมายังที่เกิดเหตุ พอมาถึงก็เห็นเปลวไฟที่ลุกไหม้จุดพักม้า เขาตะลึงงัน
พอเห็นหลิวอี้วิ่งเข้ามาพลางร้องไห้โฮ หลิวจื้อผิงกัดฟันกรอด แล้วถีบเจ้าลูกไม่รักดีไปทีหนึ่ง ก่อนจะตะโกนด้วยความโกรธแค้น “เจ้าตัวกาลกิณี ก่อเรื่องใหญ่เสียแล้ว!”
“หากฉินเฟิงเป็นอะไรไป ชายแดนเหนือต้าเหลียงจะต้องรวบรวมกำลังทั้งหมดทำสงครามกับแคว้นเป่ยตี๋อย่างถึงที่สุด”
แสงไฟสว่างจ้า แทบจะส่องสว่างและแผ่ความร้อนไปทั่วทั้งเมืองหลวง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
“ทุกคนหยุด!”
หลิวจื้อผิงและหน่วยนกฮูกราตรีที่รีบร้อนมาถึงต่างออกคำสั่ง ตวาดไล่ทหารรักษาพระราชวัง